FourFourTwo พรีวิว 2015/16: บอร์นมัธ

เอ็ดดี้ ฮาว จะพาทีมน้องใหม่พรีเมียร์ลีกเอาตัวรอดได้หรือจะต้องตกชั้นกลับลงไปสู่แชมเปี้ยนชิพ?

เอเอฟซี บอร์ทมัธนี่เป็นทีมพรีเมียร์ลีกจริงๆ ใช่ไหมนี่? สนามไวทัลลิตี้ สเตเดี้ยม (ที่เมื่อก่อนชื่อ ดีน คอร์ท) จะเป็นสนามระดับท็อปได้จริงหรือ? และสำหรับทีมที่ฝ่าฟันเลื่อนชั้นจากแชมเปี้ยนชิพสู่พรีเมียร์ลีก จะเอาตัวรอดในลีกสูงสุดไปตลอดรอดฝั่งได้หรือไม่? คำตอบของทั้งสามคำถามก็น่าจะเป็นคำว่า “ไม่”

แต่นั่นก็คงไม่สามารถหยุดทีมน้องใหม่จากดอร์เซ็ทท์ให้ฝันจะโลดแล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกต่อไปหลังจบฤดูกาลนี้ หรืออาจจะทำได้มากกว่านั้นเสียอีกถ้ามองว่าบอร์นมัธเองก็มีอาวุธไม่ลับคอยช่วยทีมอยู่

จากใจแฟนบอร์นมัธ

สตีฟ เจนกินส์ บก. ของเว็บ Tales from the South End พูดเปิดอกถึงน้องใหม่พรีเมียร์ลีก

นักเตะย้ายทีม

เข้า

  • อาร์เธอร์ โบรัค (Southampton)
  • อดัม เฟเดริชี่ (Reading)
  • จอช คิง (Blackburn)
  • คริสเตียน อัตสึ (Chelsea)
  • ไทโรน มิงส์ (Ipswich)
  • ซิลแวง ดิสแตง (Everton)

ออก

  • เอียน ฮาร์ท (ปล่อยตัว)
  • จอช แม็คควอยด์ (ปล่อยตัว)
  • แดร์รีล ฟลาวาฮาน (ปล่อยตัว)
  • โมฮาเหม็ด คูลิบาลี (ปล่อยตัว)
  • โจ พาร์ทิงตัน (ปล่อยตัว)
  • ไมล์ แอดดิสัน (ปล่อยตัว)
  • ไรอัน เฟรเซอร์ (อิปสวิช)
  • เบร็ทท์ พิทแมน (อิปสวิช)
  • เจย์เด็น สต็อคลีย์ (ปอร์ตสมัธ)

เบื้องหลังความสำเร็จ

สองคำ: เอ็ดดี้ ฮาว

แม้แต่อดีตผู้จัดการทีมบอร์นมัธและชาวเมืองแซนด์แบงค์สอย่างแฮร์รี่ เรดแน็ปป์ยังเชื่อว่ากุนซือวัย 37 ปีรายนี้เจ๋งพอที่จะเป็นนายกเทศมนตรีของเมือง (เราว่ามันไม่ใช่แนวนั้นนะจ่าแฮร์รี่)

ฮาว เคยทำผลงานเบียดเอาชนะมูรินโญ่คว้าตำแหน่งผู้จัดการทีมแห่งปีของสมาคมผู้จัดการทีมฟุตบอลลีกและแม้แต่ลูกทีมเองก็ยังเชื่อว่าสักวันหนึ่งฮาวจะต้องได้คุมทีมชาติอังกฤษแน่นอน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ฮาวเชื่อทีมเชอร์รี่จะสามารถยืนหยัดในพรีเมียร์ลีกด้วยการเล่นแบบเน้นเกมบุกแหลกและยังคงยึดนักเตะตัวหลักชุดเดิมเอาไว้กับทีม “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?” ฮาวกล่าว

แม้คงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาผลงานจากฤดูกาลที่แล้วมาทำนายว่าบอร์นมัธจะไปได้ไกลแค่ไหนในพรีเมียร์ลีก แต่ความมั่นใจของฮาวก็ยังเต็มร้อย (อย่างน้อยก็ตอนนี้ล่ะ) บอร์นมัธน่าจะทำผลงานได้ดีภายใต้การคุมทีมของกุนซือดาวรุ่ง และนักเตะจากทีมใหญ่ๆ อาจจะไม่คุ้นกับการเล่นในสนามที่มีแฟนฟุตบอล 11,700 คนก็ได้

เบื้องหลังความล้มเหลว

ในอดีตที่ผ่านมา ทีมล่าสุดที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจากแชมเปี้ยนชิพด้วยฟอร์มเทพๆ ก็คือแบล็คพูลของเอียน ฮอลโลเวย์ และแม้จะเริ่มต้นได้อย่างสวยงามและยิงประตูได้มากพอๆ กับทีมอันดับ 5 ท็อตแน่มฮ็อตสเปอร์ แต่แบล็คพูลก็เสียประตูรวมถึง 78 ประตูและตกชั้นไปในที่สุด

จริงอยู่ว่าในตอนนั้นแบล็คพูลไม่ได้มีกองหลังที่แข็งแกร่งเหมือนบอร์นมัธในฤดูกาลที่ผ่านมา (ทีมรับแกร่งอันดับ 2 ของแชมเปี้ยนชิพ) แต่การเล่นเกมรับกับกองหน้าอย่างแกรี่ เทย์เลอร์-เฟล็ทเชอร์ก็เทียบกันไม่ได้กับกองหน้าอย่างกุน อเกวโร่

แถมท้ายด้วยการด้อยประสบการณ์พรีเมียร์ลีกอีกอย่างหนึ่ง และนั่นก็รวมถึงตัวผู้จัดการทีม เอ็ดดี้ ฮาว เพราะแม้จะมีชื่อเสียงยอดเยี่ยมในฐานะจอมแท็กติกและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกทีมก็ตาม แต่เอ็ดดี้ ฮาวก็ยังยอมรับว่า “นักเตะบางคนก็พร้อมแล้ว แต่บางคนก็ยังพยายามอีก” ฮาว เคยกล่าวไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม “ที่สำคัญก็คือพรีเมียร์ลีกยังเป็นปริศนาสำหรับเรา”

คำถามสำคัญ

1) จะเล่นเหมือนเดิมหรือจะปรับแผน?

สำหรับทีมที่ยิง 98 ประตูเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เราควรจะเตือนให้บอร์นมัธเล่นแบบระวังมากขึ้นหรือเปล่า?

“ผมไม่คิดว่าเราจะทิ้งหลักการของเรา” ฮาว กล่าวย้ำว่าจะยังคงให้ทีมเล่นเน้นครองบอลและเปิดเกมบุกเร็วและกระจายออกปีกสองข้าง แต่เราคงต้องเตือนฮาวว่าอย่าลืมคิดเผื่อเกมที่อาจจะไม่ได้เจอบอลด้วยนะ

2) ซิลแวง ดิสแตงคือคำตอบหรือเปล่า?

ขอบอกก่อนว่าไม่ได้จะดูถูกัน แต่สำหรับแฟนฟุตบอลทั่วๆ ไปถ้ากองหลังแบ็คโฟร์ใส่ชุดแข่งบอร์นมัธเดินมาเคาะประตูบ้านก็คงไม่มีใครรู้จักว่าหมอนี่เป็นใคร (ฟะ)

แม้ปราการหลังเฟร้นช์แมนวัย 37 ปีของบอร์นมัธอาจจะไม่มีแรงไปวิ่งไล่แฮร์รี่ เคน ตลอด 90 นาที แต่ความเป็นผู้นำ ประสบการณ์และความเก๋าเกมของดิสแตงน่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเรียกฟอร์มเพื่อนร่วมทีมให้สู้ในพรีเมียร์ลีกได้

3) แล้วแม็กซิม เดนิมนี่คือใคร?

แม็กซิม เดนิม คือเศรษฐีชาวรัสเซียเจ้าของทีมบอร์นมัธ แต่เป็นเจ้าของทีมที่ขี้อายจนถ้าเอาไปเทียบกับโรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมเชลซีแล้วต่างกันแบบฟ้ากับเหว การขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกอาจจะทำให้เดนิมต้องยอมเปิดตัวออกสื่อ อาจจะด้วยการสะบัดปากกาเซ็นเช็คจำนวนหนักๆ ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายเดือนมกราคมก็ได้

คีย์แมนคนสำคัญ: แม็ตต์ ริทชี่

บอร์นมัธมีนักเตะจอมถล่มประตู (คัลลัม วิลสัน, เบร็ตต์ พิตต์แมน และยานน์ เคอร์มอร์แกนต์ ยิงได้คนละมากกว่า 10 ประตูในฤดูกาลที่แล้ว) และมีนักเตะที่เซ็ทบอลให้เพื่อนยิงประตู แต่หากจะหานักเตะที่สามารถเล่นได้ทั้งสองตำแหน่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

แต่ริทชี่ ที่สามารถก้าวมาสู่ความสำเร็จได้อย่างยากเย็นหลังจากถูกทีมบ้านเกิดปอร์ตสมัธปล่อยตัวออกจากทีม สามารถยิง 15 ประตูและจ่าย 17 แอสซิสต์ในแชมเปี้ยนชิพฤดูกาล 2014/15 ถ้าริทชี่กลับมาจากการเล่นให้กับทีมชาติสก็อตแลนด์และทำผลงานได้ใกล้เคียงกับฤดูกาลที่แล้ว บอร์นมัธก็คงจะอยู่ในพรีเมียร์ลีกได้สบายๆ เลยทีเดียว

จบฤดูกาลแฟนฟุตบอลจะพูดว่า...?

แม้ระบบโททัลฟุตบอลจะไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จสำหรับบอร์นมัธในฤดูกาลแรกบนลีกสูงสุด แต่ความสามารถของฮาวในการเรียกฟอร์มเก่งจากเด็กใหม่ ตัวยืมและจอมเก๋าก็เพียงพอที่จะช่วยให้น้องใหม่ทีมนี้เอาตัวรอดในพรีเมียร์ลีกและส่งให้ฮาวคว้าตำแหน่งกุนซือทีมชาติอังกฤษต่อจากฮอดจ์สันหลังพาทีมตกรอบแบ่งกลุ่มยูโร 2016

แหงล่ะ...