ฟอร์มอันน่าทึ่ง และค่ายเบียร์ท้องถิ่น ทำให้เสือเหลืองกลับมาคำรามอีกครั้ง

เจมส์ เดมพ์นีย์ FourFourTwo ผลงานและความสำเร็จที่ผ่านมาบ่งบอกว่า ดอร์ทมุนด์ คืออีกหนึ่งสุดยอดทีมของเยอรมัน และเราจะมาเจาะลึกอีก 1 ทีมที่จะมาท้าชิงแชมป์บุนเดสลีก้า ฤดูกาลนี้

ฐานที่ตั้งของทีมอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ในเมืองที่มีความโดดเด่นด้านอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน และและผลิตแร่เหล็ก แต่ทีมฟุตบอล โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำให้ชาวเมืองได้ชื่นชมกับความสำเร็จ นับตั้งแต่ทีมก่อตั้งเมื่อปี 1909 เสือเหลือง ได้แชมป์บุนเดสลีก้า 8 สมัย,เยอรมัน ซูเปอร์คัพ 5 สมัย,ฟุตบอลถ้วยเยอรมัน คัพ หรือเดเอฟเบ โพคาล 3 สมัย และถ้วยใบใหญ่ของยุโรป ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์อีก 1 สมัย 
 
ย้อนไปเมื่อ  10 กว่าปีก่อน ดอร์ทมุนด์ ประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก จนเกือบต้องล้มละลาย ทำให้ผลงานในสนามตกต่ำลงไปด้วย กระทั่งในปี 2008 ชายที่ชื่อ เจอร์เกน คลอป เดินเข้ามากู้วิกฤติของทีมในฐานะเทรนเนอร์คนใหม่ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของดอร์ทมุนด์ เขานำทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีก้า 2 สมัยในซีซั่น 2011 และ 2012 รวมทั้งเข้ารอบชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ในปี 2013 
 
ซีซั่นที่ผ่านมา ดอร์ทมุนด์ ทำผลงานย่ำแย่จมอยู่ในโซนท้ายตาราง ก่อนจะยกระดับฟอร์มขึ้นมาจบฤดูกาล อันดับ 7 แต่ก็พลาดสิทธิ์ไปเล่นถ้วยบิ๊กเอียร์ ในรอบคัดเลือก และถือเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเจอร์เก้น คลอปป์ กับดอร์ทมุนด์ ทว่าในฤดูกาลใหม่ กับเทรนเนอร์ใหม่ โทมัส ทูเชล ก็ปรับจูนทีมได้อย่างลงตัว ส่งผลให้ทีมเล่นด้วยฟอร์มที่น่าตื่นตาตื่นใจ แม้เส้นทางบุนเดสลีก้าเพิ่งจะแค่เริ่มต้น แต่หลังจากผ่าน5 เกมแรกที่คว้าชัยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์  ทะลวงประตูคู่แข่งได้ถึง 18 ลูก เสียไปแค่ 3 ประตู ส่งผลให้ ดอร์ทมุนด์ ก้าวขึ้นเป็นทีมนำของตาราง ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่า แชมป์เก่า บาเยิร์น มิวนิค คู่แข่งสำคัญในการแย่งแชมป์ เป้าหมายฤดูกาลนี้ 

Kagawa's form has been key to Dortmund's early success

FourFourTwo ได้รับรับเชิญจากทีมเสือเหลือง เพื่อเยี่ยมชมและไปเจาะลึกสโมสรในทุกแง่ทุกมุม ถึงแผ่นดินเยอรมัน ระหว่างการเยี่ยมชมสโมสร เราเดินได้สนทนากับ เครเมอร์ ตั้งแต่สำนักงาน ไปจนถึงสนามแข่งซิกนัลด์ อิดูนา ปาร์ค รังเหย้าของทีม 
 
ชื่อเดิมของสนามเหย้าดอร์ทมุนด์ เป็นที่รู้จักมายาวนานในชื่อ เวสท์ฟาเลน สตาดิโอน ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น ซิกนัล อิดูนา ปาร์ค ในปี 2005 ตามชื่อผู้สนับสนุนที่เข้ามาช่วยกู้วิกฤตทางการเงินในตอนนั้น ขณะที่ตัวอักษร BVB ที่อยู่บนโลโก้สโมสรแสดงออกถึงความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ย้ำเตือนว่าเราวางโพซิชั่นของทีมไว้ในตำแหน่งใด   โดย เครเมอร์ เสริมว่า ดอร์ทมุนด์ ไม่ได้มีฐานแฟนบอลทั่วโลกเหมือน เรอัล มาดริด,บาร์เซโลนา หรือ แมนฯยูไนเต็ด เราเป็นทีมเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มสร้างความสำเร็จในช่วง 10-15 ปีหลังนี่เอง
 
“การที่เราไม่ได้เล่นแชมเปี้ยนลีกส์ และไม่ค่อยประสบความสำเร็จในเกมระดับชาติ ไม่มีทางจะบุกเบิกตลาดใหม่อย่างเอเชียได้ง่ายๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการพัฒนาทีม และรักษามาตรฐานของทีมให้ดีต่อเนื่อง เพราะการเข้าไปเล่นยูฟา แชมเปี้ยนลีกส์ ถือเป็นเพิ่มมูลค่าทางการตลาด เพราะแฟนบอลส่วนใหญ่สนใจและติดตามทัวร์นาเมนต์นี้”
 
เครเมอร์ บอกว่า แน่นอนว่าเราต้องมีความทะเยอทะยาน แต่ต้องเดินตามเป้าหมายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพราะเราไม่ได้มีทรัพยากรให้เลือกใช้เหลือเฟือเหมือนทีมใหญ่ ดังนั้นเราจึงเริ่มต้นบุกเบิกเปิดตลาดรอง ในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใหม่ก่อน  ซึ่งด้วยเหตุนี้เองทำให้ทีมงานของ FFT ต้องเดินทางไกลจากสิงคโปร์มายังดอร์ทมุนด์ เพื่อเข้าใจรายละเอียดอย่างถ่องแท้ 

Club great Lars Ricken conducts a clinic in Asia

ดอร์ทมุนด์ บอกกับเราว่า ทวีปเอเชียมีฐานประชากรนับพันล้านคน และมีแฟนบอลจำนวนมากก็หลงสเน่ห์และคลั่งไคล้ฟุตบอล เชื่อว่าแนวทางนี้จะช่วยให้แบรนด์ของดอร์ทมุนด์เติบโตเร็วขึ้น โดยเฉพาะการที่ดอร์ทมุนด์มี ชินจิ คางาวะ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติญี่ปุ่นอยู่ในทีม
 
คางาวะ สร้างชื่อกับดอร์ทมุนด์ช่วงปี 2010-2012 ก่อนทำตามความฝันด้วยการย้ายไปเล่นพรีเมียร์ลีกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ 2 ฤดูกาลในรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด ไม่สามารถแจ้งเกิดและยึดตำแหน่งตัวจริงได้  ดอร์ทมุนด์ เต็มใจเปิดแขนรับ คางาวะ กลับบ้านอีกครั้งเมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อน และกลับมาเป็นขวัญใจของแฟนบอลเสือเหลืองได้เหมือนเดิม
 
 ตัวรุกวัย 26 ปีอยู่ในช่วงที่พีคที่สุดของนักฟุตบอลอาชีพ โดยเฉพาะเกมสัปดาห์ก่อนที่พาทีมเอาชนะ เลเวอร์คูเซน คางาวะ  ทำสิ่งมหัศจรรย์ในสนามได้เสมอๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ คางาวะ และเพื่อนร่วมทีมดอร์ทมุนด์ เพิ่งเดินทางมาอาเซียนในช่วงต้นปี  มีแฟนบอลมารอให้การต้อนรับอย่างล้นหลาม ซึ่งจุดนี้ เครเมอร์ ชี้ว่าฟอร์มการเล่นในสนาม เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเตะได้รับความนิยม 
 
“นี่คือการเชื่อมต่อกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดระหว่างสโมสร กับแฟนบอล ถ้าหากทีมมีนักเตะที่อยู่ในประเทศหรือในย่านนั้นๆ โชว์ฟอร์มได้ดีก็จะทำให้แฟนบอลชื่นชอบสโมสรไปด้วย แต่ยืนยันว่าทีมไม่ได้ซื้อนักเตะมาเพื่อจุดประสงค์แค่เรื่องการตลาด แต่ต้องมีฝีเท้าที่ทำให้ทีมมีผลงานดีในสนามด้วย เพราะดอร์ทมุนด์ คือสโมสรฟุตบอล ไม่ใช่แค่แบรนด์สินค้า” 
การตลาดเป็นเหมือนผลพลอยได้ที่เพิ่มเติมขึ้นมา อย่างไรก็ตามเราต้องขอบคุณ คางาวะ ที่มีส่วนช่วยเพิ่มูลค่าการตลาดและฐานแฟนบอลในญี่ปุ่น รวมทั้งอีกหลายประเทศในทวีปเอเชีย แน่นอนว่าสัมพันธภาพกับแฟนบอลเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องรักษาไว้ เพราะหากเราเข้าถึงผู้คนได้ง่าย ก็ยิ่งเพิ่มความภักดีต่อสโมสร ซึ่งหากทีมเราไม่มี คางาวะ คงเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น

Carsten Cramer (right), with CEO Hans-Joachim Watzke (left) and BVB's head of asia Suresh Letchmanan

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตัดสินใจตั้งสำนักงานที่สิงคโปร์เมื่อปีก่อน เป้าหมายเพื่อผลักดันและเพิ่มฐานแฟนบอลในเอเชีย พร้อมกับนำทีมมาทัวร์เอเชียในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล แม้ทีมจะยังไม่มั่นใจว่าโปรเจกต์นี้จะได้รับการต้อนรับมากน้อยแค่ไหน 
 
ลาร์ส ริคเคน อดีตกองกลางชุดแชมป์ยุโรป ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ฝ่ายประสานงานระบบเยาวชนของทีม เล่าให้ฟังว่า ช่วงที่ดอร์ทมุนด์เดินทางไปญี่ปุ่น,สิงคโปร์ และมาเลเซีย เขารู้สึกประหลาดใจที่ได้เห็นแฟนบอลเสือเหลืองมากมาย และให้การต้อนรับมากขนาดนี้ นอกจากนี้ยังมีแฟนบอลอีกส่วนหนึ่งที่ติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ค,ทวิตเตอร์ และเวบไซต์ของสโมสร และในแต่ละเกมที่ทีมเล่นในบ้าน จะมีแฟนบอลจากอาเซียนเข้าชมนับร้อย บางเกมก็มากกว่า 300 คน 
 
ช่วงเวลาที่ดอร์ทมุนด์ต้องประสบกับความยากลำบาก แต่ทีมทีมนี้สามารถจัดการเรื่องในและนอกสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ รังเหย้าของดอร์ทมุนด์ มีสถิติจำนวนผู้ชมเฉลี่ยสูงที่สุดมากกว่าทุกทีมในยุโรป แต่ละเกมจะมีแฟนบอลเข้าชมไม่น้อยกว่า 8 หมื่นคน นอกจากนี้ยังมีสนามฝึกซ้อมและศูนย์ฝึกเยาวชนที่กว้างขวาง และเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนี้ ดอร์ทมุนด์ ยังปฏิเสธข้อเสนอจากสินค้าเจ้าใหญ่ของยุโรป และเลือกจะเซ็นสัญญากับ บริงค์ฮอฟฟ์ ผู้ผลิตเบียร์ท้องถิ่นของเมืองให้เป็นผู้สนับสนุนหลัก 
 
โลกฟุตบอลในยุคปัจจุบัน ต้องยอมรับว่าเรื่องเงินเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจและผลประกอบการ แต่ซูเปอร์สตาร์ของทีมอย่าง มัทท์ ฮุมเมิลส์ และมาร์โก รอยส์ กลับปฏิเสธข้อเสนอจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะต้องการนำทีมเก็บเกี่ยวความสำเร็จ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา แม้ตอนนี้อาจจะเร็วเกินไปที่จะคิดถึงเรื่องนั้น แต่ผลงานช่วงออกสตาร์ทอาจเป็นตัวชี้วัดว่า ดอร์ทมุนด์ น่าจะได้แชมป์อย่างน้อยสักรายการในซีซั่นนี้
 
 สำหรับช่วงเวลาที่ทีมต้องเจอมรสุมเมื่อ 10 กว่าปีก่อนได้ผ่านไป และเป็นแค่ความทรงจำบทหนึ่ง เครเมอร์ บอกกับเราว่า ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับทีมอย่างรวดเร็ว เพราะหากมองย้อนไป 10 ปีก่อนหน้านี้ ถือว่าทีมพัฒนาการแบบก้าวกระโดด ช่วงปี 2004-2005 ดอร์ทมุนด์ เกือบต้องล้มละลายเพราะปัญหาการเงิน แต่อีกไม่กี่ปีต่อมา พวกเราได้แชมป์บุนเดสลีก้า ในปี 2011 และ 2012 รวมทั้งผ่านเข้ารอบชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ ในปีถัดมา นอกจากนี้เรายังพัฒนาเดินหน้าเรื่องธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม อยู่ในระดับที่เกินคาด ขณะเดียวกันผลงานในสนามฤดูกาลนี้ก็ออกสตาร์ทได้อย่างสุดยอด แบบที่คงไม่มีใครคาดคิดมาก่อน