Hat Trick Stories : เปิดตำนานแฮตทริกแห่งชิงแชมป์อาเซียน

หลายครั้งที่ดาวเตะจากชาติต่างๆสร้างชื่อกระหึ่มด้วยการกระหน่ำแฮตทริคในศึกชิงแชมป์อาเซียน แต่จะมีใครที่เคยจารึกชื่อในประวัติศาสตร์เรื่องของแฮตทริคกันบ้าง….FFT จึงขอรวมรวมที่สุดแห่งการทำแฮตทริคที่คุณต้องรู้มาไว้แล้ว ติดตามได้ที่นี่

แฮตทริคแรกแห่งชิงแชมป์อาเซียน

แฮตทริคแรกของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน เกิดขึ้นในปี 1996 ประเทศสิงคโปร์ รับบทเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเกมนัดที่สองของสายบี ระหว่าง “เสือเหลือง” มาเลเซีย ดวลแข้งกับ ฟิลิปปินส์ ในยุคที่ยังเป็นสมันน้อยของอาเซียน ที่สนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์

เกมดังกล่าว ซาบากามาลาน ดาวเตะทีมชาติมาเลเซีย จัดการกระหน่ำแฮตทริคใส่ ฟิลิปปินส์ โดยเริ่มเกมมานาทีที่ 36 เขายิงให้ทัพ “เสืองเหลือง” ออกนำอย่างรวดเร็ว จากนั้น อัซมาน อัดนาน จะมายิงให้ลูกที่ 2 ถัดมาครึ่งหลัง น.53 ซามซูริน ราห์มาน ยิงประตูให้ มาเลเซีย นำ3-0 ก่อนที่ น.61 ซาบากามาลาน จะยิงนำ4-0  จากนั้น น.78 ซานดราน เป็นคนกดประตูที่5 และ น.81 ซามซูริน ราห์มาน ยิงประตูที่สองของตัวเองให้ มาเลเซียนำ 6-0

กระทั้ง น.89 ซาบากามาลาน เป็นคนยิงประตูที่ 7 ให้มาเลเซีย เอาชนะ 7-0 และเป็นการเบิกร่องซัดแฮคทริคแรกของทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนเพียงแค่นัดที่สองเท่านั้น

แต่กระนั้น ภายหลังการซัดแฮคทริคของ ซาบากามาลาน ดาวยิงทีมชาติมาเลเซีย ยิงในทัวร์นาเมนต์นั้นได้ 6ประตู เป็นรองดาวซัลโวเป็นรองเพียงแค่ เนติพงษ์  ศรีทองอินทร์ ดาวยิงทีมชาติไทย ที่ยิงแซงหน้าไป7ประตู

2002 และ 2004...ปีแห่งการทำแฮตทริค

หากนับปีที่มีการทำแฮตทริคจำนวนครั้งมากที่สุดในรายการนี้(แฮตทริคครั้งหนึ่งนับเป็น 1 ครั้ง) ปี 2002(4 ครั้ง) และ 2004(4 ครั้ง) ถือเป็น ซูซูกิ คัพ ที่มีการทำแฮตทริคมากครั้งที่สุด และมาจากฝีเท้าของนักเตะ 4 ชาติ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย, ไทย, เวียดนาม และสิงคโปร์

ปี 2002 แฮตทริคแรกของปี เกิดขึ้นในเกมที่ทีมชาติไทย ถล่ม ลาว 5-1 ในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม โดย 3 ประตูเกมนั้นมาจากฝีเท้าของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนแรกไปอย่างสวยงาม

ต่อมาเป็นแฮตทริคของ บัมบัง ปามุงกัส ในรอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 2 หลังอินโดนีเซีย ถูก กัมพูชา ออกนำ 1-2  ในครึ่งแรก แต่เริ่มครึ่งหลังไม่นาน ดาวยิงอินโดนีเซีย จัดการกดแฮตทริค 3 ประตูรวดพาทีมแซงคว้าชัยท้ายที่สุด ก่อนที่นัดสุดท้ายในรอบเดียวกัน เขาซัดอีก 4 ประตูใส่ฟิลิปปินส์ นอกจากนั้น ซาเอนาล นักเตะอินโดอีกรายก็ยิงไปอีก 4 ประตู เช่นเดียว รวมสกอร์เบ็ดเสร็จจบเกมพวกเขาถล่มแข้ง ตากาล็อก เละเทะ 13-1 ซึ่งจบทัวร์นาเม้นต์นั้น บัมบัง ปามุงกัส คว้าตำแหน่งดาวซัลโวโดยยิงไปทั้งสิ้น 8 ประตู แต่ก็ต้องพลาดแชมป์ให้ไทย หลังพ่ายจุดโทษยอดทีมแดนสยามในนัดชิงไป 2-4 ซึ่งหากนับจำนวนแฮตทริคในปีนั้นมีมากถึง 4 ครั้งทีเดียว

ส่วนปี 2004 เป็นทีของขุนพลดาวทอง หลังพวกเขาคว้าชัยนัดแรกของตัวเองจากเกมถล่ม กัมพูชา 9-1 โดย เล กง วินห์ สตาร์ชื่อก้องชาวเวียดนาม กดไป 3 ประตู ในนาทีที่ 57, 87 และ 89 ก่อนที่จบเกมพวกเขาจะชนะไปแบบถล่มทลาย

อย่างไรก็ตาม แม้จะประเดิมชัยแบบสวยหรู แต่กลับจอดป้ายเพียงรอบแรก เนื่องจากก่อนแมตช์ชนะ กัมพูชา พวกเขาเสมอ สิงคโปร์ 1-1 ส่วนเกมต่อๆมาจะแพ้อินโดนีเซีย และชนะ ลาว 3-0 เก็บไป 7 แต้ม รั้งอันดับสามของกลุ่มตกรอบไปโดยปริยาย

ด้าน อินโดนีเซีย ในรอบแบ่งกลุ่มจัดการไล่ถล่มสมันน้อยอย่าง กัมพูชา 8-0  โดย อิสฮาม จายา เกซูม่า ดาวยิงประจำทีม ซัดไป 3 ประตู พา“อิเหนา” จบแชมป์กลุ่มเอ ทว่ารอบรองชนะเลิศ ไปพลาดท่าพ่ายเจ้าภาพ สิงคโปร์ 1-3 จบเส้นทางลูกหนังอาเซียนเพียงแค่รอบนี้เท่าน้ัน แต่อย่างไรก็ดีในปีนี้ อิสฮาม จาย่า เกซูม่า  เป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเม้นต์ยิงไปทั้งสิ้น 7ประตู

สำหรับขุนพลทีมชาติไทย ก็ไม่น้อยหน้า หลังได้ “โจ้ห้าหลา” ศรายุทธ ชัยคำดี หัวหอกทีมชาติไทย ยิงแฮตทริคในเกมถล่ม ติมอร์ เลสเต้ 8-0  ทว่าไทยเก็บได้เพียง 7 แต้ม จากการ ชนะ 2 เสมอ 1แพ้1 หลุดมาเป็นอันดับ 3 จอดเพียงรอบแรกเท่านั้น แต่เจ้าตัวถือว่ายิงให้ไทยเยอะที่สุด 4 ประตู

แฮตทริคครั้งสุดท้ายในปีดังกล่าวเป็น นอร์ อลัม ชาห์ ศูนย์หน้าตัวเก่งสิงคโปร์ เมื่อขุนพล “เมอร์ไลออนส์” โคจรมาพบกับ เมียนมา ในรอบรองชนะเลิศ หลังพวกเขาถูกนำอยู่ 0-2 แต่เข้าสู่ช่วงนาทีที่ 74 นอร์ อลัม ชาห์ จะยิงตีไข่แตกไล่มา 1-2 และมายิงตีเสมอในช่วงทดเวลาเจ็บ นาทีสุดท้าย (90+4) ไล่ตีเสมอ 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษ

ทว่าช่วงนาทีที่ 96 จะมากดประตูที่สาม ให้ สิงคโปร์ ทิ้งห่างเป็น 3-2 และตอกย้ำชัยด้วยประตูของ อากู แคสเมียร์ พาสิงคโปร์ พลิกกลับมาเอาชนะ 4-2 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศกับ อินโดนีเซีย ก่อนเอาชนะ 2-1 เป็นแชมป์อาเชียน สมัยที่สองของ สิงคโปร์ ในขณะที่ นอร์ อลัม ชาห์ ยิงประตูได้ 4 ลูกในทัวร์นาเมนต์นี้

 

โครตแฮตทริค

หากพูดถึงนักเตะที่สามารถทำได้เกิน 3 ประตู ของศึกชิงแชมป์อาเซียนคงมีไม่กี่ราย แต่หนึ่งในนั้นกลับเคยยิงได้มากสุดถึง 7 ประตู ในเกมเดียว และไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ นอร์ อลัม ชาห์ ผู้รั้งตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของรายการนี้

7 ประตู ที่เกิดขึ้นเป็นเกมที่ สิงคโปร์ ถล่มทีมชาติลาว 11-0 ซึ่งจำนวนทั้งหมดนี้มาจากฝีเท้าของเขาล้วนๆไม่มีประตูจากลูกจุดโทษแต่อย่างใด และชัยชนะในเกมนั้นช่วยให้สิงคโปร์ ลอยลำเข้ารอบต่อไปแบบสบายเท้า ก่อนที่เขาจะซัดอีกหนึ่งประตูพาทีมเสมอมาเลเซีย นัดแรกในรอบรองชนะเลิศ ต่อมานัดที่สองเอาชนะขุนพล “เสือเหลือง” ทะลุเข้ารอบชิงเจอกับทีมชาติไทย โดยนัดแรก นอร์ อลัม ชาห์ ประเดิมเปิดหัวพาทีมออกนำตั้งแต่นาทีที่ 17 แต่มาโดนไทยตีเสมอจาก พิพัฒน์ ต้นกันยา ทว่าก่อนหมดเวลา มุสตาฟี่ ฟารุดดิน ยิงประตูชัยให้สิงคโปร์เอาชนะในนัดแรกได้สำเร็จ

ส่วนเกมที่ 2 ทีมชาติไทยออกนำไปก่อนจาก พิพัฒน์ ต้นกันยา คนเดิม ก่อนจะถูก ไครูล อัมรี ยิงตีเสมอให้ทัพ “เมอร์ไลออนส์” ในช่วงท้ายเกม โดยจบการแข่งขัน สิงคโปร์คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 3 และ นอร์ อลัม ชาห์ ได้รับรางวัลรองเท้าทองคำ หลังกระหน่ำไป 10 ประตูในครั้งนั้น นอกจากนี้ในปีเดียวกัน ฟาน ทัน บินห์ แข้งชาวเวียดนาม ยิง 4 ประตู ให้ขุนพลดาวทอง เอาชนะลาว ไป 9-0 พาทีมเข้ารอบรองชนะเลิศ แต่ก็จอดป้ายแค่รอบดังกล่าว หลังแพ้ทีมชาติไทยตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ต้องย้อนไปเมื่อปี 2002 บัมบัง ปามุงกัส และ ซาเอนาล 2 ดาวเตะอินโดนีเซีย คือผู้เล่นที่ซัดเกิน 3 ประตูครั้งแรกจัดการกดไปคนละ 4 ตุง ใส่ฟิลิปปินส์ ในรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย ที่พวกเขาเอาชนะไปทั้งสิ้น 13-1 และเป็นการทำประตูมากที่สุดในทัวร์นาเม้นครั้งนั้น

 

ชาติแห่งการทำแฮตทริค

ทีมชาติไทย ถือเป็นหนึ่งในทีมที่เคยมีผู้ทำแฮตทริคมากที่สุดจำนวน 4 ราย โดยคนแรกที่ทำได้คือ วรวุฒิ  ศรีมะฆะ  ที่ยิงใส่ อินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนพาไทยก้าวสู่ทำเนียบแชมป์เจ้าอาเซียนเป็นสมัยที่ 2 และเจ้าตัวรับตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวร์เม้นต์ หลังกดไปทั้งสิ้น 5 ประตู

หลังจากนั้น ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตดาวยิงระดับตำนานของไทย จะประเดิมแฮตทริคแรกของเขาในปี 2002 พาทีมเอาชนะทีมชาติลาว 5-1 และถือเป็นการเก็บ 3 คะแนนแรกในทัวร์นาเม้นครั้งนั้น ก่อนท้ายที่สุดจะครองแชมป์อาเซียนอีกครั้งเป็นสมัยที่ 3 หลังเอาชนะจุดโทษอินโดนีเซีย 4-2 ในนัดชิงชนะเลิศ ศรายุทธ ชัยคำดี อดีตดาวยิงชื่อก้องของไทยก็เคยซัดแฮตทริคมาแล้วเมื่อปี 2004 พาทีมชนะ ติมอร์ เลสเต 9-0 และ  ธีรศิลป์ แดงดา เคยทำไว้ในแมตช์ที่เอาชนะ เมียนมา 4-0 ซึ่งล่าสุดเพิ่งยิงเพิ่ม 3 เม็ดที่ช้างศึกชนะ อินโดนีเซีย 4-2 นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม ซูซูกิ คัพ 2016

อินโดนีเซีย ก็ไม่น้อยหน้า เมื่อพวกเขาเคยมีนักเตะทำแฮตทริคถึง 4 รายเช่นเดียวกัน เริ่มจาก บัมบัง ปามุงกัส ที่กระหน่ำแฮตทริค 2 ครั้ง ในปี 2002 โดยครั้งแรกเป็นเกมรอบแบ่งกลุ่มหลังอินโดนีเซีย ถูกกัมพูชา นำอยู่ 1-2 แต่เข้าสู่ครึ่งหลัง เป็นบัมบัง ที่ยิง 3 ประตูรวด พลิกแซงชนะ 4-2 ก่อนที่นัดสุดท้ายในรอบเดียวกันที่ขุนพลอิเหนาถล่ม ฟิลิปปินส์ 13-1 บัมบัง จะกดไปอีก 4 ประตู ซึ่งเกมนั้น ซาเอนาล ดาวเตะอีกรายของอินโดนีเซียช่วยยิงให้ทีม 4 ประตูเช่นกัน

ทางด้านเวียดนาม มีเพียง 2 สตาร์แห่งยุคของพวกเขาที่เคยทำแฮตทริคในทัวร์นาเม้นนี้ได้แก่ เล คอง วิน และ ฟาน ทัน บิน โดยรายแรกประเดิมแฮตทริคของตัวเองในปี 2004 จากเกมที่ทัพดาวทอง ชนะกัมพูชา 9-1 ก่อนที่ปี 2007 ดาวยิงรายนี้จะจารึกชื่ออีกครั้งด้วยการยิง 3 ประตูใส่ลาว ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยเกมเดียวกันนั้น ฟาน ทัน บินห์ อดีตสตาร์ชื่อก้องของเวียดนามทำแฮตทริคของตัวเองได้เช่นกัน จบเกมพวกเขาชนะลาว 9-0 เข้ารอบรองชนะเลิศด้วยอันดับ 2 ของกลุ่ม

ส่วน มาเลเซีย กับ สิงคโปร์ มีนักเตะทำแฮตทริคประเทศละ 1 ราย เริ่มจาก ซาบากามาลาน ดาวเตะทีมชาติมาเลเซีย ยิง 3 ประตู ในเกมที่ขุนพลเสือเหลือง ชนะ ฟิลิปปินส์ ในรอบแบ่งกลุ่ม 7-0 สำหรับ สิงคโปร์ เป็นเจ้าพ่อดาวซัลโวอาเซียนอย่าง นอร์ อลัม ชาห์ โดยเขาทำแฮตทริคแรกในปี 2004 ส่งผลให้ทีมชนะ เมียนมา 4-2 ก่อรที่ปี 2007 จะกลับมาทำได้อีกครั้งในการเจอกับทีมชาติลาว แต่ครั้งนี้เขาระเบิดสกอร์ไปถึง 7 ประตู และเอาชนะไปอย่างท่วมท้น 11-0

ชอกช้ำ : ทีมที่โดนทำแฮตทริคมากครั้งที่สุด

หลังดูมีทีมที่ยิงแฮตทริคเยอะที่สุด มาดูทีมที่ถูกคู่แข่งซัดแฮตทริคใส่เยอะที่สุดกันบ้าง โดย กัมพูชา คือชาติที่ถูกคู่แข่งทำแฮตทริคมากที่สุดถึง 4 ครั้ง เริ่มจากเกมที่พวกเขาแพ้อินโดนีเซีย 2-4 ถูก บัมบัง ปามุงกัส กดไป 3 ประตู

ต่อมาปี 2004 โดน เล คอง วิน ของเวียดนาม เบิกแฮตทริคนัดแรกในรอบแบ่งกลุ่มไปอีก 3 ประตู ก่อนที่นัดรองสุดท้ายในรอบนั้นจะโดน อิลลาม จายา เคสุมะ นักเตะทีมชาติอินโดนีเซีย กระหน่ำอีก 3 ลูก ก่อนที่สุดท้ายในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2008 พวกเขาถูก บูดี้ ซูดราโซโน แข้งอิเหนา ยิงแฮตทริคใส่ และแพ้ไป 0-4 โดยปีนั้น กัมพูชา ไม่ชนะใครเลย และเป็นการแพ้ 3 นัดรวดอีกต่างหาก

 

นอร์ อลัม ชาห์...คนเดียวที่ทำแฮตทริค 2 ปีติดต่อ

นอร์ อลัม ชาห์ ศูนย์หน้าทีมชาติสิงคโปร์ เป็นนักเตะเพียงรายเดียวที่เคยทำแฮตทริคติดต่อกัน 2 ปีของการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2004 ในรอบรองชนะเลิศ ขุนพล “เมอร์ไลออนส์” เจอกับ เมียนมา โดยนัดแรก สิงคโปร์ ชนะมา 4-3 ก่อนนัดที่ 2 พวกเขาจะย้ำชัยอีกครั้ง โดย นอร์ อลัม ชาห์ กด 3 ประตูรวด และเป็น อากูร์ แคสเมียร์ ยิงปิดท้ายช่วงต่อเวลาพิเศษพาทีมเอาชนะไป 4-2

ส่วนครั้งต่อมาในปี 2007 สร้างความฮือฮา หลังกระหน่ำ 7 ลูก ในแมตช์ชนะ ลาว 11-0 โดยจบทัวร์นาเม้นต์นั้น เขาคว้าทั้งรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า และดาวซัลโวไปครองด้วยจำนวน 10 ประตู

แฮตทริคครั้งล่าสุด

ตำแหน่งนี้ แน่นอนว่าเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงเบอร์หนึ่งทีมชาติไทย ที่เพิ่งกดแฮตทริคพาช้างศึกประเดิมชัยนัดแรกใน ซูซูกิ คัพ 2016 ที่ผ่านมา

ก่อนเกมดังกล่าว อดีตแข้งอัลเมเรีย เพิ่งทำ 2 ประตู ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ไทยเสมอกับทีมชาติออสเตรเลีย 2-2 เก็บแต้มแรกในทัวร์นาเม้นได้สำเร็จ เรียกว่ามีแรงฮึดมากพอสมควร โดยทีมชาติไทย ลงสนามนัดแรกพบกับอินโดนีเซีย

หลังออกนำไปก่อน 2-0 จากพีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา และ ธีรศิลป์ แดงดา แต่กลับถูกแข้งอิเหนาไล่ตีเสมอในช่วงต้นครึ่งหลัง ทำเอาแฟนบอลช้างศึกหวั่นใจไม่ใช่น้อย อย่างไรก็ตาม ธีรศิลป์ แดงดา คนเดิมมายิงเพิ่มอีก 2 ประตู พาทีมพลิกชนะในท้ายที่สุด และ 3 ประตูในเกมนั้นส่งผลให้เขาทำเพิ่มเป็น 12 ประตู ขยับเข้าใกล้ลบสถิติดาวซัลโวชิงแชมป์อาเซี่ยนชาวไทยอย่าง วรวุฒิ ศรีมะฆะ ที่เคยทำไว้ 15 ประตู สมัยที่ยังค้าแข้งอยู่