ฝรั่งเศสมีเสียว: เจาะหมากไอร์แลนด์ใช้สยบอิตาลี

ก่อนสิ้นเสียงนกหวีดเกมระหว่างทัพยักษ์เขียวและอิตาลีเพียง 5 นาที ไอร์แลนด์ยังคงอยู่ในข่ายของทีมที่ต้องเก็บของกลับบ้าน ทว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างจากรอบรองฯ เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น ซึ่งมันก็มีโอกาสที่พวกเขาจะผ่านไปรอบนั้นได้จริงๆ ซึ่ง แกรี พาร์กินสัน คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟร์ทูมีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้ถึงสิ่งนี้…

ทีมชาติไอร์แลนด์ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จหลังจากที่ทุ่มสุดตัวในเกมที่พบกับอิตาลีจนสามารถเอาชนะมาได้จากประตูชัยช่วงท้ายเกม ซึ่งชัยชนะในนัดนี้น่าจะทำให้แฟนบอลรุ่นเก๋านึกถึงชัยชนะ 1-0 เหนืออิตาลีในเวทีฟุตบอลโลกเมื่อปี 1994 ที่ประเทศอเมริกา

โดยก่อนเกมเมื่อคืนนี้จะเริ่มขึ้น ทัพ “อัซซูรี่” สามารถการันตีโอกาสเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มของตัวเองได้แล้ว ทำให้พวกเขาถือโอกาสพักแข้งตัวจริงและส่งเอาบรรดาตัวสำรองลงมาโชว์ฟอร์มบ้าง โดย อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือใหญ่ของทีมเปลี่ยนแปลงผู้เล่นทั้งหมด 8 คนจากเกมก่อนหน้า

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าคอนเต้จะเปลี่ยนแปลงผู้เล่นไปค่อนทีม ทว่าบรรดาแข้งตัวจริงในเกมนี้ก็ยังคงเป็นแข้งคุณภาพระดับแชมเปี้ยนส์ลีกอยู่ดี ด้านทีม “ยักษ์เขียว” เปลี่ยนแปลงผู้เล่นเพียง 4 คน ซึ่ง 3 จาก 4 คนนั้นก็เป็นเพียงแข้งระดับแชมเปี้ยนชิพ อย่างเช่น ริชาร์ด คีโอห์ ของดาร์บี้ เคาน์ตี้, เชน ดัฟฟี่ จากแบล็คเบิร์น และ ดาริล เมอร์ฟี่ ของอิปสวิช (ยังมี เจมส์ แม็คคลีน ของเวสต์บรอมด้วย) โดยมี เชน ลอง หัวหอกตัวเก่งของทีมค้ำอยู่ในแดนหน้า

ขุนพลยักษ์เขียวต้องเก็บชัยชนะให้ได้เท่านั้นหากพวกเขาต้องการผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ดังนั้น มาร์ติน โอนีล กุนซือใหญ่ของทีมจึงเลือกใช้แผน 4-3-3 เพื่อเน้นเกมรุกมากขึ้น ซึ่งมันก็ดูจะได้ผลดีเมื่อหลังจากเกมผ่านไปได้ราวครึ่งชั่วโมง ทั้งคู่สู้กันได้อย่างสูสี สถิติการผ่านบอลของทั้ง 2 ทีมแทบจะพอๆ กัน เพียงแค่ไอร์แลนด์จ่ายบอลขึ้นหน้ามากกว่า

เกมรับเหนียวหนึบ

ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นเพราะทีมของคอนเต้มีการเปลี่ยนแปลงหลายตำแหน่ง ทำให้แข้งหลายๆ คนต้องใช้เวลาในการปรับจูนพอสมควร หรือไม่บางทีกุนซือใหญ่ชาวอิตาเลียนอาจจะพอใจกับลูกทีมของตัวเองที่เน้นรับลึก ซึ่งเปรียบเสมือนการซ้อมใหญ่ในเกมรับเพื่อรอรับศึกมหาโหดกับชาติอื่นๆ ที่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายมาเหมือนกัน

เห็นได้ชัดว่าพลพรรคอัซซูรีดูจะเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น และดีกว่าเกมรุกของพวกเขาเสียอีก ดูจากการที่ไอร์แลนด์มักจะได้ทุ่มบ่อยๆ บริเวณกราบซ้ายในแดนของทัพอัซซูรี่

นอกจากนี้พวกเขายังป้องกันลูกกลางอากาศได้ดีอีกด้วย โดยลูกทีมของคอนเต้สามารถป้องกันลูกโยนฟรีคิกในครึ่งแรกไว้ได้ครั้งหนึ่ง ขณะที่พวกเขาเองก็เสียลูกเตะมุมนับครั้งได้ อีกทั้งเวลาได้ลูกคอร์เนอร์แข้งยักษ์เขียวมักจะเล่นสั้นมากกว่าจะโยนไปทีเดียว

ไอริชโฉมใหม่

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามก็ไม่ใช่ว่าแข้งไอริชจะไม่โยนยาวเลยเสียเมื่อไหร่ แม้ว่าก่อนหน้านี้ มาร์โก ทาร์เดลลี่ อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีมของไอร์แลนด์จะออกมาตำหนิผู้เล่นไอริชว่าขาดความฉลาดในการเล่น แต่มันก็ไม่ใช่การโยนตะพึดตะพืดเหมือนสมัย แจ็ค ชาร์ลตัน อีกแล้ว

โดยแม็คคลีน, เมอร์ฟี่, เจฟฟ์ เฮนดริก และร็อบบี้ เบรดี้ ต่างเป็นประเภทที่เล่นบอลสั้นทั้งหมด ทั้ง 4 คนสามารถเชื่อมเกมเข้าหากันได้อย่างเนียนตา โดยจากรูปด้านล่างจะเห็นได้ว่าพวกเขาพยายามรับส่งบอลกันไปเรื่อยๆ เพื่อหาช่องเจาะเข้าพื้นที่สุดท้ายของอิตาลี

สำหรับจังหวะที่ไอร์แลนด์ได้ประตูขึ้นนำ พวกเขาไม่ได้เปิดเกมรุกขึ้นมาและโยนบอลเข้าไปลุ้นในกรอบเขตโทษแบบสุ่มๆเหมือนสมัยก่อน แต่มาจากการขึ้นเกมที่เป็นรูปแบบ จะเห็นได้ว่า เวส ฮูลาแฮน ผู้เล่นของทัพยักษ์เขียว บรรจงเปิดบอลโค้งเข้าหัว ร็อบบี้ เบรดี้ ที่เทคตัวขึ้นโหม่งตัดหน้าผู้รักษาประตูของอิตาลีเข้าไปอย่างสวยงาม  ซึ่งมันสามารถสะท้อนให้เห็นถึงการเข้าทำอันยอดเยี่ยมของพวกเขา

ถึงแม้ว่าจะมีฮูลาแฮนที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อยู่ในสนาม รวมถึง ไอเด้น แม็คเกียดี้จะถูกส่งลงมาแล้ว แต่โอนีลก็ยังพยายามจะส่งอาวุธของเขาลงมาเพื่อทลายแนวรับของอิตาลีให้ได้ โดยในตอนที่เบรดี้พังประตูได้นั้น กุนซือใหญ่ของพวกเขาเตรียมจะส่ง ร็อบบี้ คีน กองหน้าตัวเก๋าชาวลงสนามมาช่วยอีกแรงด้วย แล้วเกมก็จบลงด้วยชัยชนะของไอร์แลนด์ และจากสถิติยังแสดงให้เห็นว่า ไอร์แลนด์พยายามต่อบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายของอิตาลี มากกว่าที่อิตาลีพยายามราว 2 เท่าเลยทีเดียว

มองถึงรอบรอง

STATS ZONE

Free on iOS & Android

ไอร์แลนด์ได้แสดงความนิ่งและความคิดสร้างสรรค์อันน่ายกย่องในการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าตัวเอง และพวกเขาจะต้องทำอย่างนี้อีกครั้งในวันอาทิตย์ที่ลียงในเกมกับฝรั่งเศส ซึ่งดีแล้วน่าจะมีลุ้นทีเดียว

เพราะทางฝั่งเจ้าภาพนั้นยังไม่ค่อยคงเส้นคงวานักในเกมรุก เมื่อต้องอาศัยประตูช่วงท้ายเกมกว่าจะเอาชนะโรมาเนียและแอลเบเนีย อีกทั้งยังไม่สามารถเจาะแนวรับสวิตเซอร์แลนด์เข้าไปได้ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นเกมรับของทีมตราไก่ยังเป็นเครื่องหมายคำถาม ถ้าโดนลูกไล่บี้ไล่เพรสซิ่งของลองและพรรคพวกก็อาจจะเป๋ได้

ถ้าลูกทีมของโอนีลเล่นได้อย่างนี้อีกครั้งก็อาจสร้างความน่าสะพรึงกลัวให้กับฝรั่งเศสได้เหมือนกัน และจากการที่มีผู้ชนะระหว่างอังกฤษกับไอซ์แลนด์รออยู่ในรอบต่อไป ทำให้พวกเขามีโอกาสที่เข้าถึงรอบตัดเชือกเหมือนกัน

More Stats Zone analysis

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android