Golden Generation : ย้อนประวัติยุคทองของ 8 ชาติอาเซียน

แม้จะไม่ใช่มหาอำนาจลูกหนัง แต่ชาติในอาเซียนต่างก็มีประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจของตัวเอง...

เมียนมา (1966-1973)

กระแสเกมลูกหนังของเมียนมาถือว่าจุดติดมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ จากการนำเข้ามาของ เจมส์ จอร์จ สก็อตต์ ผู้ดูแลอาณานิคม และได้มีการตั้งสหพันธ์ฟุตบอลพม่าในปี 1947 ก่อนจะได้รับเอกราชปีเดียว หลังจากนั้นก็ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของฟีฟ่าและเอเอฟซีในปี 1952 และ 1954 ตามลำดับ ซึ่งในปี 1954 นั้นเองก็สร้างชื่อคว้าเหรียญทองแดงเอเชียน เกมส์

แต่ยุคทองจริงๆอยู่ในช่วงทศวรรษที่ 1960 เมื่อทัพสิงห์โตทองผงาดเป็นจ้าวแห่งทวีป คว้าแชมป์เอเชียน เกมส์ ตอนที่ยังไม่มีการจำกัดอายุเป็นยู-23 สองสมัยซ้อนปี 1966 และ 1970 คั่นกลางด้วยรองแชมป์เอเชียน คัพ ปี 1968 ยุคที่มี สุข บาฮาดู กองหน้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คอยล่าตาข่าย
 
ยังไม่รวมแชมป์ซีเกมส์ 5 สมัยติดต่อกันระหว่างปี 1965-1973 ซึ่งถือว่าเป็นการคว้าแชมป์อาเซียนยาวนานที่สุดก่อนจะถูกไทยทำสถิติ 8 สมัยในปี 1993-2007
 
ส่วนในระดับโลก เมียนมาเคยผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโอลิมปิกส์ในปี 1972 ด้วยขุนพลดีกรีดาราเอเชียอย่าง ทิน อ่อง ผู้รักษาประตูระดับตำนาน, หม่อง หม่อง ทิน กองหลัง, เอย์ หม่อง ติ๊ และ เอย์ หม่อง นิ สองกองกลาง, ฮลา ฮเตย์ กองหน้า โดยอยู่ร่วมสายเดียวกับ โอเล็ก บล็อคกิ้น กองหน้าตำนานของสหภาพโซเวียต เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปี 1975, เม็กซิโก และซูดาน ซึ่งพวกเขาสามารถคว้าชัยในกีฬาห้าห่วงเหนือซูดานได้อีกด้วย
 
แต่หลังจากนั้นก็เจอกับปัญหาการเมืองภายในประเทศจนตกต่ำลงเรื่อยๆ จนกระทั่งขุนพลเมียนมายู-20 สร้างชื่อผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรุ่นเล็กได้สำเร็จเมื่อปี 2016 ซึ่งชุดดังกล่าวได้เกาะกลุ่มกันขึ้นมาเล่นให้กับชุดใหญ่ในซูซูกิ คัพ ปีนี้
 

Pages