FourFourTwo พรีวิวก่อนเกม: Liverpool vs Sunderland

หงส์แดง ลิเวอร์พูลเปิดรังแอนฟิลด์รับการมาเยือนของซันเดอร์แลนด์ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 15 วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม เริ่มเตะเวลาสี่ทุ่มตรง

ก่อนเริ่มเกม

อะไรจะดราม่าเท่าทีมอันดับ 8 ลงเตะกับทีมอันดับ 14

LIVERPOOL FORM

  • Leicester 1-3 Liverpool (Prem)
  • Liverpool 1-0 Stoke (Prem)
  • Ludogorets 1-1 Liverpool (CL)
  • Palace 3-1 Liverpool (Prem)
  • Liverpool 1-2 Chelsea (Prem)

SUNDERLAND FORM

  • S’land 1-4 Man City (Prem)
  • S’land 0-0 Chelsea (Prem)
  • Leicester 0-0 S’land (Prem)
  • S’land 1-1 Everton (Prem)
  • Palace 1-3 S’land (Prem)

เจาะลึก

ข่าวลือเรื่องหงส์แดง Liverpool ม้วนเสื่อกลับแอนฟิลด์ดูเหมือนจะด่วนสรุปกันไปก่อน หงส์แดงที่เคยเป็นทีมลุ้นแชมป์ฤดูกาลที่แล้วเก็บได้เพียงแต้มเดียวจาก 4 เกม ร่วงลงไปอยู่อันดับ 12 ห่างจากกลุ่มท้ายตารางเพียง 6 แต้ม และถูกทีมหัวตารางทิ้งห่างถึง 18 แต้ม

12 เกมผ่านไป หงส์แดงเก็บแต้มได้เพียง 14 คะแนน ทำสถิติต่ำสุดตั้งแต่ฤดูกาลฝันร้าย 1992/93 ที่มีแกรม ซูเนส, นิค แทนเนอร์, อิสต์วาน คอซมา และรอนนี่ โรเซนทัลนำทีม

เดือนพฤศจิกายน ลิเวอร์พูลพ่ายให้แก่คริสตัล พาเลซ เชลซี และนิวคาสเซล และมีโอกาสยิงเข้าเป้าเพียง 8 ครั้ง ตั้งแต่เปิดฤดูกาลจนถึงตอนนี้ หงส์แดงมีประตูได้เสียเท่ากันที่ 19 ประตู เป็นการยิงประตูได้น้อยที่สุดและเสียประตูมากที่สุดในบรรดาทีมที่เข้ารอบแชมเปียนส์ลีก และช่วยไม่ได้ที่สายตาทุกคู่จะจับจ้องไปที่บุคคลเดียว "ผมคงจะเป็นคนแรกที่โดนเด้ง" เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กล่าวหลังจากแฟนๆ เริ่มเสียขวัญ

แต่ปุบปับแบบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หงส์แดงก็ชนะ 2 นัดรวดในระยะเวลา 3 วันจากการลงเตะที่แอนฟิลด์กับสโต๊ค ซิตี้ และออกไปเยือนเลสเตอร์ซิตี้ ทำให้แฟนๆ ชักจะยิ้มได้

ถ้าหงส์แดงเก็บชัยชนะในการเปิดรังแอนฟิลด์ต้อนรับแมวดำ Sunderland ในวันเสาร์นี้ จะเป็นครั้งแรกที่ลิเวอร์พูลทำสถิติชนะ 3 นัดรวดตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้วเมื่อครั้งยังทำผลงานยอดเยี่ยม

ชนะแมวดำคราวนี้ได้ครั้งหนึ่ง หงส์แดงอาจมีลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปียนสลีก และจะไม่ต้องจบฤดูกาลมือเปล่าเหมือนที่กำลังจะเป็น

แต่แม้ลิเวอร์พูลจะชนะสองเกมติด แต่แฟนๆ ก็ยังไม่นอนใจ เพราะหงส์แดงชนะมาได้แบบรากเลือดและเกือบจะได้แต้มเดียวติดมือแทนที่จะเป็นสามแต้ม แต่ยังไงซะ ชนะก็คือชนะ และเมื่อจบเกม 90 นาทีในคืนวันเสาร์นี้ ลิเวอร์พูลน่าจะสะกดคำว่า "ชนะ" สามครั้งติดกันได้เสียที

บ่อนพนันดูเหมือนจะเทไปทางผลเสมอ แม้ทีมเยือนจะเป็นฝ่ายถูกเซาท์แธมป์ตันยำเละ 8-0 และแพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้คาบ้าน 4-1 แต่ซันเดอร์แลนด์ยังเป็นอีกทีมที่ชนะไม่ง่ายเลย ด้วยผลเสมอ 8 เกมจาก 14 เกม และการยิงประตูได้เพียง 14 ลูกยังคงเป็นปัญหาที่กัส โปเยต์ยังตีโจทย์ไม่แตก

แต่ซันเดอร์แลนด์ยังมีเซอร์ไพรส์เมื่อต้องลงเล่นกับทีมใหญ่ ล่าสุดคือการเปิดบ้านยันเสมอเชลซี 0-0 เป็นผลมาจากความพยายามและทุ่มเทวิ่งสู้ฟัดจนวินาทีสุดท้ายของแมวดำ

กุสตาโว โปเยต์ยังเชื่อว่าทีมของเขากำลังทำฟอร์มสุดยอดเมื่อเปิดเกมแลกให้เชลซีบุกแหลก "เราปรับตัวเข้ากับเกมแบบนั้นได้ดี" โปเยต์กล่าว "สำคัญที่ความฟิต การป้องกัน ความทุ่มเท วินัย มีไม่กี่ทีมที่เล่นเกมรับได้แบบนี้ แต่การเล่นกับทีมใหญ่ที่เก่งกว่าคุณต้องเล่นแบบนี้เท่านั้น"

ถึงแม้เกมรับแบบนั้นของโปเยต์ดูเหมือนจะไม่ได้ผลกับแมน ซิตี้ แต่การแบ่งแต้มกับสองทีมนำก็เป็นสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง และเป็นหนึ่งแต้มสำคัญที่ซันเดอร์แลนด์จะอ้าแขนรับแบบไม่เกี่ยงงอน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่การเก็บ 1 แต้มจาก 6 เกม กลายเป็น 1 แต้มจาก 9 เกมก็คงดูไม่สวยเท่าไหร่ เพราะเกมฟุตบอลเปลี่ยนได้ในพริบตา เหมือนที่ลิเวอร์พูลรู้ดี

ข่าวจริงหรือข่าวลวง

ในบรรดานักเตะที่เช็คอินเข้าโรงพยาบาลยาวๆ ดูเหมือนว่า มามาดู ซาโก้, ซูโซ่ และมาริโอ้ บาโลเตลลี่ น่าจะได้เป็นคนแรกๆ ที่จะฟิตกลับมาลงสนาม แต่รายหลังสุดอาจจะยังมีปัญหาในการคืนสนามอยู่บ้างหลังจากมีเรื่องอึนๆ ในโซเชียล มีเดีย 

และยังไม่นับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ทวิต "ข้อเท้าแย่แล้ว" หลังจากนัดที่ชนะเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำให้คาดเดากันว่าสเตอร์ลิ่งอาจไม่ฟิตลงสนาม แต่ทวิตดังกล่าวก็ถูกลบไปในพริบตาชนิดที่คนอ่านยังงงว่า เอ๊ะ..เมื่อกี๊มีอะไร? เกิดอะไรขึ้น? เอ่อ...ก็....

ที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเทพผู้กู้ชีวิตหงส์แดงอย่าง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ยังต้องพักไปอีกอย่างน้อย 4 สัปดาห์กว่าจะกลับมาฟิตลงสนาม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นข่าวดีสำหรับริคกี้ แลมเบิร์ตและซันเดอร์แลนด์ แต่ไม่ค่อยจะดีนักกับหงส์แดง ลิเวอร์พูล

ฝั่งซันเดอร์แลนด์ที่มีปัญหาการบาดเจ็บน้อยกว่า เหลือเพียงบิลลี่ โจนส์และเอ็มมานูเอล จัคเครินี่ ที่กำลังจะฟิตกลับมาลงสนามเป็นตัวจริง

จับตามอง: ลูคัส เลว่า (ลิเวอร์พูล)

แม้บางคนจะเถียงว่าคนที่น่าจับตามองน่าจะเป็นสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าตัวเอง) แต่หลายคนมองว่าน่าจะเป็นซิมง มิญโญเลต์ ที่สามารถชี้ผลแพ้ชนะได้จากการเซฟลูกยิง แต่เรายังมองว่าในตอนนี้สิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องการ (นอกจากหลุยส์ ซัวเรซ) คือความสามารถของนักเตะบราซิลคนนี้

จากนักเตะที่ถูกเมินในช่วงปิดฤดูกาล กลายเป็นคีย์แมนคนสำคัญของลิเวอร์พูล จาก 10 เกมที่ลูคัส เลว่าลงสนามในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลชนะ 7 เกม และแพ้เพียง 2 เกม โดย 1 ใน 2 เกมนั้นเป็นการพ่ายแพ้ให้แก่สุดยอดทีมอย่างเรอัล มาดริด แต่ใน 11 เกมที่ลูคัสไม่ได้ลงสนาม ลิเวอร์พูลชนะเพียง 2 เกม และแพ้ถึง 7  เกม

ในเกมเยือนเลสเตอร์ซิตี้ ลูคัสเก็บบอลคืนได้มากกว่านักเตะทุกคนในสนาม (รวม 13 ครั้ง) เข้าเบียดแย่งบอลได้มากกว่านักเตะทุกคน (8 จาก 8 ครั้ง) และทำสถิติตัดบอลได้มากที่สุดถึง 4 ครั้ง 

ณ จุดที่ร็อดเจอร์ต้องการให้ทีมกลับสู่เกมฟุตบอลเบสิค บทบาทของลูคัส เลว่าจึงไม่ควรถูกมองข้าม การสู้กันกลางสนามของลูคัส กับ ลี แคทเทอร์โมล น่าจะเป็นการชี้ชะตาทีมชนะในเกมนี้ได้เลย

LAST FIVE MEETINGS

  • L’pool 2-1 S’land (PL, Mar 14)
  • S’land 1-3 L’pool (PL, Sep 13)
  • L’pool 3-0 S’land (PL, Jan 13)
  • S’land 1-1 L’pool (PL, Sep 12)
  • S’land 1-0 L’pool (PL, Mar 12)

โค้ชใหญ่

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการอ้างคำพูดของร็อดเจอร์ "เมื่อไม่กี่เดือนก่อนผมเป็นโค้ชแห่งปี แต่ตอนนี้ผมกำลังเป็นเบอร์หนึ่งที่จะโดนเด้ง" แต่ดูเหมือนว่าร็อดเจอร์จะพูดเกินจริงไปเยอะ ร็อดเจอร์สเป็นอันดับ 3 ไม่ใช่อันดับ 1 เสียหน่อย และการชนะ 2 เกมก็ทำให้ร็อดเจอร์พอจะมีโอกาสหายใจ ที่จริงแล้วร็อดเจอร์สออกจะมัวแต่ยุ่งกับการโอ๋สตีวี่ จี หรือมัวนั่งอ่านหมายเหตุท้ายสัญญาของเกรียนโอ้ หรือมวแต่ไปคิดเวิ่นเว้อหาคำเปรียบเปรยเด็ดๆ โดยที่ไม่ค่อยจะใส่ใจตำแหน่งของตัวเองซักเท่าไหร่ "ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เมื่อถึงเวลาคุณก็ต้องกางล้อและลงจอด" กุนซือหงส์กล่าว "แต่เจอร์ราร์ดยังไม่ได้เริ่มกางล้อเลย" ล้อของร็อดเจอร์สก็คงยังไม่กางเหมือนกัน

และเมื่อคิดไปแล้ว โปเยต์ก็ยังไม่ได้เริ่มกางล้อเตรียมลงจอดเหมือนกัน การยันเสมอกับเชลซีทำให้โปเยต์และลูกทีมมีความมั่นใจในการต้องเล่นเกมถัดมากับแมน ซิตี้และลิเวอร์พูล "จากนี้ลูกทีมของผมจะเดินลงสนามโดยที่ในหัวคิดว่าจะต้องชนะเกมนี้ได้ เราชนะแมน ซิตี้ได้ ชนะลิเวอร์พูลได้" โปเยต์กล่าว แม้ซันเดอร์แลนด์จะชนะแมน ซิตี้ไม่ได้ก็ตาม (โปเยต์ให้สัมภาษณ์หลังเกม "เป็นเกมที่ยาก และแมน ซิตี้ก็ดีกว่าเรามาก") แต่ซันเดอร์แลนด์ยังคงมุ่งหน้าสู่แอนฟิลด์พร้อมความหวังเก็บชัยชนะกลับบ้าน

ข้อมูลและตัวเลข

  • ​5 ประตูหลังสุดของลิเวอร์พูลในเกมพรีเมียร์ลีก เป็นการยิงโดยนักเตะอังกฤษ 5 คน
  • เจอร์ราร์ดยิง 1 ประตู และแอสซิสต์ 3 ประตู ในการลงสนามพบกับซันเดอร์แลนด์ 3 ครั้งหลังสุดในพรีเมียร์ลีก 
  • ​นักเตะลิเวอร์พูลเล่นพลาดและนำไปสู่การเสียประตูหรือเกือบเสียประตู 20 ครั้ง มากที่สุดในลีก
    More FFT Stats Zone facts

FourFourTwo ฟันธง

ลิเวอร์พูล 2-0 ซันเดอร์แลนด์

Liverpool vs Sunderland LIVE ANALYSIS with Stats Zone