ฮาเมส โรดริเกซ: เด็กน้อยติดอ่างชาวโคลอมเบียน ดาวยิงสูงสุดฟุตบอลโลก

Martin Mazur พาคุณมารู้จัก James ที่อ่านว่า 'ฮา-เมส' จากเด็กชายขี้อายจนไม่กล้าพูดคุุยกับใคร สู่สุดยอดดาวยิงฟุตบอลโลกและอันดับ 32 ในการจัดอันดับสุดยอดนักเตะโลก FFT100 

"ดีมากเด็กๆ! เจอกันใหม่พรุ่งนี้นะ" บ่ายวันหนึ่งของฤดูร้อนปี 2004 หลังการซ้อมที่เอล โดราโด้ ทีมเล็กๆ ที่เปรียบเสมือนอะคาเดมี่ของทีมเอนบิกาโด้ ในลีกโคลอมเบีย นักเตะวัยรุ่นส่วนมากทยอยกันเดินกลับเข้าไปห้องแต่งตัวเพื่อหลบจากความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ยามบ่าย แต่มีเพียง 1 คนที่ยังอยู่ในสนามซ้อมเพียงลำพัง และไม่มีใครแปลกใจที่ได้เห็นภาพนั้น

หนุ่มน้อยฮาเมสวัย 13 ปี ยังเป็นเด็กน้อยขี้อายที่เพื่อนร่วมทีมหลายคนยังไม่เคยได้ยินฮาเมสพูดเลยสักคำ และคนที่เคยได้พูดคุยกับฮาเมสก็ได้รู้ว่าแต่ละคำที่พูดออกมาจะอ้ำๆ อึ้งๆ และลังเลเพราะอาการติดอ่าง แต่โชคดีที่เจ้าหนุ่มน้อยสามารถสื่อสารด้วยวิธีอื่น ฮาเมสน้อยสื่อสารด้วยสองเท้า

และในความเป็นจริงเท้าสองข้างของฮาเมสก็พูดแทนเจ้าหนุ่มน้อยได้อย่างหมดเปลือก และนั่นคือสาเหตุที่ฮาเมส โรดริเกซยังคงฝึกซ้อมหลังจากทุกคนเลิกและกลับบ้านกันไปหมดแล้ว

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผู้จัดการทีมเอล โดราโด้ก็ต้องกลับบ้าน แต่ฮาเมสก็ยังซ้อมยิงบอลเข้าประตูว่างเปล่า และสิบปีถัดมา เจ้าหนุ่มน้อยติดอ่างเติบโตมาเป็นกาลักติโก นักเตะค่าตัวแพงของเรอัลมาดริด เป็นดาวยิงสูงสุดฟุตบอลโลก 2014 และเป็นขวัญใจของชาวโคลอมเบียนทั้งชาติ

แต่ผู้คนที่รู้จักฮาเมส ดาบิด โรดริเกซ มาตั้งแต่เป็นเด็กชาย ไม่แปลกใจกับเส้นทางฟุตบอลและชีวิตของสุดยอดดาวยิงรายนี้เลย

ผมไม่เคยเห็นเด็กอายุเท่านี้ที่ขยันซ้อมวันละ 2 ครั้งโดยไม่บ่น วินัยที่ถูกสอนมาตั้งแต่เด็กเป็นพื้นฐานนิสัยของเขาจริงๆ

- อูโก้ คาสตาโน่ อดีตโค้ช เอนบิกาโด้

อย่าเพิ่งคิดว่าชีวิตของฮาเมสจะเป็นละครดราม่า ฮาเมสไม่ได้เติบโตมากับการเล่นฟุตบอลข้างถนนด้วยลูกบอลที่ทำจากถุงเท้าเก่าๆ ม้วนเข้าด้วยกัน เขาไม่ได้โดดเรียนและทิ้งการเรียนเพื่อไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ เขาไม่ใช่เด็กวัยรุ่นอเมริกาใต้ทั่วไปที่เติบโตจากความยากจนมาสู่การเป็นดาวยิงระดับโลก เส้นทางฟุตบอลของฮาเมสคล้ายกับเส้นทางของกาก้ามากกว่าที่จะเหมือนคาร์ลอส เตเบซ 

ฮาเมส เติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่มีทางเลือกในชีวิตให้เลือกเดิน แต่ฮาเมสเลือกที่จะเล่นฟุตบอล อาชีพที่สร้างจากกรวยยาง กระดานแท็กติก ระบบการเล่นและน้ำตา "ผมชอบฟุตบอลมาตลอด แต่คนที่พาผมไปเรียนฟุตบอลที่โรงเรียนในเมืองโตลิม่าตอนห้าขวบก็คือพ่อบุญธรรมของผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของผม" ฮาเมสเล่าย้อนถึงชีวิตวัยเด็ก

รองเท้าฟุตบอลคู่แรกของฮาเมส อะดิดาสสีดำ-ขาวเป็นของขวัญจากฮวน คาร์ลอส เรสต์รีโป พ่อบุญธรรม ที่ครั้งหนึ่งเคยเล่นให้กับทีมสำรองของเมืองโตลิม่าก่อนที่จะเลิกเล่นและหันมาทำเป็นวิศวกร

"ฮาเมสไม่เคยอยากเป็นนักฟุตบอล แต่เขาเป็นนักฟุตบอลมาตั้งแต่วันที่ลืมตาดูโลก" มาเรีย เดอ ปิลาร์ รูบิโอ แม่ของฮาเมสเล่าให้ฟัง ซึ่งฮูโก้ คาสตาโน่ ในฐานะผู้จัดการคนแรกของฮาเมสบอกว่าแม่ของฮาเมสมีอิทธิพลกับความคิดและนิสัยของดาวยิงรายนี้อย่างมาก "ฮาเมสถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีที่เป็นผลของความพยายามของพ่อและแม่ ผมไม่เคยเห็นเด็กอายุเท่านี้ที่ขยันซ้อมวันละ 2 ครั้งโดยไม่บ่น วินัยที่ถูกสอนมาตั้งแต่เด็กเป็นพื้นฐานนิสัยของเขาจริงๆ"

ฮาเมสคว้ารางวัลรองเท้าทองคำเมื่อปี 2004

วินัยมาจากการฝึกซ้อมกับมืออาชีพ นอกเหนือจากการซ้อมกับทีม ฮาเมสยังมีครูสอนพิเศษฟุตบอล ในแต่ละวันเขาจะต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากจะฝึกฝนเทคนิคและแท็กติก เขายังต้องเข้ายิมเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อให้สามารถแข่งกับเพื่อนร่วมทีมที่โตกว่าได้

คนปกติจะออกไปเที่ยวหรือนอนดึกก็ได้ แต่นักฟุตบอลต้องกินอาหารดีๆ นอนหัวค่ำ และต้องนอนพักหลังอาหารเที่ยง"

- ฮาเมส โรดริเกซ

ความกดดันเช่นนี้ที่ปกติจะเกิดกับนักกีฬาที่ไม่ต้องพึ่งพาความสามารถของเพื่อนร่วมทีม อย่างเช่นนักเทนนิส นักยิมนาสติก หรือนักกีฬากอล์ฟ แต่สำหรับฮาเมสกลับแตกต่างออกไป "ผมบอกเสมอว่าการเป็นนักฟุตบอลจะต้องไม่เหมือนคนปกติ" ฮาเมส เคยกล่าวไว้ในการสัมภาษณ์เมื่อปี 2007 "คนปกติจะออกไปเที่ยวหรือนอนดึกก็ได้ แต่นักฟุตบอลต้องกินอาหารดีๆ นอนหัวค่ำ และต้องนอนพักหลังอาหารเที่ยง แต่ผมไม่คิดว่ามันเป็นการต้องเสียสละ"

และความทุ่มเทของฮาเมสนี่เองที่ทำให้หนุ่มน้อยติดอย่างกลายมาเป็นที่จับตามองของโลกฟุตบอล เพราะแม้จะครองตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมในทุกทีมที่เคยเล่นมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่เขาก็ไม่เคยเผลอตัวตามกระแส

อาของฮาเมสเสียชีวิตจากการต่อสู้กับสมาชิกแก็งค์

ฮาเมส โรดริเกซ เกิดในเมืองคูคูต้า ใกล้กับเขตชายแดนประเทศเวเนซุเอลา วิลสัน ฮาเมส โรดริเกซ พ่อของเขาเป็นนักฟุตบอลและเล่นกับเดปอร์ติโบ ทีมประจำเมือง แต่วิลสันย้ายออกจากบ้านไปเมื่อฮาเมสอายุเพียง 3 ขวบ และหลังจากนั้นหนูน้อยฮาเมสก็ต้องย้ายบ้านไปอีก 3 เมืองในช่วงวัยเด็ก

เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มคนอื่นๆ ที่เติบโตมาในโคลอมเบียช่วงทศวรรษ 1990 ที่จะต้องเจอกับช่วงเวลาเลือดเดือด การยิงกันข้างถนน การฆ่าล้างแค้นที่กลาเยป็นเรื่องปกติภายใต้ยุคของราชันนักค้ายา ปาโบล เอสโกบาร์ ซึ่งที่น่าขำก็คือพ่อค้ายารายนี้ก็เป็นแฟนฟุตบอลตัวยงเหมือนกัน

หนึ่งปีและหนึ่งสัปดาห์หลังจากอันเดรส เอสโกบาร์ นักเตะโคลอมเบียถูกยิงเสียชีวิตหลังจากทีมชาติโคลอมเบียแพ้ตกรอบฟุตบอลโลก 1994 อาของฮาเมสก็ถูกยิง 6 นัดและเสียชีวิต

อาร์เลย์ โรดริเกซ อาของฮาเมส ที่ขณะนั้นเป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 19 ปีของทีมอินดีเพนเดียนเต้ เมเดลลิน เสียชีวิตเมื่อปี 1995 

ระหว่างที่อาร์เลย์และเพื่อนเดินทางถูกสมาชิกแก็งค์ทำร้ายและพยายามขโมยรถจักรยานยนต์ ทั้งสองคนพยายามต่อสู้แต่ต้องบาดเจ็บจากการถูกแทง หลังกลับจากโรงพยาบาลก็ต้องพบว่ายังมีสมาชิกแก็งค์ดักรออยู่ อาร์เลย์ถูกยิง 6 นัดและเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อน หนึ่งปีและหนึ่งสัปดาห์หลังจากอันเดรส เอสโกบาร์ นักเตะโคลอมเบียถูกยิงเสียชีวิตหลังจากทีมชาติโคลอมเบียแพ้ตกรอบฟุตบอลโลก 1994  ที่สหรัฐอเมริกา "คนแรกก็อันเดรส แล้วก็เป็นอาร์เลย์ ไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนต่อไป" เป็นคำกล่าวของ ฮวน ปาโบล อังเคล อดีตเพื่อนร่วมทีมของอาร์เลย์ซึ่งต่อมากลายเป็นกองหน้าแอสตันวิลลา

ขณะนั้นฮาเมสอยู่ที่เมืองอิบาเก้ ห่างจากเหตุการณ์สลดที่เมืองเมเดลลิน และยังเล่นฟุตบอลกับเด็กโตกว่าในทีมอะคาเดเมีย โตลิเมนเซ่ "ฮาเมสมีเท้าที่ยอดเยี่ยมและฉลาดมาก เป็นเด็กดี" อัลวาโร กุซมาน ผู้จัดการทีมเยาวชน กล่าวย้อนถึงอดีต "ระยะแรกเราลงเตะในเกมท้องถิ่น ต่อมาก็เริ่มเดินทางออกไปเล่นทั่วประเทศ และฮาเมสก็เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้น"

Unveiled a Galactico in summer 2014

อดีตเพื่อนร่วมทีม ดิเอโก้ โนโรน่า เล่าย้อนให้ฟังถึงช่วงที่ฮาเมสในรุ่นเล็กกว่าถูกจับให้มาเล่นกับเด็กโตกว่า "ปกติผมจะเป็นคนเตะฟรีคิก แต่ฮาเมสเข้ามาคว้าบอลด้วยท่าทางมั่นใจมาก ผมก็เลยยอมให้เขาเตะ และเขาก็ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว ฮาเมสปั่นบอลโค้งอ้อมกำแพงเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เวลาเราซ้อมฟรีคิก เราจะพยายามเตะข้ามกำแพงแต่ไม่เคยมีใครเตะอ้อมกำแพงมาก่อนเลย ตอนนั้นเราก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นนักฟุตบอลที่พิเศษมาก"

ไม่เพียงแค่ความสามารถโดดเด่นที่ทำให้ฮาเมสแตกต่างจากนักเตะคนอื่น แต่ความนิ่งเงียบและขี้อายจนหลายคนที่เคยร่วมงานกับหนุ่มน้อยอดเป็นกังวลไม่ได้ "เขาเป็นผู้ฟังที่ดี แต่บางครั้งเราก็กังวลเล็กน้อยที่เขาไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมามากนัก" โชเซ่ คอร์เทส โค้ชของฮาเมสที่อะคาเดเมีย โตลิเมนเซ่ กล่าว "เราเคยลองปรึกษานักจิตวิทยาเพราะเขานิ่งมาก"

เขาเป็นผู้ฟังที่ดี แต่บางครั้งเราก็กังวลเล็กน้อยที่เขาไม่ค่อยแสดงอารมณ์ออกมามากนัก"

- โชเซ่ คอร์เทส อดีตโค้ชอะคาเดเมีย โตลิเมนเซ่

การคว้าแชมป์ฟุตบอลโพนีฟุตบอลคัพ ซึ่งเป็นรายการฟุตบอลทีมเยาวชนของโคลอมเบีย ที่เมืองเมเดลลิน เป็นการยืนยันว่าในอนาคตฮาเมสจะก้าวไปสู่การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ หนุ่มน้อยฮาเมสวัย 11 ปี ยิง 13 ประตูในการลงสนาม 9 เกม โดย 2 ประตูเป็นจังหวะเตะมุม สร้างความประทับใจให้ผู้ชมในสนามกว่า 5,000 คน รวมถึง กุสตาโว อดอลโฟ่ อูเปกุย โลเปซ จากทีมเอนบิกาโด้ เอฟซี ซึ่งหลังจากได้เห็นฟอร์มการเล่นในเกมดังกล่าวก็พูดออกมาว่า "เราต้องเซ็นสัญญากับเด็กคนนี้ให้ได้"

อูเปกุย โลเปซ เริ่มต้นจากการทำงานกับอะคาเดมีของทีมเอนบิกาโด้ (แถบชานเมืองเมเดลลิน) และช่วงหลังกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของสโมสร

ในปี 1998 อูเปกุย โลเปซ ถูกจับกุมและถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าตั้งซุ้มมือปืน หรือตามที่หนังสือพิมพ์ เซมาน่า กล่าวถึงคือ "ตั้งกลุ่มอำนาจที่เดิมเป็นแก็งค์ค้ายาในเมืองเมเดลลินที่ถูกตัดขาดหลังจากการเสียชีวิตของปาโบล เอสโกบาร์" ซึ่งถูกเรียกว่า 'สำนักงานเอนบิกาโด้' และนั่นก็ทำให้หลายคนไม่แปลกใจที่สโมสรนี้มีข่าวลอบฆ่าประธานสโมสรถึง 3 ราย รวมถึงบอร์ดบริหารอีก 1 รายในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

Enjoying life with Ron

ในฐานะอันดับ 2 ของ 'สำนักงานเอนบิกาโด้' อูเปกุย โลเปซ ถูกจับกุมตัวหลังจบเกมการแข่งขันกับอินดีเพนเดียนเต้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวเป็นแฟนฟุตบอล แต่หลังจากใช้เวลา 32 เดือนในเรือนจำ (ระยะแรกในกรุงโบโกต้า และจากนั้นย้ายไปที่เรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงในเมืองอิตากุย) อูเปกุย โลเปซ ก็ถูกปล่อยตัวและพ้นทุกข้อกล่าวหาอย่างน่าแปลกใจ

หลังออกจากคุก อูเปกุย โลเปซใช้ชีวิตอย่างราชาในบ้านไร่ที่มีการรักษาความปลอดภัยสูง การลอบสังหารเจ้าพ่อรายนี้เมื่อ 8 ปีที่แล้วดูเหมือนกับในหนังมาเฟีย ก็อดฟาเธอร์ มือปืน 8 คนบุกบ้านไร่ของอูเปกุย โลเปซช่วงกลางดึก จับมัดและปิดปากคนในครอบครัวและคนงานในบ้าน 20 ชีวิต รวมทั้งบอดี้การ์ด 2 ชุด และย่องกริบเข้าไปนอนในห้องนอนของเจ้าพ่อ

มือปืนจับอูเปกุย โลเปซ มัด ก่อนจะพาตัวมาที่โซฟาและยิงหัวโดยใช้หมอนปิดปากกระบอกปืนเพื่อเก็บเสียง 

การลอบสังหารครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2006 โดยถูกลอบสังหารเพียง 35 วัน อูเปกุย โลเปซ ได้เห็นหนุ่มน้อยฮาเมสลงเล่นเกมอาชีพเป็นนัดแรกสมความตั้งใจ