Analysis

ฟอร์มแชมป์? เหตุใดแมนฯยู จึงพิสูจน์ถึงความเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้ ทั้งที่ยังไม่เจอทีมใหญ่

Romelu Lukaku

สื่ออาจจะโหมกระแสใหญ่โตว่าบิ๊กแมตช์คือเกมตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกอยู่บ่อยครั้งก็จริง แต่ ทอเร่ ฮอกสตัด ขอค้าน พร้อมหลักฐานว่าที่เขาพูดกันนั้นมันไม่จริงเท่าไหร่

We are part of The Trust Project What is it?

เกมพรีเมียร์ลีกวันเสาร์นี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะออกไปเยือน ลิเวอร์พูล ซึ่งถือเป็นบิ๊กแมตช์ครั้งแรกของทีมปีศาจแดงในฤดูกาลนี้ด้วย แน่นอนว่ากระแสก่อนเกมย่อมมาเต็ม รวมถึงการถกเถียงว่าแมนฯ ยูไนเต็ดดีพอสำหรับการลุ้นแชมป์หรือไม่ เพราะตั้งแต่เปิดฤดูกาลพวกเขายังไม่เคยดวลกับทีมคู่แข่งลุ้นแชมป์ด้วยกัน ซึ่งหลายคนมองว่าจะเป็นแชมป์ลีกได้ต้องชนะเกมใหญ่ๆ แบบนี้

ความสำคัญของการที่ทีมใหญ่โคจรมาปะทะกันได้บดบังความจริงทั้งทางตรรกะและการเงิน

แต่เราอยากจะบอกว่าที่พูดมาก็ไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะความสำคัญของการที่ทีมใหญ่โคจรมาปะทะกันได้บดบังความจริงทั้งทางตรรกะและการเงิน ยูไนเต็ดอาจจะทำคะแนนนำเป็นจ่าฝูงร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากผลชนะ 6 เสมอ 1 เท่ากันก็จริง แต่พวกเขากลับได้รับการยกย่องน้อยกว่าคู่ปรับร่วมเมืองเพียงเพราะ 7 นัดที่ผ่านมา ทีมปีศาจแดงยังไม่เจอกับบททดสอบที่แท้จริงด้วยการชนะทีมใหญ่ นั่นคือสิ่งที่เขาพูดกัน ทว่าประวัติศาสตร์ในระยะหลังกลับบอกเราอีกอย่าง

เพราะ 4 ปีหลังสุด ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกมักจะทำผลงานไม่ดีเท่าไหร่ในเกมใหญ่ และน่าสังเกตว่าคุณภาพในการลุ้นแชมป์ถูกบดบังด้วยการสร้างแรงกระเพื่อมจากการชนะนัดสำคัญ คุณอาจจะยังไม่ทันได้สังเกต แต่แมนฯ ยูไนเต็ดได้ผ่านบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไปแล้ว

แพ้มินิลีกทีมใหญ่ แล้วไง?

ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกในระยะหลัง อาจเป็นเครื่องพิสูจน์ของสิ่งที่เราจะพูดว่า ถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสะดุดที่แอนฟิลด์วันเสาร์นี้ แต่พวกเขาก็ยังมีลุ้นแชมป์ไปยาวๆ อยู่ดี

ฤดูกาลที่แล้วทีมแชมป์อย่าง เชลซี แพ้ทั้งยูไนเต็ด, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, อาร์เซนอล และลิเวอร์พูลในการพบกันของทีม 6 อันดับแรก ซึ่งพวกเขาทำคะแนนเป็นอันดับ 2 เหนือสเปอร์ส ส่วนแชมป์มินิลีกทีมใหญ่นั้นต้องยกให้ลิเวอร์พูลที่ไม่แพ้ใคร แต่เชื่อหรือไม่ว่าทีมหงส์แดงเข้าป้ายเพียงอันดับ 4 ตามหลังแชมป์ถึง 17 คะแนน

Jurgen Klopp

ผลงานของลิเวอร์พูลในการเจอทีมเล็กได้บดบังโอกาสลุ้นแชมป์ของพวกเขาไปเมื่อฤดูกาลก่อน

ไม่ได้มีแค่เพียงเชลซีในฤดูกาลที่ผ่านมาเท่านั้น ฤดูกาลก่อนหน้าที่ เลสเตอร์ สร้างเทพนิยายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พวกเขาก็ชนะเพียง 4 จาก 12 เกมที่พบกับทีม 6 อันดับแรก ที่เหลือเสมอ 5 และแพ้ไป 3 หนักข้อกว่าคือเชลซีในฤดูกาล 2014/15 ที่ชนะทีมคู่แข่งลุ้นแชมป์ได้เพียง 2 จาก 6 นัด แต่กลับคว้าแชมป์แบบม้วนเดียวจบ

ส่วนแมนฯ ซิตี้แชมป์ฤดูกาล 2013/14 ก็แพ้ในเกมพบทีมบิ๊กโฟร์ถึง 3 จาก 6 นัด แชมป์มินิลีกทีมใหญ่ปีนั้นต้องยกให้เชลซี ที่ชนะ 5 เสมอ 1 ไม่แพ้ใคร แม้จะน่าประทับใจแต่พวกเขากลับจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 ด้วยเหตุผลเดียวกับลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา คือทีมขาดคุณสมบัติของการเป็นแชมป์นั่นเอง

สูตรลับสู่แชมป์

สูตรลับ ซึ่งจะว่าไปก็ไม่ลับเท่าไหร่ของการเป็นแชมป์ลีกนั้นก็คือ ชนะทีมที่เราเหนือกว่าให้ได้อย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้คุณก็อาจต้องการแค่ชัยชนะไม่กี่ครั้งต่อทีมคู่ปรับโดยตรงเพื่อคว้าแชมป์แล้ว

ทริปเกมเยือนมหาโหดในแชมเปี้ยนส์ลีกก็อาจบีบให้ทีมต้องขึ้นเครื่องบินกลับบ้านตั้งแต่ตอนตี 4 ของวันพฤหัสบดี เพื่อมาเล่นเกมพรีเมียร์ลีกนัดเยือนในวันเสาร์

มันอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ผู้คนก็มักลืมความจริงนี้ไปจากความสำคัญของเกมใหญ่ และการถ่ายทอดสดอยู่เป็นประจำ เพราะแม้ทีมแชมป์จะโกยแต้มเป็นกอบเป็นกำจากอีก 14 ทีมที่เหลือมากกว่าทีมร่วมกลุ่ม 6 อันดับแรกหลังจบฤดูกาล แต่การชนะทีมเล็กมันไม่ยิ่งใหญ่ ไม่ดีต่อใจเหมือนการชนะทีมใหญ่ เพราะผู้คนต่างคาดหวังว่าต้องเอาชนะให้ได้อยู่แล้ว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เกจิยังไม่เชื่อใจแมนฯ ยูไนเต็ดเท่าไหร่ในขณะนี้

ทว่าความคาดหวังนั้นก็ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเท่าไหร่แล้ว เพราะในยุคที่ทีม ซึ่งต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกยังได้ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมากกว่า แอตเลติโก มาดริด ที่ได้อันดับ 3 ลาลีกา ฤดูกาลที่ผ่านมา ทีมกลางตารางหรือแม้แต่ทีมท้ายตารางก็สามารถพัฒนาทีมจนสามารถล้มยักษ์ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ทริปเกมเยือนมหาโหดในแชมเปี้ยนส์ลีกก็อาจบีบให้ทีมต้องขึ้นเครื่องบินกลับบ้านตั้งแต่ตอนตี 4 ของวันพฤหัสบดี เพื่อมาเล่นเกมพรีเมียร์ลีกนัดเยือนในวันเสาร์ เกมเจอทีมเล็กที่เคยง่าย มันเลยไม่ง่ายอีกต่อไปแล้วนั่นเอง

Jose Mourinho

มูรินโญ่มักจะทำผลงานเกมลีกเวลาเจอทีมเล็กได้ดีเสมอ

นั่นหมายความว่าบททดสอบของจริงสู่การเป็นแชมป์ลีกส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเกมตอนบ่าย 3 กับทีมที่ดูด้อยกว่าต่างหาก เชลซีคว้าแชมป์ฤดูกาลก่อนได้ก็เพราะพวกเขาเก็บไป 77 จาก 84 คะแนนเมื่อต้องเจอทีมนอกท็อปซิกส์ด้วยระบบที่ อันโตนิโอ คอนเต้สร้างไว้เป็นอย่างดี และทีมเดียวกันนี้ยังคว้าแชมป์ด้วยสูตรเดียวกันเมื่อปี 2015 ในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ทำผลงานในเกมใหญ่แย่กว่ากันมาก แต่ประเด็นสำคัญคือ ทีมสิงโตน้ำเงินครามไม่เคยพลาดเวลาที่คนอื่นพลาดทั้งสองครั้ง

ชี้ชะตาที่เบิร์นลี่ย์

นั่นทำให้ผลงานช่วงเปิดฤดูกาลของยูไนเต็ดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะพวกเขาได้แสดงสัญญาณในการค้นพบสูตรเพื่อเอาชนะทีมเล็กได้แล้ว มันก็อาจจะมีข้อถกเถียงอยู่บ้างตรงที่ทีมปีศาจแดงยังไม่เคยเจอกับบททดสอบจากทีมใหญ่ระหว่างที่พวกเขาเดินหน้าคว้าชัยต่อเนื่อง ต่างจากซิตี้ที่เอาชนะทั้งลิเวอร์พูลและเชลซีได้แล้ว ทีมเรือใบสีฟ้าดูแข็งแกร่งก็จริง แต่ยูไนเต็ดก็ผ่านการทดสอบมาแล้ว ไม่เชื่อดูผลการแข่งขันที่ผ่านมาสิ

สเปอร์สทำแต้มหล่นไป 4 คะแนนในเกมที่เขาบอกกันว่าง่าย รวมถึงการเสมอ สวอนซี ในบ้านตัวเอง ซึ่งยูไนเต็ดบุกไปถล่มได้ถึง 4-0 (ยิ่งไปกว่านั้น ทีมไก่เดือยทองยังไม่เคยคว้า 3 คะแนนได้ในการเล่นที่ เวมบลีย์ รังเหย้าชั่วคราวของพวกเขาได้เลยในลีกฤดูกาลนี้) เชลซีก็ทำแต้มหลุดไป 3 คะแนนอย่างไม่น่าเสีย อาร์เซนอลเสียไป 3 ลิเวอร์พูลหนักหน่อย ทำหล่นไป 6 หนึ่งในตัวแปรสำคัญของสงครามลุ้นแชมป์อาจอยู่ที่ เบิร์นลี่ย์ ที่ขโมยแต้มจากทีมท็อปซิกส์ได้ถึง 7 คะแนนแล้ว หากซิตี้ และยูไนเต็ดคว้าชัยได้ ก็กุมความได้เปรียบเหนือกว่าทีมที่อื่นไปอีกขึ้น

Burnley

ไม่แน่ว่าเบิร์นลี่ย์อาจตัดสินตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกก็เป็นได้

ถึงกระนั้นมันก็ไม่ง่าย เพราะการชนะทีมอย่างเบิร์นลี่ย์นั้นต้องใช้แผนที่แตกต่างจากการชนะเกมใหญ่ หากไม่สามารถเปิดแผลในแนวรับที่ฝังลึกได้ก็อาจต้องจำใจรับผลเสมอแบบไร้สกอร์ แต่หากพลาดท่าให้กับการโยนยาวก็อาจถึงขั้นเสียประตูและแพ้ได้ ซึ่งถ้าการเล่นกับทีมเล็กมันเหมือนกับทีมใหญ่ ลิเวอร์พูลคงคว้าแชมป์ลีกสูงสุดที่รอคอยไปนานโขแล้ว

ผลเสมอที่ยิ่งใหญ่

การหาสูตรเด็ดสู่ชัยชนะในเกมที่ต้องชนะมีแรงจูงใจสำคัญคือ เกมที่ต้องเจอกับทีมเล็กมีมากถึง 28 นัดใน 1 ฤดูกาล ซึ่งแน่นอนว่ามีแต้มให้เก็บมากกว่าการเจอทีมใหญ่เพียง 10 นัดต่อซีซั่น เมื่อชนะทีมเล็กหรือทีมใหญ่ก็ได้ 3 คะแนนเท่ากันเช่นนี้ หากคุณชนะในเกมที่ต้องชนะได้สม่ำเสมอ ก็อาจไม่จำเป็นต้องชนะเกมใหญ่เลยด้วยซ้ำ

ซึ่งหนึ่งในสาเหตุที่เชลซีเสมอเกมใหญ่ซะเยอะในฤดูกาล 2014/15 ก็เพราะพวกเขาขึ้นนำหัวตารางได้ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลนั่นเอง เมื่อสถานการณ์เข้าทางพวกเขา มูรินโญ่ก็รู้ว่าพวกเขาไม่มีเหตุอะไรต้องเสี่ยง ขอแค่กุมความได้เปรียบในมือเอาไว้ให้ได้และอย่าพลาดเอง เท่านี้แชมป์ก็อยู่ในกำมือแล้ว นั่นทำให้แม้ทีมสิงโตน้ำเงินครามจะเสมอทั้ง 6 นัดยามเจอทีมท็อปโฟร์ ก็สามารถยังคว้าแชมป์ได้สบายๆ

ที่กล่าวมาทั้งหมดคือสาเหตุที่เราจะบอกว่าทำไมผลงานการออกสตาร์ทสุดแจ่มของยูไนเต็ดจึงสำคัญ เพราะมันทำให้ในเกมลีก 4 นัดต่อไป ซึ่งมีทั้งเกมที่ต้องเยือนลิเวอร์พูลกับเชลซี และเปิดบ้านพบสเปอร์ส มูรินโญ่ถึงสามารถตั้งเป้าขอแค่ไม่แพ้ไว้ก่อนได้ แล้วค่อยไปเดินหน้าตบเด็กในนัดที่เหลือ

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น เราจึงอยากบอกทุกคนว่าไม่ควรลดคุณค่าของความแข็งแกร่งที่แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงให้ชมในเกมบุกชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน, เกมโต้กลับในนัดบุกถล่มสวอนซี, การบริหารเกมในนัดถล่ม เวสต์แฮม รวมถึงการควบคุมสถานการณ์ในเกมล่าสุดที่ถล่ม คริสตัล พาเลซ การชนะเกมแบบนี้ทำให้พวกเขาสอบผ่านในโจทย์ยากที่ไม่อาจนึกถึงไปได้แล้ว ซึ่งหากผู้คนพูดว่ามันช่างง่ายเหลือเชื่ออะไรเช่นนี้ ก็เป็นเพราะยูไนเต็ดทำให้ทุกอย่างดูง่ายนั่นเอง

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลได้ทุกวันที่ FourFourTwo.com