หนอนหนังสือยอดนักเตะ : อาดิบ ไซนุดดิน หัวใจเเนวรับเสือเหลืองว่าที่บัณฑิต

ยุคสมัยที่นักฟุตบอลหลายคนเน้นพัฒนาด้านกีฬาแบบเต็มตัวมากกว่าที่จะเอาดีด้านการศึกษา ทว่า อาดิบ ไซนุดดิน กัปตันทีมชาติมาเลเซียชุดยู 22  คือผู้ที่คิดจะเอาดีทั้ง 2 ด้านในเวลาเดียวกัน

และตอนนี้เขากำลังนั่งคุยกับ FourFourTwo ถึงความพร้อม กับการลงเล่นใน มาเลเซีย ซูเปอร์ลีก นอกจากนี้ยังมีสิ่งอื่นๆที่เขาจะต้องทำให้ได้ตามที่หวังไว้อีกด้วย  

การเอาใจใส่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไปทำให้บางอย่างที่อยากจะทำของ อาดิบ หายไป ในขณะที่นักฟุตบอลส่วนใหญ่พยายามที่ยกระดับตัวเองขึ้นไปบนลีกสูงๆ แต่ อาดิบ กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่าง เพราะเขาเลือกที่จะเดินหนีลีกที่สูงกว่าอย่าง มาเลเซีย พรีเมียร์ลีก เพื่อไปเล่นใน FAM ลีก ซึ่งเป็นลีกในระดับดิวิชั่น 3 ของเเดนเสือเหลือง

ครั้งหนึ่งความไม่มั่นใจในตัวเอง ทำให้เขาเลือกที่ปฎิเสธ ยะโฮร์ ดะรุล ต๊ะซิม นอกจากนี้เพราะการแจ้งเกิดของ โดมินิค ตัน ทำให้เขาไม่สามารถสอดแทรกตัวเองสู่ตำแหน่ง 11 ตัวจริงได้ในปีที่เเล้ว  อย่างไรก็ตามกับ UiTM เขากลายเป็นหัวใจเเนวรับของทีมได้สำเร็จ และยังทำหน้าที่ดังกล่าวเรื่อยมาจนถึงทีมชาติ มาเลเซีย ชุดยู 22 หลังจากที่ ฟาริส ชาห์ รอสลี่ กัปตันทีมคนเก่าจาก กลันตัน เอฟซี ได้รับบาดเจ็บยาวไปก่อนหน้านี้

แม้ว่า อาดิบ จะกลายเป็นตัวหลักของ UiTM ในปี 2016 เเบบเต็มตัวแต่เขาก็เริ่มรู้สึกว่าในปี 2017 นี้ควรเป็นปีที่เขาได้พบกับก้าวต่อไปที่ใหญ่ยิ่งกว่าที่เป็นอยู่

ผมให้คะแนนตัวเองในระดับที่ผมคิดว่าพร้อมแล้วสำหรับเกมในลีกสูงสุด และถ้ามีข้อเสนอในฤดูกาลหน้าผมก็จะรับมัน

"ผมอยากที่จะได้ลงเล่นมากกว่านี้ ดังนั้นผมเลยย้ายไปอยู่กับ เฟลครา ทีมที่ผมจะได้ลงเล่นในทุกสัปดาห์ และนั่นไม่ใช่เพื่อทีมชาติมาเลเซียยู 22 แต่นั่นหมายถึงตำแหน่งในทีมชาติชุดใหญ่ที่รออยู่" อาดิบ กล่าวกับ FourFourTwo

"การได้มีบทบาทมากกว่าเดิมมันสำคัญต่อพัฒนาการของผม มันคือก้าวสำคัญสำหรับชีวิตผม"

"ผมให้คะแนนตัวเองในระดับที่ผมคิดว่าพร้อมแล้วสำหรับเกมในลีกสูงสุด และถ้ามีข้อเสนอในฤดูกาลหน้าผมก็จะรับมัน แต่ตอนนี้เรื่องใหญ่ที่สุดคือการลงเล่นให้ทีมชุดยู 23 ในรายการซีเกมส์ ซึ่งมันเป็นเวทีที่จะช่วยให้ผมเเสดงให้ผู้คนเห็นว่าผมทำอะไรได้บ้าง"

อดีตนักเตะเยาวชนของ ยะโฮร์ ดะรุล ต๊ะซิม ย้ายไปอยู่กับ ฮาริมัว มูด้า ในปี 2014 ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ UiTM ในปีต่อมา

อาดิบ บ้ายลงไปเล่นในทีมดิวิชั่นที่ต่ำกว่าเพื่อความสม่ำเสมอในการลงเล่น

ช่วงเวลาค้าแข้งกับ UiTM เขาตัดสินใจที่เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย โดยจุดมุ่งหมายที่อยากจะเป็นเลิศ ทั้งด้านสมองและฝีเท้าไปพร้อมๆกัน

"ผมอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาโดยตลอดนั่นแหละ และผมภูมิใจมากที่มาจุดที่ยืนอยู่ทุกวันนี้ รวมถึงการเติบโตในด้านการศึกษาของผมด้วย" อาดิบ กล่าว

"ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงเรียนปีสุดท้ายในด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา  ผมต้องการที่เพิ่มพูนความรู้ของผมขึ้นเรื่อยๆ ผมคิดว่าสิ่งนี้จะสามารถช่วยผมให้เป็นนักเตะที่ดีขึ้นได้ เพราะวิทยาศาสตร์การกีฬาสามารถนำมาปรับใช้กับอาชีพนักฟุตบอลได้เป็นอย่างดี"

การบริหารไม่พร้อม...แต่ผมพร้อม

เช่นเดียวกับนักเตะรุ่นราวคราวเดียวกับเขาคนอื่นๆ ที่ต้องพร้อมตั้งเเต่ในรอบคัดเลือกที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 19-24 กรกฎาคมที่ผ่านมา รวมถึง ซีเกมส์ ที่กัวลาลัมเปอร์ในเดือนสิงหาคม อาดิบ กำลังตั้งหน้าตั้งตาคอยบททดสอบนี้อย่างจดจ่อ

อย่างไรก็ตามการเตรียมพร้อมครั้งนี้ยังไม่ราบรื่นเท่าไรนัก

การเตรียมการของทีม ยู22 ปี มาเลเซีย ไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก

ปัญหาอย่างแรกเลยคือ เเฟรงค์ เบิร์นฮาร์ดท์ กุนซือชาวเยอรมันโดนไล่ออกจากสมาคมฟุตบอลมาเลเซีย ซึ่งโต้โผใหญ่คือ ตุนกู อิสมาอีล สุลต่าน อิบราฮิม ก่อนที่จะแต่งตั้ง อ่อง คิม สวี ขึ้นมาเป็นกุนซือในช่วง 3 เกมหลังสุดทั้งในชุดใหญ่ และชุดเยาวชน

เเผนการฝึกซ้อมถูกวางไว้ครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 5 เดือนกรกฎาคมจนถึงวันที่ 12 กรกฎาคม ทว่ากลับมีผู้เล่นเพียง 6 คนเท่านั้นที่เข้ามารายงานตัว ขณะที่อีก 19 คนกลับมีเหตุผลต่างๆนาๆที่น่าสงสัยไม่ว่าจะเป็นนักเตะตัวหลักอย่าง ซยาเมอร์ คุตตี้, ส.คูมาห์ราน และ ซาฟาวี่ ราซิด

"ผมหวังว่าเพื่อนๆของผมจะฝึกซ้อมร่วมกันนะ เราจำเป็นที่จะต้องรีบรวมทีมให้ได้ เพราะมันสำคัญกับสถานการณ์ของเราในตอนนี้มากๆ" อาดิบ กล่าว

"การทำงานในระยะสั้นๆสำหรับ 2 ทัวร์นาเม้นต์ติดต่อกัน ทั้งๆที่ไม่มีเวลาซ้อมร่วมกันไม่ใช่เรื่องดีแน่ มันจะทำให้เรื่องยากขึ้นเข้าไปอีก"

อย่างไรก็ตาม อาดิบ ยืนยันว่าความไม่พร้อมต่างๆนาๆ ไม่ใช่ข้อแก้ตัวสำหรับเขาหากทีมทำผลงานได้ล้มเหลวใน 2 รายการหลังจากนี้

มาเลเซีย ได้เข้าไปเล่นในฟุตบอลเอเชีย ยู 23 รอบสุดท้ายหลังจากที่ทำผลงานได้ดีในการเอาชนะทั้งอินโดนีเซียและมองโกเลียก่อนจะเข้ารอบเป็นอันดับ 1 ของสาย

"ใช่เราทิ้งทุกเรื่องวุ่นวายไว้เบื้องหลัง ทุกคนเป็นมืออาชีพและจะพยายามอย่างที่สุด เมื่อช่วงเวลายากๆได้ผ่านไปถึงตอนนี้เรามีแต่จะต้องก้าวไปข้างหน้าและเราสามารถทำมันได้" อาดิบ ยืนยัน

เหมือนจะง่ายแต่ผ่อนคลายไม่ได้

ทีมฟุตบอลชายของ มาเลเซีย เคยคว้าเหรียญทองใน ซีเกมส์ เมื่อปี 2009 และ 2011  นอกจากนี้ในซีเกมส์ครั้งล่าสุด ไทย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และ เวียดนาม ยังอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกันอีกด้วย

มาเลเซีย อยู่ในกลุ่มที่ง่ายกว่ากับการดวลกับ เมียนมาร์, สิงคโปร์, ลาว และ บรูไน

กับความหวังที่ต้องการจะก้าวขึ้นไปสู่ชุดใหญ่ของทีมชาติมาเลเซียต่อไป

"ผมไม่สามารถบอกได้หรอกว่ากลุ่มของเป็นกลุ่มที่ง่ายกว่า บางที่เรื่องที่ง่ายที่สุด คือการที่เราทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ เมียนมาร์ พัฒนาขึ้นและเป็นทีมอันตราย และ สิงคโปร์ ก็เหมือนกับเราที่ต้องการจะทำผลงานให้ดียิ่งเคยกว่าครั้งเก่า หลังจากที่ตกรอบแรกไปในการเเข่งขันเมื่อปี 2015" อาดิบ กล่าว

มาเลเซีย ได้เปรียบที่ได้เล่นในบ้านและมีเสียงเชียร์จากแฟนบอล ทว่า พม่า ถูกยกให้เป็นทีมที่แกร่งที่สุดในกลุ่มนี้ นักเตะส่วนใหญ่ของพวกเขาล้วนผ่านศึกฟุตบอลโลกชุดยู 20 มาเเล้วทั้งสิ้น และนี่คือสิ่งที่ทัพเสือเหลืองและอาดิบต้องก้าวผ่านให้ได้หากอยากจะกลับมาคว้าแชมป์ ซีเกมส์ ให้ได้อีกครั้งในรอบ 6 ปี