หลังสามในตำนาน : เปิดประวัติศาสตร์แท็คติคกองหลัง 3 คน ที่หลายทีมใช้แล้วสำเร็จ(และล้มเหลว)

FFT นำเสนอประวัติศาสตร์การเล่นกองหลังสามคนของหลายทีมในฟุตบอลอังกฤษ เพื่อที่จะให้แฟนๆชาวไทยได้รู้จักกับระบบการเล่นนี้มากขึ้น…

หลายสโมสรและทีมชาติส่วนใหญ่มักเลือกใช้แผน 4-4-2 และ 4-2-3-1เป็นหลัก ทว่าหลังๆมานี้ หลายทีมดังหันมาใช้หลังระบบกองหลัง 3 ตัว อย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ ที่กำลังพา เชลซี นำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่นิยมการใช้ แบ็คทรี เป็นหลัก ซึ่งล่าสุด อาร์แซน เวนเกอร์ ก็หันมาเกาะเทรนด์นี้กับเขาด้วย 


อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดไม่ใช่คนแรกที่เลือกใช้กองหลัง 3 คน และนี่คือรุ่นพี่ของพวกเขา…

1. บุกเบิกโดย จอร์จ เกรแฮม

อดีตกองกลางทีมชาติสก็อตแลนด์ ตัดสินใจปรับระบบมาเล่นกองหลัง 5 ตัวด้วยการจัด เดวิด โอเลียรี่ ลงสนามเป็นสวีปเปอร์ เพื่อเน้นเกมรับมากขึ้น

เกรแฮม สร้างภูผาหินสุดแข็งแกร่งไว้ที่ ไฮบิวรี่ โดน อดีตเทรนเนอร์ชาวสก็อต เป็นผู้ทำให้ อาร์เซนอล มีแผงแบ็คโฟร์ในตำนานอย่าง โทนี อดัมส์, สตีฟ โบลด์, ไนเจล วินเทอร์เบิร์น และ ลี ดิ๊กสัน

ทว่า วันสุดท้ายของซีซั่น 1988-1989 เกรแฮม กลับทำให้ทุกคนประหลาดใจ เมื่อเขาจัดการเปลี่ยนระบบในเกมสุดท้ายกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งใครชนะ จะได้แชมป์ดิวิชั่น 1 ในตอนนั้นทันที แต่มีข้อแม้ว่า “ปืนใหญ่” ต้องยิงให้ได้อย่างน้อย 2 ลุกขึ้นไปเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อดีตกองกลางทีมชาติสก็อตแลนด์ ตัดสินใจปรับระบบมาเล่นกองหลัง 5 ตัวด้วยการจัด เดวิด โอเลียรี่ ลงสนามเป็นสวีปเปอร์ หรือจะดูอีกแบบคือ กองหลัง 3 ตัว แบบมีวิงแบ็ค 2 ข้าง

“ผมบอกกับลูกทีมทุกคนว่าคนอื่นคาดหวังให้เราลงไปบุกสุดชีวิต” เกรแฮม กล่าวในเวลาต่อมา “แต่ผมบอกพวกเขาว่าผมจะมีความสุขถ้าจบครึ่งแรก เรายังเสมอ 0-0”

บมสรุปก็เป็นอย่างที่เรารู้กัน เมื่อ นายใหญ่เลือดวิสกี้ ได้มากกว่าที่เขาขอลูกทีม และเกมจบลงที่ชัยชนะ 2-0 ของทีมดังแห่งลอนดอน พร้อมกับได้รับการยกย่องว่าเป็นการคว้าแชมป์ลีกที่ตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ

ซึ่งความดีความชอบต้องยกให้กับ เกรแฮม ผู้กล้าตัดสินใจเปลี่ยนแผนในเกมสำคัญเช่นนี้ 

2. กลางปี 90 ประยุกต์ใช้

อดีตกองกลางจอมคลาสสิค ปรับแผนให้ “สิงโตน้ำเงินคราม” มาใช้การเล่นบอลบนพื้นมากขึ้น พร้อมกับหันมาใช้ระบบกองหลังสามตัว โดย ฮอดเดิ้ล ส่งตัวเองลงเล่นเป็น สวีปเปอร์

ในปี 1993 เกล็น ฮอดเดิ้ล เข้ารับตำแหน่งผู้เล่น-ผู้จัดการทีม ของ เชลซี โดย อดีตกองกลางจอมคลาสสิค ปรับแผนให้ “สิงโตน้ำเงินคราม” มาใช้การเล่นบอลบนพื้นมากขึ้น พร้อมกับหันมาใช้ระบบกองหลังสามตัว โดย ฮอดเดิ้ล ส่งตัวเองลงเล่นเป็น สวีปเปอร์ ในสองซีซั่นแรก ก่อนที่ฤดูกาลที่ 3 จะเริ่มหยุดเล่น

ผลงานของ ทีมดังแห่งลอนดอน ขึ้นๆลงๆ โดยในลีกนั้น พวกเขาไม่เคยจบเกินอันดับ 11 ในยุคของ ฮอดเดิ้ล ทว่าในฟุตบอลถ้วยนั้น พวกเขาทำได้ดีขึ้น เมื่อ เชลซี เคยเข้าชิง เอฟเอ คัพ ในปี 1994 แต่ไปแพ้ให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เละเทะ 0-4

อย่างไรก็ตาม ฮอดเดิ้ล ยังไม่ทันติดตั้งระบบได้สำเร็จ ตัวเขาก็ย้ายไปคุมทีมชาติอังกฤษแล้ว แต่ อดีตเทรนเนอร์สิงโตคำราม ก็บอกว่า ตัวเขามีส่วนที่ทำให้ “สิงโตน้ำเงินคราม” เป็นอย่างทุกวันนี้

“พวกเราช่วยกันเปลี่ยนปรัชญาของสโมสร ” ฮอดเดิ้ล บอกกับ FourFourTwo เมื่อปี 2008

อีกฟากฝั่งคือ ลิเวอร์พูล ที่คุมทีมโดย รอย อีแวนส์ ที่มาในระบบ 3-5-2 โดยสไตล์ของ “หงส์แดง” คือ บุกกระหน่ำด้วยการใช้ สตีฟ แม็คมานามาน ยืนอยู่ข้างหลังคู่หัวหอกอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ สแตน คอลลี่มอร์

ด้วยแผนนี้ ยักษ์ใหญ่แห่งเมอร์ซี่ไซด์ จบอันดับ 4 ในปี 1995 ซึ่งถือว่าดีขึ้นกว่าในซีซั่นก่อนหน้านั้นถึง 4 อันดับ ก่อนได้ที่ 3 ในปี 1996, และจบอันดับ ในปี 1997

Roy Evans

ซึ่งนั่นถือว่าเป็นผลงานที่ไม่เลว แม้หลายคนจะรู้สึกว่าพวกเขาน่าจะไปได้กว่านี้ก็ตาม

“ผมตัดสินใจเลือกเล่นหลังสาม เพราะว่าผมคิดเสมอว่า เรามักเป็นรองคู่แข่งตรงกลางเสมอ” อีแวนส์ กล่าว “พวกเราไม่มีนักเตะที่แข็งแกร่งเพียงพอในตำแหน่งดังกล่าว”