FourFourTwo พรีวิว 2015/16: คริสตัลพาเลซ

 อลัน พาร์ดิว อดีตกุนซือนิวคาสเซิลกลายเป็นพระเอกที่พาคริสตัลพาเลซรอดตกชั้น แต่ฤดูกาลใหม่ของพาร์ดิวจะดีแค่ไหน

เมื่อโทนี่ พูลิส กุนซือที่เคยพาทีมหนีตกชั้นในฤดูกาล 2013/14 ตัดสินใจทิ้งทีมก่อนเปิดฤดูกาล 2014/15 แฟนพาเลซก็พากันกลัวว่าคงไม่แคล้วได้ลงไปสัมผัสแชมเปี้ยนชิพ แถมการเข้ามาคุมทีมช่วงสั้นๆ ของคีธ มิลเลน และนีล วอร์น็อคก็ทำเอาพาเลซหมิ่นเหม่จะร่วงกลับไปเล่นลีกรองอีกครั้ง แต่ตอนนั้นเองที่พระเอกเข้ามากู้วิกฤติ อลัน พาร์ดิว ที่เคยเป็นฮีโร่ของคริสตัลพาเลซตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะผู้ยิงประตุชัยในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ 1990 ช่วยให้พาเลซเอาชนะลิเวอร์พูลและคว้าแชมป์มาครอง พาร์ดิวกลับมาอีกครั้งในฐานะผู้จัดการทีมและหลังจากนำทีมพาเลซจบฤดูกาลด้วยอันดับ 10 ในปีทีผ่านมา พาร์ดิวก็กำลังจะกลายเป็นฮีโร่ของพาเลซอีกครั้ง

จากใจอินทรี

เจย์ เครม เจ้าของบล็อก Eagle's Beak Crystal Palace blog เจาะลึกคริสตัลพาเลซก่อนเปิดฤดูกาลใหม่

เบื้องหลังความสำเร็จ

นักเตะย้ายทีม

เข้า

  • โยฮัน กาบาย (ปารีส แซงต์-แฌร์กแมง)
  • แพทริค แบมฟอร์ด (ยืมตัวจากเชลซี)
  • อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี (คิวพีอาร์)

ออก

  • ลิวอิส ไพรซ์ (ปล่อยตัว)
  • โอเว่น การ์แวน (ปล่อยตัว)
  • ปีเตอร์ ราเมจ (ปล่อยตัว)
  • สตีเฟ่น ด็อบบี้ (ปล่อยตัว)
  • เจอโรม โทมัส (ปล่อยตัว)

หลังจากหนีตกชั้นและได้โลดแล่นในพรีเมียร์ลีก 2 ฤดูกาลติดต่อกันเป็นครั้งแรก พาเลซก็กำลังจะเข้าใกล้สิ่งที่เรียกว่าเสถียรภาพ และเมื่อมีเสถียรภาพก็สามารถดึงตัวนักเตะที่มีความสามารถมากขึ้นเข้ามาในทีม ถ้าไม่ใช้คำนี้ก็คงไม่รู้ว่าจะอธิบายการเซ็นสัญญาคว้าตัวโยฮัน กาบาย นักเตะที่ตกเป็นเป้าของอาร์เซนอลก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมเปแอสเช มิดฟิลด์เฟร้นช์ดูว่าจะเป็นตัวความหวังสำหรับพาเลซ แม้จะมีค่าตัว 12.5 ล้านปอนด์และอายุ 29 ปีเข้าไปแล้ว แต่กาบายก็น่าจะเป็นมาสร้างมิติในเกมให้กับนักเตะพาเลซที่เริ่มมีทีท่าว่าจะดูดีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับการขยับขึ้นไปเล่นสูง โดยมีนักเตะกองหน้าอย่างเจสัน พันเชียน ที่ฟอร์มกำลังดี ยานนิค โบเลซี่, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, วินฟรีด ซาฮา และจอร์ดอน มัทช์ ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บและพยายามเรียกฟอร์มเก่ง

6 นัดแรกฤดูกาล 2015/16 ของพาเลซเป็นงานหนักไม่น้อยเมื่อต้องเจอกับอาร์เซนอล, เชลซี, แมนฯ ซิตี้และสเปอร์เป็นเกมแรกๆ แต่พาเลซก็อาจจะฉวยโอกาสชิงความได้เปรียบในขณะที่หลายๆ ทีมฟอร์มยังไม่นิ่งเพื่อลุ้นพื้นที่ยุโรปในปีนี้

เบื้องหลังความล้มเหลว

ตอนที่เราเขียนบทความชุดนี้ พาเลซยังไม่มีความชัดเจนเรื่องอนาคตของกัปตันทีมไมล์ เจดิแนค มิดฟิลด์ทีมชาติออสเตรเลียที่ได้รับการกย่องว่าเป็นสุดยอดนักเตะของทีมตั้งแต่ได้กลับขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง และแม้ในฤดูกาลนี้กาบายจะย้ายเข้ามาร่วมทีม และโจ เลดลีย์จะทำฟอร์มได้ดีในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว แต่หากเจดิแนคตัดสินใจอำลาทีมจริงๆ ก็จะทำให้พาเลซขาดเกมรับที่มีคุณภาพลงไปทันที เพราะนอกจากสก็อตต์ แดนน์ แล้ว นักเตะอย่างจูเลียน สเปอโอรนี่ยังไม่น่าจะวางใจว่าจะโชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอ ทำให้พาเลซต้องตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าตัว อเล็กซ์ แม็คคาร์ธีย์ จากคิวพีอาร์ด้วยค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์ ในขณะที่หากมองเกมรุก พาเลซยังคงไม่มีหน้าเป้าฝีเท้าระดับพรีเมยร์ลีกที่สามารถยิงประตูได้มากกว่าปีละ 10 ลูก (อ่านเกี่ยวกับแพทริค แบมฟอร์ดต่อด้านล่าง)

นอกจากนี้ยังมีความไม่แน่นอนในระดับบริหาร เพราะแม้ปีที่แล้วอลัน พาร์ดิวจะสวมบทฮีโร่ ด้วยการพาทีมจบอันดับกลางตารางและปีนี้น่าจะยังได้นั่งเก้าอี้กุนซือต่อไป แต่หากดูตัวอย่างของโทนี่ พูลิส จากอดีตที่ผ่านมา ก็จะเห็นว่าประธานสโมสรสตีฟ พาริชมักจะทำอะไรตามใจตัวเองเสมอมาแล้ว

คำถามสำคัญ

1) ทำไมพาเลซทำผลงานได้ดีในเกมเยือน?

ความเร็วของโบเลซี่, พันเชียน และดไวท์ เกย์ล ทำให้พาเลซเหมาะกับระบบการเล่นแบบตั้งรับแล้วรอสวนกลับ จึงไม่น่าแปลกใจที่พาเลซทำผลงานได้ดีในเกมเยือนในฤดูกาลที่แล้ว แต่สำหรับเกมเหย้า ถ้านับจากชัยชนะ 12 ครั้งของพาร์ดิวแล้ว มีเพียง 4 ครั้งที่เป็นชัยชนะในบ้านเซลเฮิร์สท์ ปาร์ค

ปีนี้คงต้องพยายามเล่นเกมเหย้าให้ดีขึ้นนะ

2) พาเลซยังเป็นทีมของพูลิสอยู่หรือเปล่า?

อย่าเผลอคิดว่าเมื่อพาร์ดิวเข้ามาคุมทีมแล้วพาเลซจะเลิกเล่นบอลตั้งเตะโยนยาว พาเลซเป็นทีมที่ยิงประตูจากลูกเตะมุมและฟรีคิกได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว (19 ประตู) และนอกจากนี้ยังมี 5 ประตูจากจุดโทษด้วย แต่ช่วงพรีซีซันก็ยังคงเป็นเวลาสำคัญที่พาร์ดิวจะได้ใช้สร้างระบบการเล่นโอเพ่นเพลย์ที่ช่วยให้พาเลซเป็นทีมที่มีความน่ากลัวมากขึ้นอีก

3) ไหวมั้ยแบมฟอร์ด?

หลังจากฤดูกาลที่แล้วเกล็นน์ เมอร์เรย์ คว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดคริสตัลพาเลซด้วยผลงาน 7 ประตู น่าจะทำให้แบมฟอร์ด ดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษชุด U21 ที่พาเลซยืมตัวมาจากเชลซีจะต้องเจองานหนักกับการพยายามแก้ปัญหาแนวรุกหน้าเป้าของพาเลซในฤดูกกาลนี้ แต่แม้จะเคยยิงเกิน 20 ประตูในการเล่นให้กับมิดเดิ้ลสโบรช์ในแชมเปี้ยนชิพฤดูกาลที่ผ่านมา แบมฟอร์ดก็ยังไม่เคยต้องมาเจอกับกองหลังพรีเมียร์ลีกมาก่อน

จะไหวมั้ยน้อง???

คีย์แมนคนสำคัญ: สก็อตต์ แดนน์

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว แนวรับของพาเลซเละเทะไม่น้อย โดยเสียคลีนชีตมากเป็นอันดับสอง ดีกว่าคิวพีอาร์นิดเดียว และเมื่อปราการหลังตัวแกร่ง สก็อตต์ แดนน์ ตกลงเซ็นสัญญาฉบับใหม่ 5 ปี แฟนพาเลซจึงพากันโล่งใจไปตามๆ กัน

แดนน์ ที่คว้าตำแหน่งสุดยอดนักเตะแห่งปีของพาเลซเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปีนี้น่าจะได้รับกำลังหนุนจากคู่หูเซ็นเตอร์แบ็คร่างยักษ์ เบรเด้ ฮังเกลันด์ จอมเก๋าชาวนอร์เวย์ที่ฤดูกาลที่แล้วมีปัญหาความฟิตและฟอร์มแกว่ง จนเกือบจะย้ายทีมแต่ปีนี้เพิ่งเซ็นสัญญาใหม่กับพาเลซไปเช่นกัน แต่การเล่นตำแหน่งแนวรับสุดท้ายถัดจาก 3 ปราการหลัง เดเมียน เดลานีย์, โจล วอร์ด และมาร์ติน เคลลี่ ก็จะหมายความว่าคู่หูแดนน์-ฮังเกลันด์ ไม่มีเป็นด่านสุดท้ายก่อนถึงประตู

เจ็บแน่งานนี้

จบฤดูกาลแฟนฟุตบอลจะพูดว่า...?

ผลงานกำลังไปได้สวยสำหรับคริสตัลพาเลซ จนกระทั่งดิเอโก้ คอสต้าเจ็บเอ็นหลังเข่าซ้ำและราดาเมล ฟัลเก่าเจ็บเข่าแผลเดิม จนสิงห์บลูต้องฉีกสัญญายืมตัว เรียกแบมฟอร์ดกลับไปช่วยทีม และเมื่อขาดกองหน้าดาวรุ่ง ภาระหนักจึงต้องไปตกที่มารูยาน ชามัค ที่เพิ่งนึกได้ว่าลอนดอนตอนใต้ในเดือนมกราคมมันหนาวเหน็บจนเล่นไม่ออกไม่เหมือนโมร็อคโคบ้านเกิด และสุดท้ายพาเลซก็ต้องลุ้นหนีตกชั้นกันเหนื่อยหนักอีกปี