Analysis

หายไปกับสายลม : 16 ดาวรุ่งแดนลาตินที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยในพรีเมียร์ลีก

Jo Manchester City

ในลีกสูงสุดของแดนผู้ดีนั้นเต็มไปด้วยแข้งดังที่น่าจดจำมากมายจากอเมริกาใต้ แต่ทว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่นักเตะประเภทนั้นซักเท่าไหร่นัก แถมบางคนอาจจะถูกลืมไปแล้วด้วยซ้ำ

We are part of The Trust Project What is it?

โจนาธาน กาเยรี่ (เวสต์แฮม)

Jonathan Calleri

กาเยรี่ย้ายจากเปซูลาร์ เดปอร์ติโว มัลโดนาโด้ ทีมในลีกอุรุกวัย มาอยู่กับเวสต์แฮมด้วยสัญญายืมตัว โดยเขายิงไปได้ 39 ประตูจาก 90 นัดที่ลงเล่นให้สโมสรในอาร์เจนติน่าบ้านเกิดและบราซิล และเคยติดทีมฟ้าขาวชุดลุยโอลิมปิคปี 2016

เจ้าของทีมขุนค้อนอย่างเดวิด โกลด์ และเดวิด ซุลลิแวน ได้ใช้เงินมากมายในการคว้ากองหน้ามากกว่า 40 คนเข้ามาในทีมก่อนหน้ากาเยรี่จะเข้ามา และการย้ายมาของเขาก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนัก

การบรรเลงฝีเท้าในพรีเมียร์ลีกเป็นเรื่องที่หนักหนาเกินไปสำหรับกาเยรี่ ซึ่งเขายิงไปแค่ลูกเดียวจาก 10 เกมที่ลงเล่น แม้เขาจะได้รับการพูดคุยจากเตเวซ รุ่นพี่ในทีมชาติให้อยู่ต่อไปในเดือนมกราคม แต่การที่เขาสกอร์บอดไปอีก 8 นัดทำให้เจ้าตัวเลือกที่จะออกจากลอนดอน

ปัจจุบันเขาโยกไปเล่นในลา ลีก้า กับลาส ปามาส และอลาเบสในฤดูกาลต่อมา

แองเจโล่ เอ็นริเกซ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

Angelo Henriquez

ด้วยการที่เอ็นริเกซยิงไปถึง 15 ลูกจาก 28 นัดในทีมบ้านเกิดอย่าง ยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี ทำให้ปีศาจแดงกระชากตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 4 ล้านปอนด์ แต่เขาก็ไม่ได้เปรี้ยงปร้างอย่างชิชาร์ริโต้ที่มีความแข็งแกร่งและสัญชาติญาณการยิงประตูในกรอบเขตโทษหรอกนะ

เพื่อที่ทำให้เขามีประสบการณ์และแข็งแกร่งมาขึ้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จึงส่งเอ็นริเกซให้วีแกนยืมตัวในปี 2012-13 แต่ผลลัพธ์ดันไม่เป็นแบบที่เฟอร์กี้ต้องการ และตัวเขาเหมือนจะขาดความมั่นใจไปด้วย หลังลงเล่นในลีกไป 4 นัด ยิงได้แค่ประตูเดียว แถมยังไม่โอกาสลงเล่นในนัดชิงเอฟเอ คัพปี 2013 แม้แต่เสี้ยววินาที

แม้จะไปฝืดกับเรอัล ซาราโกซ่า อีก แต่กองหน้าชาวชิลีก็เริ่มหาฟอร์มที่ดีเจอกับดินาโม ซาเกร็บ ก่อนจะย้ายไปถาวรในปี 2015 และนับตั้งแต่เขาคว้าแชมป์โคปา อเมริกา กับชิลี เจ้าตัวก็กลับไปเล่นให้ยูนิเวอร์ซิดัด เดอ ชิลี ในขณะที่เขามีอายุแค่ 24 ปีเท่านั้น

คาร์ลอส บียานูเอว่า (แบล็คเบิร์น)

Carlos Villanueva

หลังจากย้ายมาจากออดักซ์ อิตาเลียโน่ ด้วยสัญญายืมตัว บียานูเอว่าถูกวางตัวว่าจะเป็นตัวหลักภายใต้การคุมทีมของพอล อินซ์ ที่แบล็คเบิร์น เพราะเป็นกองกลางตัวทำเกมแถมยังมีรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของชิลีมาการันตีในปีนั้นด้วย

ด้วยสถิติ 50 ประตูจาก 110 เกมกับออดักซ์ อิตาเลียโน่ ทำให้หลายคนเชื่อว่าอินซ์มีของดีอยู่ในมือ ซึ่งกองกลางเลือดชิลีก็เริ่มต้นได้ดีหลังยิงและจ่ายในเกมประเดิมสนามกับกริมส์บี้ในลีกคัพ แต่ทว่าในเวลาต่อมาเขา(น่าจะ)เป็นคนเดียวที่อายุเกิน 10 ปี ในเกาะอังกฤษที่เป็นโรคอีสุกอีใส

นั่นทำให้เขาต้องรอไปจนถึงกลางเดือนกันยายนกว่าจะได้ประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีก โดยเป็นตัวสำรองและลงมาช่วยให้ทีมได้ประตูชัยด้วย แถมแอสซิสต์เป็นลูกแรกในเกมพบนิวคาสเซิล ทุกอย่างดูเข้าที่เข้าทาง แต่เมื่ออินซ์ถูกปลดและแทนที่ด้วยแซม อัลลาไดซ์ เขาก็ไม่ได้รับโอกาสอีกเลย

หลังจากจบฤดูกาลนั้น บียานูเอว่าได้ย้ายไปอัล ชาบับ ในยูเออี และอัล อิตติฮัดที่ซาอุฯ ในเวลาต่อมา...อืม

ลูเซียโน่ ฟิเกรัว (เบอร์มิ่งแฮม)

Luciano Figueroa

ในปี 2003 เบอร์มิ่งแฮมเลิกสนใจฟรานซิส เจฟเฟอร์ส แล้วไปคว้าตัวกองหน้าวัย 22 ที่ว่ากันว่าเขาจะเป็นบาติสตูต้าคนต่อไป ลูเซียโน่ ฟิเกรัวคือคนๆนั้น หลังยิงให้โรซาริโอ เซนทรัล สโมสรบ้านเกิดไป 35 ประตูจาก 57 เกม

แม้จะต้องลำบากไปแย่งตัวเขากับเรนเจอร์สและโอซาซูน่า แต่ทีมลูกโลกก็ดูจะลังเลในการให้โอกาสกองหน้าคนนี้ เพราะฟิเกรัวลงเล่นในพรีเมียร์ลีกกับลีก คัพ แค่อย่างล่ะนัดเท่านั้น และถึงเจ้าตัวจะทำได้ดีในชุดสำรอง แต่สตีฟ บรูซก็มองว่าเขายังขาดความแข็งแกร่งด้านร่างกายไป และปล่อยตัวเขาไปหลังฤดูกาลแรกจบลง

หลังจากนั้นฟิเกรัวก็ได้พเนจรไปทั่ว ทั้งสเปน,อาร์เจนติน่า, อิตาลี, กรีซ, เอกวาดอร์ และ มาเลเซีย แต่เขาก็ยังติดทีมชาติฟ้าขาวถึง 15 นัด ยิงไป 9 ประตู และเป็นหนึ่งนักเตะไม่กี่คนที่เล่นให้ทั้งโบคา จูเนียร์ และริเวอร์ เพลท ปัจจุบันเจ้าตัวรับงานคุมทีม ยะโฮร์ ดารุล ตักซิม สโมสรเก่าสมัยที่เคยค้าแข้งในมาเลเซียอยู่

ดีเอโก้ กาวีลัน (นิวคาสเซิล)

Diego Gavilan

เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดมากนักในช่วงที่กุมบังเหียนอยู่สาลิกาดง แต่การคว้ากาวีลันเข้ามาคือหนึ่งในนั้น หลังเขาย้ายเข้ามาจากเซร์โร่ พอร์เตโน่ ด้วยค่าตัว 2 ล้านปอนด์ เมื่อมกราคมปี 2000 ทำให้เขาเป็นนักเตะปารากวัยคนแรกที่ลงเล่นในพรีเมียร์ ลีก

เจ้าของฉายา ‘ปอมเปโร่’ ที่แปลว่า วิ่งดั่งสายลม แต่เขาก็ไม่ทำแบบนั้นมากนัก และฟอร์มที่ทุลักทุเลทำให้เหล่าแฟนๆ แม็กพายส์ต้องรอจนถึงเมษายนเลยกว่าเขาจะทำประตูแรกให้ทีมได้

กาวีลันถูกปล่อยยืมทั้ง เทโกส์, อินเตอร์นาซิอองนาล และอูดิเนเซ่ เพื่อที่ให้เขาปรับตัวได้ แต่นิวคาสเซิลก็จำเป็นต้องขายเขาไปในกับอินเตอร์นาซิอองนาลในปี 2004 ทีมล่าสุดที่กาวีลันได้ย้ายไปเล่นคืออินดิเพนเดนเต้ ซีจี ในปารากวัย ก่อนที่เขาจะแขวนสตั๊ดในปี 2011 ด้วยวัย 30 ปี

ฮวน โคเบียน (เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์)

Juan Cobian

ฮวน โคเบียนเป็นหนึ่งในสองผู้เล่นชาวอาร์เจนไตน์ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเป็นคนแรก ร่วมกับโฮราซิโอ คาร์โบนารี่ ของดาร์บี้ (ทั้งคู่ลงเล่นในนัดเปิดสนาม) ซึ่งตัวของโคเบียนย้ายจากโบค่า จูเนียร์ มาทีมนกฮูกโดยไม่มีค่าตัวในช่วงซัมเมอร์ 1998 และแบ็คขวารายนี้เป็นตัวจริงให้กับเว้นส์เดย์ถึง 7 จาก 8 เกมแรกในพรีเมียร์ลีกเลย

แต่แล้วทั้งหมดก็ค่อยๆ แย่ลง หลังโชว์ฟอรม์แย่ในนัดที่แพ้มิดเดิ้ลสโบรช์ 0-4 รวมถึงเกมลีกคัพที่จ่ายบอลคืนหลังพลาด กลายเป็นถวายพานให้ เทรเวอร์ เบนจามิน จากแคมบริดจ์ ยูไนเต็ด ยิงประตูชัยไปในที่สุด

หลังจากจบฤดูกาลนั้น โคเบียนย้ายไปชาร์ลตัน แต่ก็ไม่ได้ลงเล่นให้ทีมดาบอัศวินซักนัด ต่อมาได้ย้ายไปเล่นทั้งอเบอร์ดีน, สวินดอน และลิน่าเรสในสเปน ก่อนจะย้ายกลับบ้านเกิดไป

มาร์ค กอนซาเลซ (ลิเวอร์พูล)

Mark Gonzalez

กอนซาเลซฝ่าอุปสรรคทั้งปัญหาเรื่องใบอนุญาตทำงาน และอาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่า จนย้ายจากอาบาเซเต้มาลิเวอร์ได้สำเร็จในปี 2006 ซึ่งเขาเข้ามาเพื่อเป็นอะไหล่รวมถึงคู่แข่งของแฮร์รี่ คีเวลล์ และเขาก็เข้าตาเหล่าเดอะ ค็อป ทันที หลังยิงประตูชัยในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ กับมัคคาบี้ ไฮฟา

แต่กอนซาเลซก็พิสูจน์ตัวเองไม่ได้ในระยะยาว และราฟาเอล เบนิเตซก็ปล่อยเขาให้กับเรอัล เบติส หลังจากย้ายมาอยู่กับหงส์แดงแค่ฤดูกาลเดียว (แม้จะลงเล่นไปถึง 36 เกม) จากนั้นก็ย้ายไปซีเอสเคเอ มอสโก และอยู่ยาวถึง 5 ปี ก่อนจะย้ายกลับไปเล่นให้ทีมเก่าอย่างยูนิเวอร์ซิดัด คาโตลิก้า

ปัจจุบัน กอนซาเลซยังค้าแข่งอยู่กับเดปอร์เตส มากายาเนส ลีกบ้านเกิดในวัย 34 ปี

วอล์เตอร์ เดล ริโอ (คริสตัล พาเลซ)

Walter Del Rio

วอล์เตอร์ เดล ริโอ ย้ายมาเซลเฮิสต์ ปาร์ค ในซัมเมอร์ปี 1998 หลังย้ายมาจากโบค่า จูเนียร์ด้วยค่าตัวเพียง 187,500 ปอนด์ วิชช่าเป็นที่รู้จักอย่างดีในอาร์เจนติน่าและเป็นผู้เล่นอีกคนมีศักยภาพสูงมากๆ

ในฤดูกาลนั้น พาเลซได้เซ็นแนวรับอย่าง มิเชล ปาโดวาโน่ และโทมัส โบรลินเข้ามา แต่เดล ริโอ กลับกลายเป็นการเซ็นสัญญาที่แย่ที่สุดของทีม หลังประเดิมสนามในนัดที่ทีมพ่ายให้กับบาร์นสลีย์ 4-0 หลังจากนั้นเขาก็ไม่ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับพาเลซอีกเลย

เดล ริโอลงเล่นเป็นตัวสำรองอีกสองนัด ก่อนที่เทอร์รี่ เวนาเบิ้ล จะถูกแทนที่โดยสตีฟ ค็อปเปล และถูกดองในทีมชุดใหญ่ แม้ตัวของเขาเองจะปฏิเสธการเป็นฟรีเอเย่นต์และยอมลงเล่นกับทีมสำรองตั้งแต่มีนาคม 1999 แต่ในเดือนกรกฎาคมปี 2000 เดล ริโอได้ย้ายไปเล่นให้ดันดี ที่มีรุ่นพี่ในทีมชาติอย่างเคลาดิโอ คานิกเกียอยู