หนักหนาสาหัส : เจาะใจ ‘โค้ชโย่ง’ กับความกดดัน ดั่งพายุ

วรวุธ ศรีมะฆะ พาทัพนักเตะทีมชาติไทยผ่านเข้ารอบต่อไปในศึกชิงแชมป์เอเชีย ได้สำเร็จ ท่ามกลางความยากลำบากที่ต้องเจออุปสรรคเรื่องสภาพอากาศ และแรงกดดันมหาศาล

...เขามีวิธีรับมืออย่างไร? สื่อโซเชียลส่งผลกระทบต่อทีมแค่ไหน? ภาพลักษณ์ทีมที่เปลี่ยนไปเป็นเพราะอะไร? ความพร้อมซีเกมส์ครั้งนี้ล่ะ? ติดตามบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของเฮดโค้ชช้างศึกU23 ผู้พาทีมฝ่ามรสุมสู่เป้าหมายแรกได้สำเร็จที่นี่ที่เดียว

Q: ก่อนเริ่มศึกชิงแชมป์เอเชีย 2018 รอบคัดเลือก ปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะส่งผลกระทบกับทีมแค่ไหน?

A: มันก็กระทบนะ แต่ก็ส่วนน้อยคือเราได้บอกนักเตะตลอดไม่ว่าจะเป็นตอนเรียกตัวหรือตัดตัวว่าบางทีคนที่สมบูรณ์ที่สุดกับคนที่เกือบสมบูรณ์ต้องมองกันให้ออก แต่หากตำแหน่งไหนไม่ได้ขาดเรามีเยอะก็สมบูรณ์ แต่ถ้าตำแหน่งไหนขาดเราก็ต้องรอเวลา แต่ผมมองว่าสปิริตเด็กชุดนี้ไม่เคยเสียเหมือนที่ผ่านมาไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศมันจะมีบางช่วงที่เหนื่อยล้ากันเยอะ พวกเขาก็สามารถมีแรงฮึดที่คอยช่วยกันจนลุกขึ้นมาสู้ต่อ

Q: การขาด 2 ผู้เล่นแนวรุกอย่าง อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ กับ ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ส่งผลเสียหายมากหรือเปล่า?

A: การขาดอานนท์ ก็ไม่เชิงว่าเสียหายนะ เพราะก่อนหน้านี้ที่เล่นมาเราไม่ได้ใช้เขา แต่มาใช้ตอนเกมอุ่นเครื่องกับอิรัก แต่การหายไปของเต๋า(ธนาสิทธิ์ ศิริผลา) ตรงนี้ล่ะที่สำคัญ เพราะเขาเป็นคนที่ร่วมเล่นกับเรามาตลอด จุดสำคัญอีกอย่างคือการขาดหายไปของผู้รักษาประตู รัตนัย ส่องแสงจันทร์ เพราะส่วนมากพวกเขาเล่นกับเรามาตลอดจะเข้าใจระบบมากกว่าไม่ต้องมาปรับตัวใหม่

Q: ระยะเวลาการเตรียมทีมก่อนเล่นรอบคัดเลือกชิงแชมป์เอเชีย ที่ผ่านมา เพียงพอหรือเปล่า?

A: จริงๆมันพอนะ แต่เรามาติดปัญหาตรงผู้รักษาประตูมือหนึ่งเราเจ็บใกล้ๆเริ่มทัวร์นาเม้นต์ อีกอย่างผมยอมรับว่าเราไม่ได้คิดถึงเรื่องสภาพสนาม ตรงนี้เป็นบทเรียนสำคัญ จริงอยู่ที่เราเอาตัวรอดมาได้ แต่บางเกมมันต้องดีกว่านี้ ผมก็พยายามเช็คกระทั่งที่ว่าให้คนแถวนั้นไปดูสนามว่า ถ้าฝนตกลงมาตอนกลางคืนเป็นอย่างไร เราก็ทำการบ้านเผื่อไว้สำหรับการลงเล่นสภาพแบบนั้น

อย่างเมื่อวานที่เสมออินโดนีเซีย ผมมองว่าถ้าฝนไม่ตกเราจะได้เล่นเกมของเราแน่นอน แต่พอมันตกเราก็เล่นเกมของเราไม่ได้ ตัวผู้เล่นอย่างวรชิตที่วางไว้ก็จะลำบากหมด จริงๆนักเตะที่เปลี่ยนลงไปอย่าง ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา หรือ สิทธิโชค กันหนู ก็ไม่ใช่เป็นตัวผู้เล่นที่เราอยากจะเปลี่ยน แต่ด้วยสภาพอากาศที่ฝนตก เราก็ต้องมองผู้เล่นที่ตัวใหญ่ไว้ก่อน และถ้าหากว่าฝนตกลงมาก่อนเริ่มแข่งคนที่จะไม่ได้ลงเลยคือ ชัยวัฒน์ บุราณ กับ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เพราะเรารู้ว่าเขาเล่นลำบากแน่นอน

Q: มองเกมกับอินโดนีเซียว่าอย่างไรกับฝนที่เทลงมาหนักกว่าเกมแรกที่เจอกับมองโกเลีย?

A: ช่วงที่ฝนตกลงมาหนักมากจนบอลไม่เห็น จริงๆกรรมการควรต้องเป่าหยุดเกม แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงปล่อยให้การแข่งขันดำเนินต่อไปทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญมาก

Q: ก่อนลงสนามหรือช่วงพักครึ่งได้คุยอะไรกับนักเตะไหมที่ต้องลงเล่นท่ามกลางสภาพสนามที่เต็มไปด้วยน้ำแบบนี้?

A: ก่อนลงสนามผมได้คุยกับเด็กว่าเราเช็คอากาศแล้วมีแต่เมฆไม่มีฝน ตอนวอร์มก็ดูไม่น่าจะตกเยอะ แต่ก็ย้ำน้องๆว่า ถ้าลงไปแล้วเจอฝนให้เล่นเหมือนเดิมคือ อย่าเซ็ตบอลในแดนตัวเอง อย่าผ่านบอลขวางสนาม พยายามเตะบอลไปข้างหน้า และเก็บจังหวะสองให้ได้ เวลารับก็ลงมาอย่าให้ช่องว่างระหว่างแดนเยอะเกินไป

Q: สภาพจิตใจนักเตะเป็นอย่างไรบ้างที่ต้องเจอเกมใต้แรงกดดันบนสนามที่ชุ่มน้ำแบบนี้?

A: ตัวเลือกเราจริงๆแค่เสมอก็เข้ารอบ อันนี้ผมรู้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้บอกเด็ก เราบอกแค่ว่าการเข้ารอบเป็นที่หนึ่งมันดีกว่าเยอะ และเรารู้ดีว่าเราเล่นดีกว่าอินโดนีเซียแน่นอน 15 นาทีแรก เขาอาจมากดดันเรา แต่เราก็ทำได้ดีกว่า เพราะศึกษาเขามาเยอะ แต่พอสนามเป็นแบบนี้ก็ต้องคิดใหม่ว่าทำอย่างไรไม่ให้แพ้เท่านั้น

ต้องยอมรับว่า มาเลเซีย กับ อินโดนีเซีย มาเล่นสนามแบบนี้ระดับเขาเท่าๆเราเลย เพราะสนามของประเทศเขาก็เป็นแบบนี้เยอะเหมือนกัน สนามของประเทศเขาโดยรวมจะเป็นแบบนี้เยอะด้วยซ้ำ สนามในลีกบ้านเราถือว่าดีมากๆนับเฉพาะในอาเซียนนะ แต่มาเลเซีย อินโดนีเซีย สนามเขาก็เหมือนสนามศุภชลาศัยคือถ้าฝนตกมาหนักก็จะมีสภาพอย่างที่เราเห็น ผมเลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้เอาตัวรอดใน 15 นาทีสุดท้าย ผมเลยตัดสินใจเปลี่ยนกองหลังลงไปจริงๆเราจะเสมอทีมแบบนี้คงไม่ได้ แต่พอสถานการณ์เป็นแบบนี้เราก็ต้องเอาตัวรอด

แต่ถ้าคิดกลับกันโดยรวมมันอาจจะออกมาไม่ชัดเจน แต่ว่าเราไม่แพ้ใครเลยนะ แล้วถ้ามองลึกๆในวันที่สภาพอากาศดีเราเล่นได้ชัดเจนมาก อาจมีบกพร่องบ้างแต่ก็เล็กน้อย ซึ่งพอมาตัดสินเกมที่มีน้ำเรายอมรับว่าเราด้อยจริงๆ

Q: นักเตะพูดถึงสภาพอากาศกันบ้างไหม?

A: เด็กทุกคนคิดเหมือนผมคิดคือไม่อยากให้ฝนตกเพราะรู้ว่าเราเหนือกว่า แต่พอมันตกก็เล่นยากและเหนือ จริงๆเราอยากใช้เจนรบแค่ครึ่งเดียว เพราะเจ็บอยู่ แต่สถานการณ์แบบนั้นถ้าเขาไหวก็ต้องเลยตามเลยเขาก็สู้จนจบเกม

Q: แมตช์แรกสภาพสนามไม่อำนวยแล้ว แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันยืนยันที่จะใช้สนามเดิมตรงนี้เห็นด้วยไหม?

A: สำหรับผมมองว่ายังไงก็ต้องเปลี่ยนจะไปบอกว่าพรุ่งนี้มันไม่ตกแบบนั้นไม่ได้ ซึ่งเราต้องยอมรับว่าทั้งฝนก และกรมอุตุบ้านเราไม่ได้มีความแน่นอนหรอก เราจะมารอตกรอบเพียงเพราะฝนตกเหรอ ซึ่งจริงๆเรามีสนามที่ดีที่ใช้ได้นะ ถ้าเกิดไม่มีก็ว่าไปอย่าง แต่บ้านเราตอนนี้มีสนามดีๆเยอะแยะที่เราสามารถเล่นได้ แต่ส่วนหนึ่งก็รู้ว่าเรื่องสนามถ้าย้ายทีเรื่องการถ่ายทอดหรืออะไรแต่ละอย่างค่าใช้จ่ายคงเยอะก็คิดในใจว่าโอกาสเปลี่ยนก็คงยาก เราก็เลยต้องเสี่ยงดวงเอานี่ยังโชคดีนะที่ไท่ได้ตกนัดเจอมาเลเซียไม่อย่างนั้นเกมนั้นก็คงไม่ต่างกัน เขาอาจเล่นดีกว่าเราด้วยซ้ำ

บางคนเขาไม่เข้าใจ แต่เรารู้ดีเวลาเล่นบนน้ำกับพวกเขามันยาก เพราะเมื่อก่อนสมัยไปค้าแข้งที่มาเลเซีย นักเตะที่นั่นเวลาฝนตกเขาเล่นได้พอๆกับผมเลย เขาเจอฝนมากกว่าเราด้วยซ้ำเป็นโคลนเลยด้วย ผมไปเล่นที่นั่นอยู่ 3 ปี ถึงได้รู้ว่าเขาเป็นอย่างไรเวลาเล่นเจอฝน สนามเขาเละกว่านี้อีก สนามลีกบ้านเรามาตรฐานดีกว่าบ้านเขาเยอะตรงนี้มันสำคัญ เพราะจะช่วยเซฟร่างกายผู้เล่นด้วย

Q: การที่กรรมการไม่ได้เป่าหยุดเกมช่วงที่ตกหนักมากๆ มันทำให้นักเตะเราบาดเจ็บด้วยไหม?

A: แน่นอนมีส่วน แต่รายของ ชัยวัฒณ์ เราเช็คแล้วปรากฏว่ากล้ามเนื้อช้ำจากการเข้าปะทะหนัก เพราะคู่ต่อสู้เขาสไตล์เข้าบอลหนัก เราเป็นนักฟุตบอลเก่าผมรู้ว่าลูกไหนนักเตะแกล้งหรือไม่แกล้ง อีกอย่างผมเล่นกับอินโดนีเซียมา 4 ครั้ง ทำไมจะไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นอย่างไร อย่างเกมที่ผ่านมาตอนที่ผมกำลังถามผู้ตัดสินเรื่องจังหวะฟาวล์ในเกม นักเตะเบอร์ 9 ของอินโดนีเซีย ทำท่าทางล้อเลียนผมในซุ้มม้านั่งสำรอง แถมตะโกนด้วย คิดดูขนาดนั้นแล้วโค้ชเขายังไม่ว่าอะไรนักเตะตัวเองเลย สุดท้ายพบจบเกมเขาเดินมาจับมือผมก็จับไม่ได้มีปัญหา แต่ก็คิดในใจว่าถ้าชีวิตนี้ไม่ได้ทำฟุตบอลเจอแบบนี้ไอ้นี่ไม่รอดผมแน่ เพราะผมถือว่ามันคือการดูถูก อีกอย่างตั้งแต่ทำบอลมาเด็กเราไปว่ากรรมการหรือปะทะคู่ต่อสู้เรายังว่าเลย

Q: นัดที่แข่งกับอินโดนีเซียนักเตะไทยทุกคนเก็บอารมณ์ได้ดีตรงนี้เน้นย้ำนักเตะก่อนลงสนามขนาดไหน?

A: ผมเน้นตลอดว่า การเล่นฟุตบอลต้องเก็บอารมณ์อีกอย่างแสดงออกไปมันทำให้เห็นถึงความก้าวร้าว ซึ่งน้องๆทำได้ดี แต่ก็เข้าใจนะบางทีก็มีอารมณ์บ้างเพราะโดนเข้าหนักมาก แต่ก็บอกเขาไปว่าที่มาเลเซียหรืออินโดนีเซียต้องเจอหนักกว่านี้แน่

Q: อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับทัวร์นาเม้นต์นี้?

A: สิ่งแวดล้อมมีส่วนเลย แต่จะโทษสนามอย่างเดียวก็ไม่ได้ แต่ผมมองว่าการเล่นสนามแบบนี้มันทำให้ตัวเราเองก็ท้อเหมือนกัน เหมือนอย่างที่บอกผมคงไม่เอาน้ำไปรดสนามแล้วซ้อมกันหรอก แต่อีกมุมหนึ่งคือคิดว่าทำไมประเทศเราก็มีสนามเยอะแยะที่ใช้ได้ แต่เขาไม่ใช้ เพราะถ้าเราได้เล่นสนามแบบนั้นมันจะสามารถบ่งบอกถึงผลของการเก็บตัวในช่วงที่ผ่านมาได้ชัดเจน

บางคนอาจบอกว่าอย่ามาอ้างเรื่องสนามเพราะอีกฝั่งเขาก็เล่นสนามเดียวกันตรงนี้ผมบอกเลยว่าจุดมุ่งหมายมันคนละอย่าง เราต้องการเน้นผลการแข่งขันที่ชนะ และช่วยให้พัฒนาขึ้น เราไม่ได้เน้นเอาแค่เสมอหรือเพียงแค่เตะไปข้างหน้า พอเจอสนามแบบนี้เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจุดบกพร่องของเราคืออะไร มันวัดอะไรไม่ได้ ถ้าเราจะไม่โทษสนามเลย แต่ไปโทษเด็กมันก็ไม่ใช่ อย่างเด็กก็บอกว่าถ้าลงไปเล่นดูแล้วจะรู้ว่ามันแย่ขนาดไหน เราคุมอยู่ข้างสนามเราไม่รู้หรอกว่าตรงไหนมีน้ำเยอะขนาดบางครั้งเด็กมันเลี้ยงบอลไปมันก็ยังไม่รู้เลย หลายๆคนต้องเข้าใจว่าเราไม่ได้เลวร้าย เรามีแนวทางที่ดีเพียงแต่สิ่งแวดล้อมกับสถาการณ์มันไม่เป็นใจ มันส่งผลกระทบต่อนักเตะด้วย ผมยอมรับว่านักเตะเขาทุ่มเทเต็มที่แล้ว แต่ผลลัพธ์ออกมาโดนวิจารณ์แบบนั้นแบบนี้ คือถ้าเกิดขึ้นกับเรามันไม่มีปัญหาหรอก แต่กับนักเตะที่ยังต้องดำเนินชีวิตต่อไปมันก็มีผล

Q: นักเตะชุดนี้ถือว่าดีที่สุดจากทั่วประเทศในรุ่นเดียวกันหรือยัง

A: ผมว่าดีที่สุดนะ แต่ก็ยังมีรุ่นที่แบบเกือบเต็มคือคนที่แบกอายุเล่นอย่าง รัตนากร ใหม่คามิ หรือ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กับอีกหลายๆคนที่เราดันขึ้นมา เพราะว่าถ้าแบกน้ำหนัก 1-2 ปี ไม่มีปัญหา แต่จุดสำคัญเราต้องคัดผู้เล่นที่สภาพร่างการพร้อม เพราะหลังจบรายการนี้ก็ต่อด้วยซีเกมส์เลย ซึ่งมันแข่งติดๆกัน แล้วก็ต้องดูสภาพจิตใจนักเตะด้วย บางทีเจอลูกหนักเขาไม่กล้าเล่น บางคนอาจสงสัยว่าในลีกคนนั้นเล่นดี แต่พอมาทีมชาติจะเอาเขาลงไปบางทีมันไม่ใช่

สองเกมที่เจอฝนแทคติกของเราใช้ไม่ได้เราต้องปรับมาวางบอลไปข้างบนแล้วไปเก็บจังหวะสอง แต่บางคนยังดื้อลากบอลไปแล้วก็ติดน้ำ

Q: หลังเกมกับอินโดนีเซีย มีการโต้ตอบแฟนบอลในโซเชียลของ เจนรบ กับ ชัยวัฒน์ ด้วย?

A: เรื่องโซเชียลผมไม่ได้เล่นเลย ไม่รู้ว่าใครด่าหรือไม่ด่า แต่เคยบอกนักเตะแล้วว่าเมื่อไหรที่เป็นคนของสังคมเราก็ต้องน้อมรับ แต่ผมคิดว่าสมมติถ้ามีคน 60 ล้านคน คนที่ด่ามี 2 ล้านคน ที่เหลือเขาไม่ด่าเราเลยนะ ยังมีคนที่รักเรา

ผมคิดว่าสมมติถ้ามีคน 60 ล้านคน คนที่ด่ามี 2 ล้านคน ที่เหลือเขาไม่ด่าเราเลยนะ ยังมีคนที่รักเรา

อีกอย่างเวลาตอบโต้ไปปัญหาจะบานปลายด้วย จริงๆถ้าเป็นไปได้เราเป็นนักฟุตบอล ผลงานจะดีหรือไม่ดีอย่าเข้าไปดูเลย ถ้าดีแล้วเขาไปอาจดี แต่พอไปเจอตอนแย่คุณจะรับไม่ได้จากนั้นจะเป๋ไปเลย เราต้องยอมรับว่ามันมีทั้งคนที่ชอบ และไม่ชอบ บางทีเราไม่รู้ว่าไอ้คนที่ด่าเราเพราะลูกเขาไม่ติดรือเปล่าหรือมันยังไงมันมีเยอะแยะ ฉะนั้นง่ายที่สุดคือเล่นเกมของเราไปไม่ต้องไปอ่าน ผมบอกเลยมนุษย์เนี่ย ร่างกายไม่เท่าไหร่ แต่จิตใจสำคัญมาก ต่อให้ใครบอกแข็งแกร่งรับได้ แต่เชื่อเถอะถ้าคุณไม่ได้อยู่ในระดับที่ละเว้นได้ทุกสิ่งแล้ว ความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง ยังมีอยู่ คุณต้องมีโกรธแน่นอน ตัวผมตัดปัญหาตรงนี้ไปแล้วคือตั้งแต่มาเป็นโค้ชผมไม่ยุ่งเลย

ต้องยอมรับกันว่าบ้านเราทุกวันนี้ใช้สื่อตรงนี้แบบไม่ค่อยยั้งคิด ถามว่าดีไหมก็ดี แต่ข้อเสียก็เยอะ ฉะนั้นดีที่สุดคือการอย่าไปยุ่งดีกว่า ทำให้หน้าที่ของเราให้ดีที่สุดแล้วเด๋ยวคนก็มาตัดสินเอง

Q: ตอนนี้ภาพลักษณ์ทีมดูเหมือนจะมีปัญหา ทำไมคนถึงอคติกับเราแบบนั้น?

A: ผมมองว่าอาจด้วยตัวบุคคลหรือเปล่า บางคนถ้าไม่ชอบอยู่แล้วอะไรก็ไม่ดีไปหมด อย่างเกมกับมาเลเซียที่ผมบอกว่ายังไม่ค่อยพอใจผมก็พูดเรื่องจริง แต่ถ้าบอกว่าเกมนั้นเราเล่นกันดีมากเลยก็คงมีเสียงว่าแค่แข่งกับมาเลเซียก็ได้แค่นี้แหละเป็นแบบนี้ไปอีก เวลาผมจะเสนอข่าวออกไปผมคอยระวัง แต่ต้องเข้าใจว่าบางทีคนเราไม่เคยพลาดเลยมันเป็นไปไม่ได้ แต่ทุกอย่างที่พูดไปคือความจริงล้วนๆ แต่ส่วนของภาพลักษณ์ทีมผมว่ามันโอเคแน่นอน

ถ้าคนติดตามทีมชุดนี้จริงๆคุณต้องย้อนไปดูประวัติเด็กว่าเขาประสบความสำเร็จในทีมชาติเยอะหรือเปล่าจะเอาไปเปรียบกับชุดเมสซี่เจที่ประสบความสำเร็จกันแบบนั้นก็ไม่ได้ เพราะเด็กแต่ละรุ่นมีศักยภาพไม่เหมือนกัน

Q: มีวิธีจัดการปัญหาเรื่องสื่อโซเชียลอย่างไร?

A: ถ้าตัวผมเอง ผมเลิกยุ่งตรงนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นโค้ชสงขลาแล้ว ผมคิดว่าการเล่นตรงนี้มันเสี่ยง ถ้ามีคนด่าเราเยอะเวลาเดินอยู่ข้างนอกหรือไปไหนก็ไม่เห็นเคยมีใครกล้าเข้ามาพูดกับเราผมมองว่าคนที่อยู่ตรงนี้น่าจะเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออกมากกว่า และเรายังต้องอยู่ตรงนี้อีกนานไม่ใช่แค่วงการนี้นะวงการอื่นๆก็เจอปัญหานี้เหมือนกันหมด แต่เชื่อผมเถอะใครทำอะไรไว้ก็ได้อย่างนั้นล่ะ อย่างที่บอกมันมีสองด้านนั่นแหละ