ฟื้นคืนชีพ : 9 สโมสรจอมปลุกแข้งดังที่ดับไปแล้ว

แต่ละสโมสรในโลกฟุตบอลล้วนมีแนวทางการสร้างทีมที่แตกต่างกัน ทีมไหนมีเงินหน่อยก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะดึงตัวนักเตะฝีเท้าดีจากทั่วทุกมุมโลกมารวมไว้ในทีม...

ทว่าสำหรับบางสโมสรพวกเขาไม่ได้มีงบประมาณทำทีมมากมายขนาดนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะดึงตัวเอานักเตะที่หลายๆทีมไม่ต้องการมาในราคาสุดถูก หรือแม้กระทั่งเหล่าดาวรุ่งที่ไม่มีที่ว่างสำหรับทีมใหญ่ๆ มาปัดฝุ่นเพื่อใช้งานอีกครั้ง...และ 9 ทีมเหล่านี้สโมสรที่ทำให้นักเตะที่แทบจะไม่เป็นที่รู้จักกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งหนึ่ง

1. โบลตัน

"เดอะ ทร็อตเตอร์" ในยุคที่มี แซม อัลลาร์ไดซ์ เป็นนายใหญ่ได้ชื่อว่าเป็นปรมจารย์แห่งการปลุกผีเลยทีเดียว

คุณต้องไม่เชื่อเเน่เหล่าแข้งไฟมอดอย่าง เจย์ เจย์ โอโคชา อดีตเพลย์เมคเกอร์ของ เปแอสเช ที่ต้องยอมถอยเพราะโดนคลื่นลูกใหม่ในเวลานั้นอย่าง โรนัลดินโญ่ ขึ้นมาแทนที่  ยูริ จอร์เกฟฟ์ เจ้าของแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปกับทีมชาติฝรั่งเศสที่ "บิ๊กแซม" ดึงตัวเสือเฒ่ารายนี้มาจาก ไกเซอร์เสลาเทิร์น

เท่านั้นยังไม่พอนั่นรวมถึงจอมพเนจรอย่าง นิโกล่าส์ อเนลก้า ที่กระเด็นไปไกลถึงลีกตุรกีกับ เฟเนร์บาห์เช่, เอล ฮัดจิ ดิยุฟ ดาวยิงจอมถุยผู้ที่แฟนลิเวอร์พูลจงเกลียดจงชัง รวมถึง อิบัน คัมโป แนวรับแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกกับ เรอัล มาดริด ก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่ อัลลาร์ไดซ์ หยิบมาปัดฝุ่นจนทำผลงานได้โดดเด่นแทบทุกรายและโบลตันก็กลายเป็นทีมที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากทีมอื่นๆ

ล่าสุด อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือของ อาร์เซน่อล พูดถึง โบลตัน ในยุคของ บิ๊กแซม ว่าคือทีมที่ปรับตัวกับทรัพยากรในทีมได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ โบลตัน ในเวลานั้นคือเทพแห่งการเล่นบอลไดเร็กที่เป็นของแสลงของไอ้ปืนใหญ่ในเวลานั้น

"ผมคิดว่า แซม คือคนมีฝีมือเขาหัวไวพอที่จะปรับตัวกับคุณภาพนักเตะที่เขามีจนกลายเป็นจุดแข็งของทีมได้สำเร็จ ... โบลตัน ในเวลานั้นแข็งแกร่งด้วยฟุตบอลไดเร็กพวกเขามีนักเตะอย่าง เจย์ เจย์ โอโคชา,ยูริ จอร์เกฟฟ์,เควิน เดวิส,อิบัน คัมโป้ แต่ละคนผมคงต้องบอกว่าผมแทบจะลืมไปแล้วจริงๆ"  นี่คือสิ่งที่ขงเบ้งเลือดน้ำหอมพูดถึงทีมที่ อัลลาร์ไดซ์ ปลุกขึ้นมาจากหลุมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

2. นีซ

มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงเล่น 16 นัดในพรีเมียร์ลีกให้กับ ลิเวอร์พูล และยิงได้เพียงประตูเดียว...นั่นทำให้หลายฝ่ายต่างมองว่า 'เกรียนโอ้' คงยากที่จะประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอลได้อีกเเล้ว

แม้จะโดนส่งตัวกลับไปอยู่กับสโมสรที่คุ้นเคยอย่าง เอซี มิลาน ทว่า บาโลเตลลี่ ก็ล้มเหลวอีกครั้งจนเป็นความเคยชิน ปัญหามากมายที่กองสุมในตัวเขาทำให้ หงส์เเดง ตัดสินใจยกนักเตะเจ้าปัญหาให้ นีซ ฟรีๆแบบไม่คิดเงินซักเเดงเดียวในซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ฌอง ปิแอร์ ริเวเเยร์ ประธานสโมสรของ นีซ ยืนยันว่าเขาเชื่อใจ ซูเปอร์มาริโอ และเชื่อว่าบรรยากาศในสโมสรจะช่วยปลุกผีอดีตโคตรดาวรุ่งรายนี้ได้ "นีซ มีบรรยากาศที่อบอุ่นเหมือนครอบครัวสิ่งนี้จะช่วยให้ มาริโอ กลับมาทำผลงานที่ดีได้ แม้มันจะไม่ง่ายแต่แฟนๆของเราจะหนุนหลังเขาและทำให้เขาโชว์ศักยภาพของเขาออกมา"

ตอนนี้ บาโลเตลลี่ หวดไปแล้ว 10 ประตูจากการลงสนามให้ นีซ ทั้งหมด 14 นัด และสิ่งนี้คือการตอบแทนความไว้วางใจที่สโมสรมอบให้แก่เขา ... นอกจาก บาโลเตลลี่ แล้วยังมีกองหลังจอมเก๋าวัย 32 ปีดีกรีแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอย่าง ดานเต้ ที่ย้ายมาอยู่กับ นีซ ในซัมเมอร์นี้และกลายเป็นกำลังหลักของทีม และยังรวมถึง ยูเนส เบลอองดา ตัวรุกชาวโมร็อคโคที่เคยคว้าแชมป์ลีกเอิงกับ มงต์เปลลิเย่ร์ ในฤดูกาล 2011-12 ที่ นีซ ยืมตัวมาจาก ดินาโม เคียฟ ทีมดังจากรัสเซีย

นักเตะทั้ง 3 รายที่กล่าวมามีผลงานส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมทั้งหมดจนทำให้ นีซ นำจ่าฝูงของ ลีก เอิง แบบสุดเซอร์ไพรส์ในฤดูกาลนี้ด้วยการทำแต้มเหนือมหาอำนาจลูกหนังเเดนน้ำหอมอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง และ โมนาโก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ นีซ ทำเช่นนี้ ในฤดูกาล 2015-16 พวกเขาปลุกนักเตะที่โดนพรีเมียร์ลีกเล่นงานมาจนระบมอย่าง ฮาเต็ม เบน อาร์กฟา ให้กลับมาฮ็อตแบบสุดๆด้วยการยิง 18 ประตูจากการลงสนาม 34 นัด และจากฟอร์มดังกล่าวทำให้เขาถูก เปแอสเช ดึงตัวไปร่วมทีมในซัมเมอร์ที่ผ่านมา

Pages