หมอนี่คือใคร? มาร์โก อเมเลีย...ว่าที่ขุมกำลังใหม่เชลซี

เชลซีใกล้บรรลุข้อตกลงดึงตัวอดีตผู้รักษาประตูมิลานรายนี้มาเพื่อทดแทน ธิโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งที่บาดเจ็บยาว - อดัม ดิกบี้ คอลัมนิสต์ของเราจะมาแนะนำให้รู้จักว่าเขาคือใคร มีผลงานอะไรบ้างที่โดดเด่น และจะคาดหวังอะไรได้จากมือกาวอิตาเลียนคนนี้...

เมื่อมองจากปัญหาของพวกเขาในขณะนี้ ทั้งเรื่องนักเตะหลักมีอาการบาดเจ็บ และเกมรับไม่เหนียวแน่นโดนเจาะง่าย การที่เชลซีใกล้จะเซ็นสัญญากับผู้รักษาประตูชาวอิตาเลียนดีกรีทีมชาติชุดแชมป์โลกย่อมเป็นทางเลือกที่ดี แต่น้อยคนนักที่จะรู้ถึงรายละเอียดเกี่ยวกับตัว มาร์โก อเมเลีย ว่ามือกาววัย 33 ปีรายนี้มีเส้นทางอาชีพที่น่าทึ่งหลังผ่านการเฝ้าเสามาแล้วกับ 8 สโมสร

ดูเหมือนว่าเขาเตรียมจะย้ายมาเล่นกับทีมแห่งลอนดอนตะวันตกในฐานะตัวเลือกฉุกเฉิน หลังจากที่ ธิโบต์ กูร์กตัวส์ เข้ารับการผ่าตัดเข่าซึ่งทำให้เขาพลาดการลงสนามนาน 3 เดือน กับสถานการณ์ที่เหลือแค่ อัสมีร์ เบโกวิช และมือกาวไร้ประสบการณ์อย่าง จามาล แบล็คแมน เป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้ โชเซ่ มูรินโญ่ จึงตัดสินใจดึงอเมเลียมาทดสอบฝีมือ และคาดว่านายทวารรายนี้จะตกลงเซ็นสัญญาระยะสั้น

คาเปลโลปั้นมากับมือ!

หลังถือกำเนิดที่เมืองเล็กๆ อย่างฟราสคาติ อเมเลียได้เข้าร่วมทีมโรม่าเมื่อปี 1991 จากนั้นจึงพัฒนาขึ้นมาตามลำดับจนกระทั่ง ฟาบิโอ คาเปลโล่ให้โอกาสดันขึ้นมาอยู่ทีมชุดใหญ่ในอีก 9 ปีถัดมา แม้จะยังเป็นวัยรุ่นอยู่ แต่ช่วงเวลานั้นก็เรียกได้ว่าน่าจดจำสำหรับเจ้าตัว หลังได้รับเหรียญจากการที่ทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา มาครองได้เป็นหนที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสร

อย่างไรก็ตาม เขาก็เลือกจะย้ายทีมในเวลาต่อมา ซึ่งเจ้าตัวถูกส่งไปอยู่กับลิวอร์โนที่ตอนนั้นอยู่ในลีกระดับ 3 และเป็นที่ๆ เขาสามารถยึดตำแหน่งมือ 1 ได้แทบจะในทันที โดยมือกาวรายนี้เป็นกำลังสำคัญช่วยให้ทีมไต่ขึ้นสู่เซเรีย อา ได้สำเร็จ แถมอเมเลียยังได้สัมผัสประสบการณ์ความสำเร็จในระดับนานาชาติอีกด้วย

Marco Amelia, Italy U21s

อเมเลียคว้าแชมป์ยูโร ยู-21 รวมกับนักเตะอย่างเด รอสซี่, บาร์ซาญี และจิลาร์ดิโน

เขาช่วยให้ทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์ยูโร ยู-21 เมื่อปี 2004 และยังได้เหรียญทองแดงในการแข่งขันโอลิมปิกที่กรีซในปีเดียวกัน ซึ่งจากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในปีนั้นทั้งกับทีมชาติอิตาลี และปาร์มาที่เจ้าตัวย้ายมาเฝ้าเสาด้วยสัญญายืมตัว ทำให้มีทีมใหญ่เริ่มให้ความสนใจมากขึ้น แต่กระนั้นเขาก็ยังเลือกอยู่กับลิวอร์โนต่อไป และเวลาต่อมามือกาวรายนี้กลายเป็นผู้ที่มีความยอดเยี่ยมในด้านปฏิกิริยาการเซฟ บวกกับพื้นฐานการเล่นที่ครบเครื่อง มาร์เชลโล ลิปปี้ จึงเลือกเจ้าตัวเข้าสู่ทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่ชนิดไม่ขาดตอน

นั่นหมายความว่าเจ้าตัวได้ร่วมทีมไปเล่นฟุตบอลโลก 2006 และถึงแม้จะไม่ได้ลงเล่นแม้แต่นาทีเดียว เพราะต้องเป็นตัวสำรองต่อจาก จานลุยจิ บุฟฟอน แต่แน่นอนว่าอเมเลียก็ได้ร่วมชูถ้วยฟุตบอลโลกด้วย นอกจากนี้ในการเล่นระดับสโมสรเขาก็ทำได้ดีทีเดียว เมื่อเป็นแกนหลักพาลิวอร์โน่เข้าร่วมศึกยูฟ่า คัพ เมื่อฤดูกาล 2006-07 ซึ่งเจ้าตัวก็โหม่งทำประตูได้ในรอบแบ่งกลุ่มช่วยให้ทีมตีเสมอ ปาร์ติซาน เบลเกรด ได้แบบไม่น่าเชื่อจนสามารพาทีมผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ได้ในเวลาต่อมา

หนึ่งขุนพลผู้หยุดแนวรุกบาร์ซ่า

 12 เดือนหลังเป็นฮีโร่ยิงประตูให้ทีม อเมเลียย้ายสังกัดอีกครั้งจากลิวอร์โนที่ตกชั้นไปอยู่กับปาแลร์โม ก่อนจะย้ายไปอยู่เจนัวในปี 2009 อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้เพียงฤดูกาลเดียวก็เพียงพอที่จะให้ เอซี มิลาน เซ็นสัญญาคว้าไปเฝ้าเสา และในปีแรกกับถิ่นซาน ซิโร่ เขาก็คว้าแชมป์เซเรีย อา เป็นหนที่ 2 ในชีวิต

 อย่างไรก็ตาม 4 ปีกับสีเสื้อ "รอสโซเนรี่" เขาต้องเป็นตัวสำรองของ คริสเตียน อับเบียติ และได้ลงเล่นไปแค่ 41 นัดเท่านั้น ซึ่งบางทีอาจเป็นลางดีในการเล่นกับเชลซีที่โอกาสลงสนามมีจำกัดจำเขี่ยเหมือนกันก็เป็นได้ แต่หนึ่งในช่วงเวลาแห่งความทรงจำของเขาคงต้องยกให้เป็นเกมเจอบาร์เซโลน่าเมื่อปี 2013 ที่เจ้าตัวเซฟอุตลุดคอยปฏิเสธเกมรุกของยักษ์ใหญ่จากสเปนรายนี้ และช่วยให้ทีมยันเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ

Marco Amelia, Barcelona

อเมเลียหยุดเกมรุกของบาร์ซ่าเป็นพัลวันที่ซาน ซิโร่

ไม่ถึง 1 ปีนับจากนั้น อเมเลียร้องขอให้ต้นสังกัดยกเลิกสัญญา โดยให้เหตุผลว่า "เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย" และในสภาพไร้ชายคาเช่นนั้น สิ่งที่เขาเลือกในเวลาต่อมาสร้างความประหลาดใจอย่างมาก เขาตัดสินใจลดตัวลงไปถึง 5 ดิวิชั่นเพื่อร่วมทีมสมัครเล่นอย่าง ร็อคคา ปริโอรา ซึ่งเขาได้กลายเป็นประธานสโมสรกิตติมศักดิ์ด้วย และดูเหมือนว่าเขาจะพอใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ "ผมมีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่เป็นตัวเองที่บ้านหลังนี้ ผมมีครอบครัวอยู่เคียงข้าง และกำลังก้าวไปกับสโมสรแห่งนี้อย่างมีความสุข"

ช่วงเวลาไม่กี่เดือนถัดจากนั้น เขายื่นข้อเสนอให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าเจ้าปัญหาซึ่งเป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมของตนให้ย้ายมาร่วมชายคาเดียวกัน โดยบอกว่าเพื่อนเขาอาจหลุดพ้นจากปัญหาที่ลิเวอร์พูล และ "แสดงให้ทุกคนเห็นว่าเนื้อแท้ของเขาเป็นเช่นไร"

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นจริง และกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวในชีวิตที่น่าทึ่งของนายด่านชาวอิตาเลียรายนี้ผู้มีทั้งช่วงเวลาอันน่าจดจำและน่าลืมเลือน และแม้ดูเหมือนว่า มาร์โก อเมเลีย คงจะไม่ได้ทำอะไรให้กับเชลซีมากนัก แต่นี่ก็ถือเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับเส้นทางชีวิตที่เดิมที่น่าสนใจไม่น้อย

พบกับบทความดีๆ แบบนี้ทุกวันที่ fourfourtwo.com/th