FourFourTwo พรีวิว 2015/16: ลิเวอร์พูล

ฤดูร้อนนี้แม้จะได้ค่าตัวสเตอร์ลิ่งมาเยอะ แต่หงส์แดงก็ทุ่มเงินมหาศาลซื้อตัวนักเตะเข้าทีม นักเตะใหม่จะโชว์ฟอร์มคุ้มเงิน พาหงส์คว้าท็อปโฟร์ได้หรือไม่

แม้ฤดูกาลที่แล้วจะไม่มีใครคาดคิดว่าลิเวอร์พูลจะเป็นทีมลุ้นแชมป์หลังจากปล่อยซัวเรซออกจากทีมหลังจบฤดูกาล 2013/14 แต่ก็คงคาดไม่ถึงว่าฤดูกาล 2014/15 จะเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังขนาดนี้

8 คะแนนจาก 9 เกมสุดท้ายกของฤดูกาลทำให้หงส์แดงร่วงจากทีมลุ้นตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกมาปิดฤดูกาลด้วยอันดับ 6

ส่วนเกมสุดอับอายที่แพ้สโต๊ค 6-1 ในนัดปิดฤดูกาล-เปิดตัวเสื้อใหม่นี่ขอไม่พูดถึงก็แล้วกัน

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส์ ควักกระเป๋าจ่ายอีกแล้วหลังจากทำเป็นหูทวนลมไม่รู้ไม่ชี้  คริสเตียน เบนเตเก้ (29 ล้านปอนด์) และโรแบร์โต้ เฟร์มิโน่ (32.5 ล้านปอนด์) กลายเป็นสมาชิกใหม่ค่าตัวแพงเป็นัอนดับ 2 และ 3 ของทีม ส่วนนาธาเนียล ไคลน์ มาร่วมทีมหงส์แดงด้วยค่าตัวเพียง 12.5 ล้านปอนด์ และแดนนี่ อิงส์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ U21 มาแบบไม่มีค่าตัวด้วยซ้ำ

และบังเอิ๊ญ บังเอิญเหลือเกิน เสียงที่คุณได้ยินกระหน่ำก็คือเสียงร็อดเจอร์ส์ยกหูหาทีมต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อเล็งเป้าหาที่ใช้เงิน 49 ล้านปอนด์ที่ได้มาจากการขายราฮีม สเตอร์ลิ่ง

แอสตันวิลล่าก็ถูกร็อดเจอร์ส์เอาเงินฟาดหัวซื้อตัวเบนเตเก้มาแล้วเป็นทีมแรก และเราเชื่อว่าเดี๋ยวคงจะมีอีกแน่นอน

จากใจแฟนหงส์

ทอม นัททัล-โจนส์ จาก RedAndWhiteKop.com เปิดใจพูดแทนแฟนลิเวอร์พูล

เบื้องหลังความสำเร็จ

นักเตะย้ายทีม

เข้า

  • เจมส์ มิลเนอร์ (แมนฯ ซิตี้)
  • แดนนี่ อิงส์ (เบิร์นลีย์)
  • อดัม บ็อกดาน (โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส)
  • โจ โกเมซ (ชาร์ลตัน แอธเลติก)
  • โรแบร์โต้ เฟร์มิโน่ (ฮอฟเฟ่นไฮม์)
  • นาธาเนียล ไคลน์ (เซาท์แธมป์ตัน)
  • คริสเตียน เบนเตเก้ (แอสตันวิลลา)

ออก

  • สตีเวน เจอร์ราร์ด (แอล.เอ. แกแล็กซี่)
  • เกล็น จอห์นสัน (ปล่อยตัว)
  • แบรด โจนส์ (ปล่อยตัว)
  • เซบาสเตียน โคอาเตส (ซันเดอร์แลนด์)
  • ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้)

วันไหนเล่นดีก็ดีใจหาย ถ้าฟอร์มมา ห้าแนวบุกหงส์แดงก็จะลุยทะลวงแนวรับกระจุย และยิ่งถ้าเสริมเบนเตเก้เข้าไปอีกคนก็จะยิ่งเพิ่มความหลากหลายในเกมได้มากขึ้น สำหรับโรแบร์โต้ เฟร์มิโน่ที่มีความสามารถในการเล่นเกมบุกริมเส้นแล้วยังสามารถเล่นตำแหน่งหน้าเป้าได้ด้วย และเชื่อว่าปีนี้น่าจะเป็นโอกาสให้ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นกองหน้าความสามารถระดับโลกได้อีกคน นอกจากนี้ลิเวอร์พูลยังหวังให้อดัม ลัลลานา ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาให้ได้หลังจากที่ฤดูกาลแรกโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก

นับรวบจอร์แดน ไอบ์ ในฐานะตัวแทนที่ร็อดเจอร์ส์จะปั้นขึ้นมาแทนสเตอร์ลิง กับมิดฟิลด์จอมแกร่ง กัปตันทีมคนใหม่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และเอ็มเร่ ชาน เวอร์ชั่นอัพเกรดใหม่จากแคมป์ทีมชาติเยอรมันชุดเล็ก กับเจมส์ มิลเนอร์ พ่อหนุ่มพลังม้าที่เพิ่งย้ายเข้ามาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว ก็ดูเหมือนว่าร็อดเจอร์ส์จะมีทีมที่แฟนหงส์พอจะหวังได้

สมมติว่าแดเนียล สเตอร์ริดจ์จะหายกลับมาเล่นได้เกือบทั้งฤดูกาล แฟนฟุตบอลก็น่าจะหวังว่าหงส์แดงจะทำผลงานได้ดีกว่าฤดูกาล 2014/15 ที่เก็บได้เพียง 74 แต้มจาก 58 เกม

สำหรับเกมรับ นอกจากผู้รักษาประตู ซิมง มิโญเลต์ ที่ฟอร์มร่วงไปตอนคริสตมาส และยังคงหลุดเป็นระยะ ลิเวอร์พูลยังมีมามาดู ซาโก้ และเดยัน ลอฟเรน ที่ค่อยๆ กลับมาเล่นได้เข้าขากันจนสามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 14 เกมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเราเชื่อว่าหากยังรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไปได้อีกปี ฤดูกาลหน้าก็อาจจะดีกว่าที่คาดก็ได้

เบื้องหลังความล้มเหลว

ความมั่นใจ หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือการขาดความมั่นใจ

เมื่อลิเวอร์พูลแพ้หนึ่งครั้ง ก็จะทำให้แพ้ต่อเนื่องไปอีก ยกตัวอย่างเช่นเกมที่แพ้คารังแอนฟิลด์ 1-2 ให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ก่อนหน้าเกมนั้นลิเวอร์พูลครองสถิติไร้พ่าย 13 เกม โดยชนะมาถึง 10 เกมและเสมอ 3 เกม แต่หลังจากแพ้ให้กับปีศาจแดง ลิเวอร์พูลลงแข่งอีก 9 เกมแต่เก็บชัยชนะได้เพียง 2 เกมกับนิวคาสเซิลที่ฟอร์มสุดตื้อและคิวพีอาร์ที่ใกล้ตกชั้นเท่านั้น

ปัญหาสำคัญคือภาวะขาดผู้นำ เมื่อตกเป็นฝ่ายตามหลัง 12 ประตู นักเตะที่ควรจะเป็นเพลย์เมคเกอร์ของหงส์แดงกลับถอยลงไปตั้งหลัก และเริ่มใช้แท็กติกป้องกันเกมรับแทนที่จะเปิดเกมบุกสู้หวังตามตีเสมอ

แต่ปัญหาไม่ได้ที่แนวบุกเท่านั้น ที่ตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คของมาร์ติน สเคอร์เทล ที่บางครั้งก็ดูโหดสุดๆ แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เราได้เห็นสเคอร์เทลถูกกองหน้าตัวเท่าเอวไล่ถลุงเอาเละเทะเหมือนกัน และที่มันเป็นเรื่องใหญ่ก็เพราะว่าพี่โหดทีมชาติสโลวาเกียต้องยืนเป็นผู้นำเกมรับนี่สิ ยิ่งกว่านั้นดยัน ลอฟเรนที่เคยเล่นดี๊ดีสุดยอดกับเซาท์แธมป์ตัน ก็ดันฟอร์มตกเหมือนตอนที่ยังอยู่กับลียงอีก ส่วนซาโก้ ได้บอลทีก็ดีใจจนแทบจะออกมาเต้น และสำหรับอัลแบร์โต้ โมเรโน่ ก็ให้เติมเกมไปเล่นหน้าคงจะรุ่งกว่านะ

การได้ตัวมิลเนอร์เข้ามาร่วมทีม แม้จะมาในฐานะจอมเก๋าเพราะอายุอานามปาเข้าไป 29 ปีแล้ว แต่ก็น่าจะยังช่วยลิเวอร์พูลได้มาก แต่ถ้าอะไรๆ มันไม่เป็นไปอย่างที่คิด ลิเวอร์พูลต้องรีบหาทางดึงสติกลับมาเล่นให้ดีให้ได้ก็แล้วกัน

คำถามสำคัญ

1) ใครจะมาแทนเจอร์ราร์ด?

ไม่ต้องสงสัยว่าเฮนเดอร์สันได้เติบโตสู่การเป็นสุดยอดมิดฟิลด์อย่างที่แฟนฟุตบอลหงส์แดงก็คาดไม่ถึงว่าจะเป็นไปได้เมื่อย้ายจากซันเดอร์แลนด์มาร่วมทีมลิเวอร์พูลเมื่อเดือนมิถุนายน 2011 ถ้าไม่เชื่อก็ดูจังหวะวางบอลข้ามแนวรับในเกมพรีซีซั่นกับทรู ออล สตาร์ที่กรุงเทพ แต่สำหรับการเป็นตัวแทนเจอร์ราร์ดยังน่าจะนับว่าห่างไกลอยู่มาก ซึ่งนั่นก็ต้องกลับมาพูดถึงเรื่องภาวะผู้นำกันอีกครั้ง เพราะอิทธิพลทางจิตใจของเจอร์ราร์ดที่มีนอกสนามแข่งก็สำคัญพอๆ กับในสนามเหมือนกัน

2) จะเล่นระบบเดียวเหมือนเดิมไหม?

ระบบแท็คติกยืดหยุ่นของร็อดเจอร์ส์ยอดเยี่ยมจนอยากจะปรบมือให้ดังๆ แต่บางครั้งการจัดตัวลงเล่นของร็อดเจอร์ส์ก็เป็นผลเสียกับทีมมากกว่าผลดี ในเกมเอฟเอคัพรอบรองชนะเลิศกับแอสตันวิลลา ร็อดเจอร์ส์ตัดสินใจเปลี่ยนกลับมาใช้ระบบกองหลัง 3 ตัวทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่ถึง 3 สัปดาห์วิลลาเพิ่งพบวิธีทำลายแนวรับ 3 ตัวแบบนี้มาแล้ว ซึ่งนั่นนับว่าเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับหงส์แดง

อีกอย่างหนึ่ง...กองหน้ามีเยอะแยะ ก็น่าจะเอาลงไปใช้ในสนามบ้างนะ

3) ร็อดเจอร์ส์จะเชื่อมั่นพลังดาวรุ่งหรือไม่?

ร็อดเจอร์ส์เคยเชื่อมั่นในอคาเดมี่ของลิเวอร์พูลและน่าจะเป็นสิ่งดีถ้ายังเป็นแบบนั้นต่อไป นอกจากไอบ์แล้ว จอร์แดน รอสซิเตอร์ มิดฟิลด์ปอดเหล็กที่ได้ลงเล่นและยิงประตูแรกให้กับทีมในการลงสนามนัดแรกเมื่อช่วงปลายฤดูกาลที่ผ่านมาก็สมควรที่จะได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง อีกรายคือเจอโรม ซินแคลร์ที่ถูกเปลี่ยนลงเป็นตัวสำรองในเกมที่พบกับเชลซี ส่วนรายสุดท้ายมิดฟิลด์พรสวรรค์ เชา คาร์ลอส เทเซร่า ที่เคยปล่อยตัวให้ไบรท์ตันยืมไปใช้และทำผลงานได้ดีก็โชว์ฟอร์มได้ดีในช่วงพรีซีซันหลังจากหายกลับมาจากอาการขาหักก็เป็นอีกคนที่น่าจับตามอง

คีย์แมนคนสำคัญ: เจมส์ มิลเนอร์

นี่อาจจะเป็นฤดูกาลสำคัญอีกครั้งหนึ่งสำหรับมิลเนอร์ที่กำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพค้าแข้งและอยู่กับทีมที่พร้อมจะส่งมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษลงสนามในตำแหน่งห้องเครื่องกลางสนามอย่างที่ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เล่นที่แมนเชสเตอร์ซิตี้  แต่นั่นหมายความว่ามิลเนอร์จะต้องแบกความรับผิดชอบมากขึ้น

แม้จะเพิ่งย้ายเข้ามาร่วมทีม แต่ประสบการณ์ของมิลเนอร์ก็มีความสำคัญกับลิเวอร์พูลมาก และใครจะรู้ อีกไม่นานเราอาจจะได้เห็นมิลเนอร์และเฮนเดอร์สันกลายเป็นหัวใจของทีมชาติอังกฤษที่รอย ฮ็อดจ์สันกำลังจะพาลุยสู้ศึกยูโร 2016 ก็ได้

จบฤดูกาลแฟนฟุตบอลจะพูดว่า...?

เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลของการปรับตัวสำหรับลิวเอร์พูล และถ้าสเตอร์ริดจ์ฟิตกลับมาเล่นในฤดูกาล 2016/17 แล้ว หงส์แดงก็อาจจะมีลุ้นแชมป์บ้างก็ได้ (อีกแล้ว) แต่ก็นั่นแหละ แนวรับก็ยังรับไม่เป็น (อีกเหมือนเดิม)

แต่ถ้าจะมองในแง่ดีบ้าง....ร็อดเจอร์ส์ยิ้มฟันขาวดีนะ