หลังเกม ปืน-หงส์ : เมื่อ คล็อปป์ ทำให้ ‘ค็อป’ กล้าฝัน

FFT จะมาวิเคราะห์เกมสุดมันระหว่าง อาร์เซนอล กับ ลิเวอร์พูล ผ่าน Stats Zone ให้แฟนๆชาวไทยได้ติดตามกัน…

เกมเปิดฤดูกาลที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จัดเป็นเกมที่สนุกที่สุดในรอบสัปดาห์อย่างไม่ต้องสงสัย และจากเกมนี้ ทำให้เราได้เห็นอะไรหลายๆอย่างของทั้งสองทีม ซึ่ง อาร์แซน เวนเกอร์ อาจจะต้องรีบลงตลาดให้ด่วนที่สุด เช่นเดียวกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ควรจะหาแบ็คซ้ายตัวใหม่สักที

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามจากบทวิเคราะห์ด้านล่างนี้ได้เลย…

เปิดตัวแย่ๆอีกครั้ง

คล็อปป์ ทำให้ “เดอะ ค็อป” เชื่อมั่นว่า เขาทุ่มเทให้กับทีมจริงๆ และพร้อมที่จะสู้ไปกับนักเตะในสนามเสมอ

น่าเหลือเชื่อที่นี่เป็นครั้งที่ 3 จาก 4 ฤดูกาลหลังสุดที่ อาร์เซนอล พ่ายแพ้ในวันแรกของซีซั่น ซึ่งครั้งนี้อาจจะเจ็บปวดกว่าครั้งไหนๆ เพราะว่า พวกเขาเสียท่าให้กับอีกหนึ่งยักษ์ที่ต้องการลุ้นแชมป์(?)และพื้นที่ยุโรปเหมือนกันอย่าง ลิเวอร์พูล

โดย “หงส์แดง” ภายใต้การนำของ คล็อปป์ แสดงให้เห็นถึงความกระหายและพลังในการเล่น เหมือนกับที่ กุนซือของพวกเขาแสดงออกที่ข้างสนาม ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้น การปลุกเร้า การแสดงออก ฯลฯ

ทุกอย่างที่ว่ามา คล็อปป์ ทำให้ “เดอะ ค็อป” เชื่อมั่นว่า เขาทุ่มเทให้กับทีมจริงๆ และพร้อมที่จะสู้ไปกับนักเตะในสนามเสมอ

ดูอย่างจังหวะฉลองหลัง ซาดิโอ มาเน่ โซโล่เข้าไปยิงประตูสุดสวยที่ คล็อปป์ แบกตัว อดีตดาวเตะเซาแธมป์ตัน ขึ้นหลังก็ได้ 

ถามจริงๆว่า จะมีผู้จัดการทีมสักกี่คนที่ทำแบบนี้?

และนั่นคงไม่ใช่กับ เวนเกอร์ แน่นอน…

คล็อปป์ 1 เวนเกอร์ 0

หลายคนประหลาดใจเมื่อไม่ได้เห็นรายชื่อตัวจริงของ เวนเกอร์ โดยพวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไม ซานติ กาซอร์ล่า และ กรานิต ชาก้า ถึงมีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น และสุดท้ายกองกลางของ “ปืนใหญ่” ก็สู้ “หงส์แดง” ไม่ได้จริงๆ

ตัวจริงที่ ขงเบ้งชาวฝรั่งเศส เลือกใช้ก็คือ โมฮาเหม็ด เอลลานี กับ ฟร็องซิส โกเกอแล็ง ทั้งๆที่ทั้งสองไม่ใช่ตัวเทคนิคหรือครองบอลได้ดี ซึ่งการที่ต้องมาเจอกับเกมบีบเร็วตามสไตล์คล็อปป์ ทำให้ทั้งคู่เล่นไม่ออก พร้อมกับไม่สามารถคุมเกมแดนกลางให้ทีมได้

ขณะที่ฝั่ง ลิเวอร์พูล นั้น คล็อปป์ เลือกใช้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม กับ อดัม ลัลลาน่า ในตำแหน่งกองกลาง เพื่อที่จะกดดันแนวรับที่ไม่สมบูรณ์ของเจ้าถิ่น โดยจะสังเกตได้ว่า เกมนี้ ทีมดังแห่งเมอร์ซี่ไซด์ตั้งใจมาเจาะตรงกลางเป็นหลัก ซึ่งลูกทีมของกุนซือเลือดดอยช์ทำได้สำเร็จ

โดยเฉพาะประตูที่สองที่พวกเขาทำได้นั้นสามารถตอบทุกอย่างได้หมด โดยลูกนั้นเป็นการประสานงานที่ยอดเยี่ยมของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, มาเน่,  ไวจ์นัลดุม และ ลัลลาน่า แม้ว่าส่วนหนึ่งจะต้องชมทักษะส่วนบุคคลของพวกเช่นกัน

Liverpool and Coquelin, Stats Zone screen

กลับมาที่ อาร์เซนอล การพ่ายแพ้นัดนี้ แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า พวกเขาไม่พร้อมเมื่อเจอกับสถานการณ์กดดันเช่นนี้ และการประเดิมด้วยการแพ้ให้กับทีมคู่แข่งโดยตรงอาจจะไม่ส่งผลดีต่อพวกเขาเท่าไร

อย่างไรก็ตาม “เดอะ กูนเนอร์” ยังไม่ต้องวิตกอะไรมาก เพราะก่อนหน้านี้ “ปืนใหญ่” ก็เคยแพ้ในนัดเปิดซีซั่นปีที่แล้วกับ เวสต์แฮม เช่นเดียวกับ แอสตัน วิลล่า เมื่อสามปีก่อน

แต่สุดท้าย เวนเกอร์ ก็พาทีมลุยยุโรปได้ตามเป้าหมายทุกครั้ง(ฮา)

Elneny and Coquelin, Stats Zone screen

ความหวัง

อย่างที่กล่าวไปว่า การวิ่งมาหา คล็อปป์ ของ มาเน่ แสดงให้เห็นว่า ลูกทีมรักและเชื่อในตัว เทรนเนอร์เมืองไส้กรอก มากเพียงใด

เพราะคงมีไม่บ่อยครั้งนักหรอก ที่นักเตะใหม่จะวิ่งเข้ามาดีใจกับกุนซือของทีมทันที เมื่อเปิดซิงลูกแรกให้กับต้นสังกัดได้

ดังนั้น เราจึงสามารถสรุปได้ว่า เวลานี้นักเตะลิเวอร์พูลเกือบทั้งหมดให้ความเคารพ คล็อปป์ และพร้อมสู้ตายถวายชีวิตให้แก่ผู้จัดการทีมของพวกเขา ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะนับตั้งแต่ อดีตนายใหญ่ดอร์ทมุนด์ เข้ามาที่ แอนฟิลด์ แล้ว เราเห็นภาพเช่นนั้นอยู่บ่อยครั้ง

เพราะฉะนั้น ถือว่า “หงส์แดง” อยู่ในปีที่ได้สนุกมากที่สุดในรอบหลายปี และ “เดอะ ค็อป” พร้อมจะบ้าคลั่ง(และลุ้น)ไปกับกุนซือของพวกเขาเช่นกัน

ข้ามมาที่ อาร์เซนอล กระแส “เดอะ กูนเนอร์” บางส่วนกลับมาต่อต้าน เวนเกอร์ อีกครั้ง และปีนี้ ถือปีที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของ จอมเก๋าเมืองน้ำหอม อีกด้วย เนื่องจากคู่แข่งแต่ละทีมต่างมีคู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อ ทั้งยังมีทรัพยากรนักเตะที่สุดยอดอีกด้วย

ซึ่งหากสุดท้าย เวนเกอร์ ไม่สามารถรักษามาตราฐานการไปแชมเปี้ยนลีกไว้ได้(ไม่ต้องพูดถึงแชมป์) อนาคตของเขาก็อาจจะไม่ยืดก็เป็นได้

สรุปแล้ว เกมนี้ คล็อปป์ แสดงให้เห็นบางอย่างที่ เวนเกอร์ ไม่รู้จักมานานแสนนาน

บางอย่างที่แฟนๆ “ปืนใหญ่” ไม่ได้รู้สึกมาตลอดหลายปีนี้

อย่างคำว่า

“ความหวัง”…