หงส์ปีกหัก! เสียราฮีม สเตอร์ลิ่ง บอบช้ำยิ่งกว่าเสียซัวเรซ

James Dutton เชือว่าหงส์แดงไม่เพียงเสียนักเตะดาวรุ่ง แต่กำลังสูญเสียโครงสร้างทีมครั้งใหญ่

13 กันยายน 2014 เปิดฉากฤดูกาลใหม่ได้เพียง 4 เกม แต่ลิเวอร์พูลก็ต้องกลับมาอยู่ในจุดที่คุ้นเคย จุดที่เล่นในรังแอนฟิลด์แต่ต้องตามหลังแอสตันวิลลา เกมผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หงส์แดงไร้เขี้ยวเล็บเล่นกันอย่างไร้ทิ้งทาง ไร้จุดมุ่งหมายและไร้สิ้นซึ่งพลังทะลุทะลวงแนวรับ สัญญาปัญหามองเห็นอยู่รำไรของหงส์แดงที่ฤดูกาลที่ผ่านมายิงได้ถึง 101 ประตู และ 52 ประตูในนั้นเป็นผลงานของสองกองหน้าหลุยส์ ซัวเรซและแดเนียล สเตอร์ริดจ์ 

เบรนแดน ร็อดเจอร์สตัดสินใจเปลี่ยนเกมด้วยการถอด อดัม ลัลลาน่า ที่เพิ่งเซ็นสัญญามาร่วมทีมเมื่อช่วงฤดูร้อน และส่งดาวรุ่งวัย 19 ปี ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่เพิ่งจะจบฤดูกาลก่อนหน้านี้ด้วยผลงานน่าประทับใจ และยังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก ต่อด้วยการโชว์ฝีเท้าในการพบกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลนก่อนพักเบรคทีมชาติ ดาวรุ่งตัวความหวังกำลังอยู่บนเส้นทางฟุตบอลรุ่งโรจน์ และแอนฟิลด์ก็พร้อมและคาดหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของความรุ่งโรจน์พร้อมกับสเตอร์ลิ่ง เสียงต้อนรับกระหึ่มสนามแอนฟิลด์ทันทีที่สเตอร์ลิ่งก้าวลงสู่สนาม และดาวรุ่งทีมชาติอังกฤษก็ตอบแทนแฟนฟุตบอลที่ยืนปรบมือยาวนานให้กับฮีโร่คนใหม่

สเตอร์ลิง แบกความรับผิดชอบมหาศาลตั้งแต่เริ่มลงเล่นให้หงส์แดง

สเตอร์ลิง แบกความรับผิดชอบมหาศาลตั้งแต่เริ่มลงเล่นให้หงส์แดง

และนั่นคือการแสดงความศรัทธาของแฟนฟุตบอลต่อปีกดาวรุ่ง แม้ว่าในขณะเดียวกันจะเป็นการสร้างความกดดันมหาศาลที่สเตอร์ลิงต้องแบกไว้บนบ่าตั้งแต่อายุยังน้อย และฤดูกาลนี้ราฮีม สเตอร์ลิงลงเล่นราวกับว่ามีนัำหนักความกดดันกดทับลงมาบนบ่า ความกดดันที่มากเกินกว่าเด็กวัย 20 ปีจะแบกรับความรับผิดชอบ แม้ยิ่งนานวัน ฟอร์มการเล่นก็ยิ่งค่อยๆ ตกต่ำลงเรื่อยๆ แต่สเตอร์ลิงยังคงได้ลงเล่นเป็นตัวจริงบ่อยกว่านักเตะคนใดในทีมหงส์แดง จะยกเว้นก็เพียงจอร์แดน แฮนเดอร์สันเท่านั้น

เลือดร้าย

นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2013 เป็นต้นมา มีเพียงสตีเฟ่น เจอร์ราร์ดคนเดียวเท่านั้นที่ยิงประตูและจ่ายแอสซิสต์ให้ลิเวอร์พูลมากกว่าสเตอร์ลิง

8 เดือนนับจากวันที่แอนฟิลด์อ้าแขนให้การต้อนรับสเตอร์ลิงอย่างยิ่งใหญ่ บรรยากาศกลับกลายเป็นความไม่พอใจกับผลงานในสนามของสเตอร์ลิง รวมกับความโกรธแค้นกับข่าวนอกสนามที่สเตอร์ลิงเรียกร้องอยากย้ายออกจากแอนฟิลด์ในช่วงฤดูร้อนที่จะถึง แต่เพราะอะไรเรื่องราวจึงกลับกลายเป็นเช่นนี้ ราฮีม สเตอร์ลิงที่ถูกสื่อหลายสำนักมองว่าเป็นเด็กเกเร อยากทิ้งทีมเก่า และเรียกร้องเตะถ่วงสัญญา ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของสเตอร์ลิงยิ่งเหลวแหลกยิ่งกว่าเดิมนับตั้งแต่รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือทีมชาติอังกฤษกล่าวว่าสเตอร์ลิงล้าเกินกว่าจะเล่นให้ทีมชาติอังกฤษเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

เหตุผลที่สเตอร์ลิงอ้างว่าอยากย้ายออกจากลิเวอร์พูลไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดดูดีในสายตาแฟนฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นสเตอร์ลิงและความต้องการที่จะได้รับค่าเหนื่อยคุ้มกับผลงานในโลกฟุตบอลที่โตเกินกว่าจะขึ้นอยู่กับค่าตั๋วที่แฟนบอลควักกระเป๋าจ่าย รวมถึงเฟนเวย์ สปอร์ตกรุ๊ป เจ้าของสโมสรลิเวอร์พูลที่พร้อมจะเล่นบทโหดบนโต๊ะเจรจา และเอเย่นต์ที่หวังจะใช้สื่อสร้างความกดดันเล่นงานสโมสร สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แฟนฟุตบอลส่วนหนึ่งที่รู้สึกแปลกแยกจากระบบเกมฟุตบอลสมัยใหม่ยิ่งต้องรู้สึกหดหู่มากขึ้น จนในที่สุดเรื่องการย้ายทีมของสเตอร์ลิงก็สร้างผลกระทบในวงกว้างเกินกว่าที่จะหยุดกระแสได้

สเตอร์ลิง ยิง 7 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

สเตอร์ลิง ยิง 7 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

อ่านเพิ่มเติม FFT.COM

เส้นทางอาชีพฟุตบอลสเตอร์ลิงยังมีอนาคตยาวไกลรออยู่ หลายต่อหลายครั้งที่สเตอร์ลิงยังทำผลงานไม่สม่ำเสมอ ฟอร์มสุดยอดในครึ่งแรกอาจจะตามมาด้วยลีลาเก้ๆ กังๆ น่าหัวเราะในอีก 45 นาทีถัดมา ถ้าจะให้ยกตัวอย่างประตูสุดสวยในเกมเมื่อเดือนที่แล้วกับนิวคาสเซิลในครึ่งแรก ตามมาด้วยการพลาดจ่อๆ ที่ระยะเพียง 6 หลาในครึ่งหลัง และบ่อยครั้งที่สเตอร์ลิงสามารถพาบอลเลาะหลบหลีกกองหลังไปจนถึงหน้าประตู แต่ไม่สามารถส่งลูกเข้าสู่ก้นตาข่ายได้

แต่ราฮีม สเตอร์ลิง เป็นเจ้าของรางวัลโกลเด้น บอย คนปัจจุบัน ตำแหน่งที่นักเตะอย่างลีโอเนล เมสซี่, เซร์คิโอ อเกวโร่และมาริโอ เกิทเซ่ ต่างเป็นหนึ่งในหลายนักเตะที่เคยได้รับตำแหน่งนี้มาแล้ว นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2013 เป็นต้นมา มีเพียงสตีเฟ่น เจอร์ราร์ดคนเดียวเท่านั้นที่ยิงประตูและจ่ายแอสซิสต์ให้ลิเวอร์พูลมากกว่าสเตอร์ลิง และในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ มีเพียงอเล็กซิส ซานเชซ, เอเด็น อาซาร์, ดาบิด ซิลบา, ซานติ กาซอร์ล่า และกิลฟี่ ซิเกิร์ดสัน เป็น 5 นักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์เกมรุกที่ยิงประตูและจ่ายแอสซิสต์มากกว่าสเตอร์ลิง

การเสียราฮีม สเตอร์ลิงจากทีมในวัยเพียง 20 ปี จะส่งผลกระทบสาหัสกับลิเวอร์พูลมากกว่าฤดูกาลที่แล้วที่ต้องเสียหลุยส์ ซัวเรซ เพราะนี่คือการส่งสัญญาณ

การสูญเสียนักเตะวัย 27 ปีที่ย้ายออกจากทีมไปสู่หนึ่งในสุดยอดทีมของโลกอย่างบาร์เซโลนายังไม่เสียหน้ามากนัก แต่การเสียนักเตะวัย 20 ปีที่มีอนาคตสดใสรออยู่และอาจจะต้องเสียสเตอร์ลิงให้กับทีมคู่แข่ง เป็นการชี้ให้เห็นระบบโครงสร้างของสโมสรและความมั่นคงของระบบการสร้างนักเตะดาวรุ่ง

เอเย่นต์ของสเตอร์ลิงแสดงจุดยืนชัดเจน "ยังไงก็ไม่อยู่ต่อ"

เอเย่นต์ของสเตอร์ลิงแสดงจุดยืนชัดเจน "ยังไงก็ไม่อยู่ต่อ"

คำถามสำคัญ

เมื่อนักเตะวัย 20 ปีหมดความเชื่อถือว่าสโมสรจะทำผลงานได้เทียบเท่าความมุ่งหวังส่วนตัวของตน แล้วจะเชื่อได้อย่างไรว่าระบบการสร้างทีมแบบนี้ยังได้ผล

เฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป ตั้งเป้าจะเซ็นสัญญานักเตะดาวรุ่งมันสมอง โดยควานหานักเตะอายุน้อยที่พร้อมจะเติบโตไปกับสโมสร ใช้สโมสรเป็นเครื่องเบิกทางไปสู่อาชีพค้าแข้ง ก่อนจะขายออกออกไปเพื่อทำกำไรมหาศาล ซัวเรซเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ทำได้ตามเป้าหมาย ทำให้การเซ็นสัญญานักเตะรายต่อๆ มาเช่น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิเป้ คูตินโญ่, ลาซาร์ มาร์โควิช และเอ็มเร่ ชาน ต่างก็เป็นการเซ็นสัญญาด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งจะทำได้เหมือนกรณีซัวเรซ

สเตอร์ลิงอยู่กับลิเวอร์พูลมาก่อนที่เฟนเวย์จะเข้ามาครอบครองสโมสร แต่เจ้าของสโมสรยังคงมองสเตอร์ลิงว่าเป็นดาวรุ่งที่อยู่ในระบบโครงสร้างเดียวกัน แต่แนวคิดของเฟนเวย์ไม่ได้เตรียมความพร้อมที่จะต้องเห็นสเตอร์ลิงอยากจากทีมตั้งแต่เริ่มพัฒนาฝีเท้าได้เพียงไม่นานเช่นนี้

เมื่อนักเตะวัย 20 ปีหมดความเชื่อถือว่าสโมสรจะทำผลงานได้เทียบเท่าความมุ่งหวังส่วนตัวของนักเตะ แล้วเจ้าของสโมสรจะยังสามารถคิดได้อย่างไรว่า "ลิเวอร์พูลโมเดล" ที่กำลังสร้างระบบนักเตะดาวรุ่งแบบนี้เป็นระบบที่ได้ผล เมื่อนักเตะที่ทีมหวังจะให้เติบโตขึ้นมาเป็นเสาหลักของทีมในอนาคต 5 ปีข้างหน้าไม่ได้อยากจะอยู่กับสโมสรต่อไปอีกห้าปี แล้วลิเวอร์พูลจะทำอย่างไรให้นักเตะและแฟนฟุตบอลเชื่อว่าระบบลิเวอร์พูลเป็นระบบที่ดีจริงและเป็นสโมสรที่สามารถดึงดูดนักเตะดาวรุ่งให้อยากมาอยู่ร่วมทีม

คูตินโญ่ เริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นในฤดูกาลนี้

คูตินโญ่ เริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นในฤดูกาลนี้

และนั่นนำไปสู่คำถามว่าพัฒนาการของลิเวอร์พูลทั้งในและนอกสนามเป็นไปอย่างไรหลังการจากไปของชาบี้ อลองโซ่เมื่อปี 2009 และนี่เป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของเฟนเวย์นับตั้งแต่เข้ามาครอบครองสโมสรเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา ผลงานของสโมสรที่เพิ่งจะได้เข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเพียง 1 ครั้งตลอด 6 ฤดูกาลหลัง และคว้าถ้วยลีกคัพเพียงครั้งเดียวในระยะเวลา 9 ฤดูกาล แถมท้ายด้วยการต้องเสียนักเตะตัวหลักออกจากทีมทุกปี ซึ่งนั่นส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของลิเวอร์พูล

การออกมาเรียกร้องให้เบรนแดน ร็อดเจอร์สและคณะกรรมการจัดหานักเตะให้ลงทุนซื้อนักเตะจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากผลงานการซื้อขายนักเตะในอดีตแล้ว แฟนหงส์แดงก็คงไม่ค่อยมันใจในฝีมือการเลือกของสักเท่าไหร่ สัปดาห์นี้มีข่าวว่าฟีฟ่าจะลดความเข้มของกฎการเงินแฟร์เพลย์ ทำให้ลิเวอร์พูลจะต้องเจอกับการแข่งขันเพื่อแย่งชิงนักเตะความสามารถสูงในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงปิดฤดูกาล แถมยังจะต้องรักษานักเตะที่มีอยู่ในทีมไม่ให้หนีไปซบทีมอื่นด้วย

ร็อดเจอร์ส เป็นคนที่น่าจะเจอแรงเสียดทานมากที่สุดในการเจรจากับสเตอร์ลิง

ร็อดเจอร์ส เป็นคนที่น่าจะเจอแรงเสียดทานมากที่สุดในการเจรจากับสเตอร์ลิง

ในความเป็นจริง ลิเวอร์พูลเองก็ทำให้สเตอร์ลิงผิดหวังไม่น้อยเหมือนกัน หลังจากลับมาจากพักร้อนที่จาไมก้าเมื่อเดือนมกราคม สเตอร์ลิงต้องลงเล่นตัวจริงถึง 23 เกมจากทั้งหมด 25 เกมที่ลิเวอร์พูลลงเตะ สำหรับเด็กหนุ่มวัย 20 ปีที่ควรจะได้เล่นฟุตบอลตามตำแหน่งถนัดเหมือนปกติ แต่ดาวรุ่งรายนี้กลับต้องแบกภาระความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับการถูกส่งลงไปยืนเป็นหัวหอกเกมบุกของลิเวอร์พูลและต่อด้วยการถูกยัดลงไปเติมเต็มตำแหน่งวิงแบ็คในเกมถัดมา

แม้ลิเวอร์พูลที่คาดว่ากำลังจะได้กองหน้าดาวรุ่ง แดนนี่ อิงส์ จากเบิร์นลีย์ และเจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์จากเรือใบสีฟ้ามาร่วมทัพในฤดูร้อนที่จะถึง รวมกับการเซ็นสัญญากับดิว็อค โอริกิ แต่ความคาดหวังและภาระหนักบนไหล่ของสเตอร์ลิงคงไม่ลดหย่อนลงหากดาวรุ่งรายนี้ตัดสินใจจะอยู่แอนฟิลด์ต่อไป

สโมสรลิเวอร์พูลกลายเป็นอะคาเดมี่ชั้นยอดที่ปั้นเด็กความสามารถสูง แต่ในขณะเดียวกันก็ใช้งานเด็กเหล่านั้นจนกรอบและสุดท้ายก็คงไม่พ้นเครื่องพัง