ฮอร์เก้ เฮซุส: แข่งเก๋ากับมูรินโญ่ หรือกุนซือใหม่เรือใบ?

Tom Kundert พาคุณมารู้จักยอดกุนซือเทพของเบนฟิก้าที่อาจจะมาเป็นกุนซือใหม่ของเรือใบสีฟ้า.... ถ้าไม่โดดเรอัลมาดริดซิวตัวไปก่อน

เขาเชื่อว่าตัวเองเป็น "สุดยอดโค้ชของโลก" ซึ่งแม้แต่เนมานย่า มาติช ก็ยังเห็นว่าเป็นไปได้....แม้คนอื่นจะคิดว่าเขาบ้า และทิม เชอร์วู้ด อยากจะตั๊นหน้าเขาสักที 

แต่โค้ชสุดเจ๋งจ๊าบและบ้าดีเดือดของเบนฟิกา ฮอร์เก้ เฮซุส คนนี้ อาจจะเป็นยาแรงที่เหมาะกับเรือใบสีฟ้าก็ได้

เจ้าพ่อคอนเนคชั่น

ฮอร์เก้ เฮซุส

  • เกิด 24 กรกฎาคม 1954, อายุ 60 ปี
  • สถานที่เกิด อมาดอร่า ประเทศโปรตุเกส 
  • สโมสรที่เคยเล่น สปอร์ติ้ง เปนิเช่, โอฮาเนนเซ่, เบเลเนนเซ่, ริโอเปเล่, ยูเวนตูเด้ เอวอรา, ยูนิโอ เลอิเรีย, บิตอเรีย เซตูบัล, ฟาเรนเซ่, เอสเตรลา ดา อมาดอรา, แอตเลติโก เซเป, เบนฟิก้า คาสเตโล บรังโก้, อัลมันซิเลนเซ่
  • สโมสรที่เคยคุม อโมร่า, เฟลเกราส, ยูนิโอ มาเดร่า, เอสเตรลา ดา อมาดอรา, บิตอเรีย เซตูบัล, เอสเตรลา ดา อมาดอรา (อีกรอบ), บิตอเรีย กีมาเรส, มอเรเรนเซ่, ยูนิโอ เลอิเรีย, เบเลเนนเซ่, บราก้า, เบนฟิกา

"ถ้ามองความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสองสโมสรยักษ์ใหญ่กับฮอร์เก้ เมนเดส สุดยอดซุปเปอร์เอเย่นต์ของยุโรป ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าช่วงซัมเมอร์นี้ ฮอร์เก้ เฮซุส จะกลายเป็นโค้ชคนใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้" เปาโล ฟูเตร เขียนใน Record หนังสือพิมพ์กีฬาของโปรตุเกสเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

แต่การพลิกเกมของหลุยส์ ฟาน ฮาลในช่วงหลังๆ น่าจะค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าสุดหล่อรองทรงน่าจะได้อยู่ปีศาจแดงต่อไปอีกยาวๆ แม้ฝั่งเรือใบสีฟ้าของมานูเอล เปเยกรินี่จะเป็นตรงกันข้าม หลังจากค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าปีนี้คงไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือ 

แม้เราจะฟันธงไม่ได้ว่า ฟูเตร มีสายข่าววงในหรือไม่อย่างไร แต่ความสำเร็จของเฮซุสที่ลิสบอนก็ทำให้กุนซือแจ่มว้าวรายนี้กลายเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่จะเข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือเรือใบ

ความเห็นส่วนบุคคล

เนมานย่า มาติช เป็นหนึ่งในหลายนักเตะที่ชื่นชอบสไตล์การคุมทีมของฮอร์เก้ เฮซุส

มิดฟิลด์ตัวเก่งของเชลซีกล่าวด้วยความชื่นชมถึงการที่เฮซุสเป็นผู้ปลุกปั้นให้เขากลายเป็นหนึ่งในสุดยอดมิดฟิลด์เกมรับของโลกเช่นในตอนนี้ "ฮอร์เก้ เฮซุส อธิบายให้ผมเข้าใจว่าตอนไหนที่ควรตั้งเกมรับและจังหวะไหนควรเติมเกมบุก จะครองพื้นที่ของตัวเองอย่างไร และสอนให้ผมรู้จักแท็กติกฟุตบอล" 

"ในแต่ละวันผมจะพยายามเรียนรู้แท็กติกจากเขาเพื่อพัฒนาเกมของผม เขาเชื่อมั่นว่าผมมีคุณภาพ และมักจะพูดเสมอว่า 'ทำตามที่ฉันบอก แล้วนายจะค่อยๆ เล่นดีขึ้นเรื่อยๆ' " และมิดฟิลด์เซอร์เบียนก็ค่อยๆ ฝึกฝนทักษะและเล่นได้ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่เฮซุสว่า จนฝีเท้าเข้าตาเชลซีที่ยอมควักกระเป๋าจ่าย 21 ล้านปอนด์ (ประมาณหนึ่งพันล้านบาท) ดึงตัวมาติชกลับรังเก่าเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

มาติช กลายเป็นมิดฟิลด์ขั้นเทพจากการปลุกปั้นของเฮซุส

มาติช กลายเป็นมิดฟิลด์ขั้นเทพจากการปลุกปั้นของเฮซุส

แต่ลูกศิษย์ของเฮซุสอีกหลายรายก็อยากจะออกมาชี้ข้อผิดพลาดของกุนซือสุดแนวรายนี้เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดการลูกทีม 

ควิม อดีตนายประตูเบนฟิก้า ผู้ถูกเฮซุสบอกเลิกสัญญา กล่าวถึงเฮซุสว่า "เขาเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้ามองในฐานะคนคนหนึ่ง...เอาเป็นว่าทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ไม่ได้ไปทางเดียวกับทักษะด้านเทคนิคฟุตบอลก็แล้วกัน" 

และ มานูเอล มาชาโด้ โค้ชใหญ่ของ นาซิอองนาล ดา มาเดร่า ก็ร่ายยาวแบบไม่รักษาน้ำใจเมื่อถูกถามความเห็นเกี่ยวกับคู่แค้น ฮอร์เก้ เฮซุส ถึงขนาดที่สื่อยกคำพูดของมาชาโด้เป็นวลีสุดยอดในฟุตบอลโปรตุกีส "เหรียญ วิงแต็ง [เหรียญเงินยุคเก่าของโปรตุเกส] ก็ยังเป็นเหรียญวิงแต็ง และคนบ้าก็ยังเป็นคนบ้า"

เฮซุส เปล่งออร่าของชายผู้ไม่เคยใส่ใจว่าใครจะมองเขาว่าอย่างไร และครั้งหนึ่งเฮซุสเคยกล่าววลีสุดฉาว ""Fair play is bulls***" [แฟร์เพลย์...กล้วย] และฮอร์เก้ เฮซุสก็พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่สนใจแฟร์เพลย์ ด้วยการสั่งให้นายประตูเบนฟิก้า อาตูร์ ลงนอนในเกมกับสปอร์ติ้ง ลิสบอนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2011

โปรดดูคลิป....

เราขอย้ำว่า "โปรดดูคลิป"!!!

"ผมเป็นโค้ชที่เก่งที่สุดในโปรตุเกสหรือเปล่า? ไม่! ผมเป็นโค้ชที่เก่งที่สุดในโลก"

- ฮอร์เก้ เฮซุส

เฮซุส ออกมายอมรับว่ามีชีวิตอยู่เพื่อฟุตบอลเท่านั้น และยังย้ำว่ามั่นใจสุดๆ กับความสามารถเหนือชั้นของตนเองว่าใกล้เคียงกับสุดยอดตำนานอย่างไบรอัน คลัฟ

ที่สุดติ่งกระดิ่งแมวกว่านั้น เมื่อซัมเมอร์ที่แล้วหนังสือพิมพ์ Sol ถามเขาว่า คิดว่าตัวเองเป็นโค้ชโปรตุกีสที่เก่งที่สุดหรือเปล่า ฮอร์เก้ เฮซุส ตอบด้วยความมั่นใจว่า "ไม่! ผมเป็นโค้ชที่เก่งที่สุดในโลก ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครในโลกนี้รู้เรื่องฟุตบอลมากกว่าผม"

รับรองความสามารถ

เพื่อให้เห็นถึงความสุดยอดของเฮซุสในการคุมทีมเบนฟิกา คงต้องมองย้อนกลับไปถึงช่วงก่อนหน้าที่กุนซือสุดเก๋าจะเข้ามาคุมทีม 

เฮซุสเข้ามารับงานคุมทีมเบนฟิก้าเมื่อช่วงซัมเมอร์ 2009 ในตอนนั้นเบนฟิก้าเป็นทีมฟุตบอลพิกลพิการที่ต้องแบกชื่อเสียงในอดีตหลังแอ่นพร้อมๆ กับที่ต้องถูกบดบังจากความสำเร็จของคู่อริที่เกลียดกันเข้ากระดูกดำอย่าง เอฟซี ปอร์โต้

15 ฤดูกาลที่ผ่านมา อินทรีเบนฟิก้าคว้าแชมป์ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ในขณะที่ปอร์โต้คว้าแชมป์ไปครองถึง  11 สมัย แต่ที่แย่ยิ่งกว่านั้น คู่อริจากทางเหนือกำลังมีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์บนเวทียุโรป ยิ่งทำให้ความสำเร็จในอดีตของเบนฟิก้าดูห่างไกลราวกับความฝันที่เลือนราง

ในขณะที่ขุนพลน้ำเงินขาว ปอร์โต้ สร้างผลงานยอดเยี่ยมในฟุตบอลยุโรป เบนฟิก้ากลับต้องถูกเขี่ยตกรอบตั้งแต่แรกๆ บ่อยครั้งที่ต้องตกรอบอย่างน่าอับอาย เช่นการต้องแพ้ยับ 5-1 ให้กับโอลิมเปียกอส หรือการถูกเซลต้า บีโก้ ถล่มเละเทะ 7-0

เฮซุส เปลี่ยนทุกสิ่ง 

ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีม เฮซุส นำทีมเบนฟิก้าคว้าแชมป์ด้วยฟอร์มสุดยอด แม้ฤดูกาลถัดมาปอร์โต้ภายใต้การคุมทีมของอังเดร บีญาส โบอาส จะสวนหมัดทันควันด้วยการคว้าแชมป์แบบไร้พ่าย แต่เบนฟิก้าก็กลับมาสู้กับปอร์โต้ได้อย่างถึงพริกถึงขิงตลอด 6 ฤดูกาลภายใต้การคุมทีมของกุนซือโปรตุกีส

ฤดูกาลนี้เบนฟิก้าจ่อคว้าแชมป์ลีกโปรตุกีสเป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน และหากไม่เป็นเพราะพลาดท่าท้ายเกมจนต้องทำแต้มหลุดมือในสองเกมหลัง เบนฟิก้าคงได้ฉลองแชมป์สมัยที่ 5 ในรอบ 6 ฤดูกาล และเฮซุสอาจจะได้ฉลองอย่างบ้าคลั่งจนตำรวจเข้าใจผิดว่าเป็นแฟนบอลที่ดีใจเกินเหตุ

ยิ่งกว่านั้น แม้จะไม่สามารถเข้าใกล้ถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก (ฤดูกาลที่ดีที่สุดในแชมเปี้ยนส์ลีกคือการผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 2012 และตกรอบด้วยการแพ้ให้กับเชลซี) แต่เบนฟิก้าก็ทำผลงานไม่เลวในทุกฤดูกาลที่ได้ลงแข่งขัน และแม้จะร่วงจากแชมเปี้ยนส์ลีกก็ยังได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศยูโรป้าลีกถึง 2 ครั้ง ซึ่งนั่นทำให้ทีมที่เคยเป็นทีมแจกแต้มกลายเป็นทีมที่ได้รับความชื่นชมในเวทียุโรป

เฮซุส ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดระยะเวลากว่าครึ่งทศวรรษแม้จะต้องเสียนักเตะตัวเก่งปีแล้วปีเล่า เนมานย่า มาติช, อังเคล ดิ มาเรีย, ดาวิด ลุยซ์ เป็นตัวอย่างเพียง 3 คนในบรรดานักเตะพรสวรรค์หลายต่อหลายรายที่เฮซุสค้นพบและขัดเกลาจนกลายเป็นนักเตะระดับโลก ก่อนที่จะปล่อยตัวออกจากเอสตาดิโอ ดา ลูซ ด้วยค่าตัวแพงมหาศาล

และเมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมา เฮซุสก็เพิ่งจะปล่อยตัวนักเตะตัวหลักของทีมไม่น้อยกว่า 6 ราย ทั้งหมดเป็นพลังขับเคลื่อนที่พาเบนฟิก้าคว้าสามแชมป์โปรตุเกสเมื่อฤดูกาลก่อน และแม้จะต้องเสียตัวหลักไปเกือบครึ่งทีม แต่ฤดูกาล 2014/15 เบนฟิก้าก็ยังทำผลงานได้เหนือกว่าปอร์โต้ที่เต็มไปด้วยสตาร์ราคาแพงล้นทีม

ความสามารถเหนือล้ำอีกด้านหนึ่งของเฮซุส คือสายตาที่ยอดเยี่ยมและการจับนักเตะเปลี่ยนตำแหน่งที่ได้ผลอย่างยอดเยี่ยม ยกตัวอย่างเช่น ฟาบิโอ โคเอนเทรา (จากปีกเป็นแบ็คซ้าย), เนมานย่า มาติช (มิดฟิลด์ตัวรุกเป็นมิดฟิลด์เกมรับ) และเอนโซ เปเรส (จากปีกเป็นมิดฟิลด์วิ่งขึ้นลงกลางสนาม) และทั้งสามคนก็ได้กลายเป็นนักเตะชั้นเยี่ยมของโลกฟุตบอลในตำแหน่งใหม่ที่มาจากการสั่งการของฮอร์เก้ เฮซุส

และ 3 นักเตะนี้ก็ถูกขายออกไปด้วยค่าตัวรวม 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,840 ล้านบาท)

โคเอนเทรา, ลุยซ์, ดิ มาเรีย, มาติช และเปเรซ ถูกขัดเกลาฝีเท้าและปล่อยตัวไปด้วยค่าตัวมหาศาล

โคเอนเทรา, ลุยซ์, ดิ มาเรีย, มาติช และเปเรซ ถูกขัดเกลาฝีเท้าและปล่อยตัวไปด้วยค่าตัวมหาศาล

สไตล์การเล่น

บุก! บุก! บุก! และบุก! นั่นคือสไตล์การเล่นเดียวของฮอร์เก้ เฮซุส แม้แต่ในลีกโปรตุกีสที่มีคู่แข่งดุๆ จริงๆ ก็เพียงทีมเดียวคือปอร์โต้เท่านั้น สิ่งหนึ่งที่น่าทึ่งสำหรับเบนฟิก้าของเฮซุสก็คือ เบนฟิก้ายิงประตูเกมเหย้าได้ทุกนัด และนั่นก็เป็นสถิติยาวนานถึง 6 ปี และ 92 เกมในการแข่งขันพรีเมร่า ลีก ที่ยังไม่มีทีมเยือนแม้แต่ทีมเดียวที่กลับออกจากรังเหย้า เอสตาดิโอ ดา ลุซ โดยไม่เสียประตู

เฮซุส ยึดมั่นในระบบการเล่น 4-4-2 แม้ในการเล่นที่ปีกสองข้างดันขึ้นสูงจนเกือบสุดริมเส้นจะแทบจะทำให้กลายเป็น 4-2-4 ก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจสำหรับเบนฟิก้าคือความสามารถในการป้องกันประตูอย่างแข็งแกร่งแม้ว่าแดนหน้าจะเปิดเกมบุกอย่างไม่ยั้ง ในเกมที่มุ่งมั่นอยู่กับการบุก ทีมเบนฟิก้าของเฮซุสยังมีเกมรับที่เหนียวแน่นอย่างเหลือเชื่อ จนทำให้สถิติการเสียประตูเป็นตัวเลขที่ดูดีมาก ทั้งหมดนั้นมาจากการทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักโดยเน้นการวางตำแหน่งของนักเตะ จัดรูปแบบการยืน และวางแท็คติกที่ยอดเยี่ยม จนได้ฉายาในภาษาโปรตุกีสว่า mestre da táctica: เจ้าพ่อแห่งแท็คติก

ดูพี่ไว้ซะ! เจ้าพ่อแท็คติกตัวจริง

ดูพี่ไว้ซะ! เจ้าพ่อแท็คติกตัวจริง

ความพิถีพิถันในรายละเอียดของเกม แสดงให้เห็นได้ในการยืนคุมเกมริมเส้นของเฮซุส ที่ลีลาริมเส้นก็มันส์ไม่แพ้เกมในสนาม เฮซุสที่เดินพล่านริมเส้น รวมกับการชี้ไม้ชี้มืออย่างบ้าครั้ง การตะโกนสั่งเกมเสียงดังลั่นโลก และการโวยนักเตะของตัวเองแทบจะเป็นเรื่องปกติไปแล้ว 

แต่ถ้าจะพูดถึงลีลาริมเส้นล่ะก็....

หรือจะไฝว้....? 

เมื่อประมาณปีกว่าๆ ที่ผ่านมา เฮซุสก็กลายเป็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์อังกฤษหลังจากมีเหตุปะทะคารมกับทิม เชอร์วู้ด ซึ่งขณะนั้นคุมทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ในการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์Sol กุนซือโปรตุกีสก็แบไต๋ไม่มีเม้มถึงเหตุการณ์ดังกล่าว แถมด้วยการกล่าวชื่นชมกุนซือคู่กรณี

ผมบอกอังเดร บีญาส-โบอาส ว่าถ้าผมชนะท็อตแน่ม ผมจะเยาะเย้ยเชอร์วู้ดในงานแถลงข่าวหลังเกม

- เฮซุส ซ้อมก่อนเจอกันตัวต่อตัวกับทิม เชอร์วู้ด

"ผมบอกอังเดร [บีญาส-โบอาส] ว่าถ้าผมชนะท็อตแน่ม ผมจะเยาะเย้ยเชอร์วู้ดในงานแถลงข่าวหลังเกม ผมจะบอกว่าตอนอังเดรคุมทีม ท็อตแน่มดีกว่านี้เยอะ แต่ตอนนี้กลายเป็นแค่ทีมดาดๆ ไม่มีแท็กติก ผมคิดคำพูดไว้ในหัวตลอดทั้งเกมเลยนะ แล้วก็บังเอิญผมเข้าไปใกล้เชอร์วู้ดเกินไปนิด ผมไม่ได้ตั้งใจเลยนะ เขามองผมแบบหัวจรดเท้าแบบคนอังกฤษน่ะ เหมือนกับจะพูดว่า 'ไอ้โปรตุกีสเอ๊ย ไปอยู่ที่ของแกตรงนู้นเลยไป๊ อยู่นู่นเลยไอ้หนูน้อย'"

"ผมอ่านสายตาเขาออก แล้วนั่นก็เป็นการล้ำเส้นผมเลยนะ ตอนนั้นผมเลยไล่เขาไป แบบว่า 'ถอย! ถอย! ถอย!!' แต่เขาก็ไม่ยอมถอยเลยนะ"

"นั่นก็เป็นความรู้สึกติดอยู่ในหัวของผม แล้วพอเรายิงประตูได้ก็ไม่รู้เหมือนอะไรเข้าสิง มันเป็นไปเอง ผมก็เลยเต้นด้วยความดีใจ เหมือนจะบอกเขาว่า 'เป็นไงล่ะ หดหัวไปเลยไป๊'"

[เราขอย้ำ....โปรดดูคลิป!!]

"ตอนนั้นเราขึ้นนำ 1-0 แต่ผมก็รู้สึกว่าเวลายังเหลืออีกเยอะ ผมเลยบอกตัวเองว่า 'หุบปากซะก่อน เดี๋ยวโดนยิงสวนทำไง' แล้วพอเราขึ้นนำห่าง 3-1 ผมก็เลยหันไปพูดกับเชอร์วู้ดว่า 'ข้าชื่ออังเดร เอ้า...หนึ่ง.สอง.สาม' แบบนั้นเลย"

"เท่านั้นแหละ หมอนั่นเหมือนผีเข้าเลย ตะโกนใส่ผมว่า 'เ....ด' ผมก็เลยสวนไปว่า 'เ...ดเอ็งแหละ เ...ดแม่เอ็งด้วย' ผมนี่ใส่ไม่ยั้งเลย จนกรรมการต้องรีบเข้ามาแยกเราออกจากกัน แต่ผมก็ชนะเกมนั้นแล้ว ผมก็เลยสบายๆ"

"แล้วผมก็เลยคิดว่า 'หมอนี่ต้องชกตูแน่เลย' แต่เขาก็ไม่ได้ชกผมหรอกนะ เขาห้าวจริง ผมยกให้เลย ผมว่าผมชอบเขานะ เกมถัดมาท็อตแน่มลงเตะในพรีเมียร์ลีกแล้วชนะไป 3-2 หลังจากโดนนำไปก่อน 2-0 ผมนั่งดูอยู่ และลูกที่ยิงประตูชัยน่ะ ผมกระโดดตัวลอยเลย"

"เขากล้ามาก เขาไม่กลัวผมเลย ถ้าเขาจะเอาโขกผมตอนนั้นเขาก็ทำได้นะ มันเหมือนกับว่าเขาบอกผมว่า 'ข้าไม่กลัวเอ็งหรอก เอ็งเดินชูคอไปเถอะ เดี๋ยวข้าจะชกให้ซักที' ผมชอบคนแบบนั้นแหละ"

ณ จุดนี้เราคิดว่าพี่เขาคงจะชอบมูรินโญ่มาก...

ก้าวใหม่...

เฮซุส กับเบนฟิก้า

  • 2009/10 แชมป์ พรีเมร่า ลีก และแชมป์ ลีกคัพ 
  • 2010/11 รองแชมป์ พรีเมร่า ลีก และแชมป์ ลีกคัพ 
  • 2011/12 รองแชมป์ พรีเมร่า ลีก และแชมป์ ลีกคัพ 
  • 2012/13 รองแชมป์ พรีเมร่า ลีก และรองแชมป์ ลีกคัพ 
  • 2013/14 แชมป์ พรีเมร่า ลีก และแชมป์ ลีกคัพ 
  • 2014/15 อันดับ 1 พรีเมร่า ลีก และเข้ารอบชิงชนะเลิศ ลีกคัพ 

เฮซุส เป็นกุนซือเบนฟิก้าที่อยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่สิ้นยุคสงคราม สัญญาคุมทีมฉบับปัจจุบันกำลังจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่เฮซุสยังไม่ได้ต่อสัญญากับเบนฟิก้า และหากปีนี้อินทรีเบนฟิก้าคว้าแชมป์พรีเมร่า ลีก แฟนบอลก็คงอยากจะให้เฮซุสต่อสัญญาออกไปอีก และนั่นก็จะยิ่งทำให้มีความสำเร็จต่อท้ายชื่อมากขึ้น ทำให้ยิ่งเป็นที่ต้องการตัวของทีมที่กำลังหาผู้จัดการทีมคนใหม่

เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว หลังจากถูกถามถึงอนาคตหลังจบสัญญา เฮซุสตอบเพียงว่าตอนนี้กำลังมุ่งมั่นอยู่กับการรักษาแชมป์ลีกโปรตุกีส ก่อนจะกล่าวเสริมว่า "ผมเชื่อว่าผมเป็นโค้ชที่เก่งที่สุดในโลก แต่การจะพิสูจน์ก็ต้องคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้ก่อน ถ้าผมจะย้ายจากทีมเก่งอย่างเบนฟิก้าก็ต้องย้ายไปอยู่กับทีมที่เก่งพอๆ กันหรือเก่งกว่าเท่านั้น"

ข่าวลือในสื่อโปรตุกีสปีนี้จึงมีข่าวของเฮซุสเชื่อมโยงกับบาร์เซโลน่าและเรอัล มาดริด ในขณะที่เอซี มิลาน ที่เคยมาตามจีบเฮซุสเมื่อปีที่ผ่านมา ก็ต้องอกหักกลับเมืองมิลานไปแล้ว 

ถ้า...และเมื่อใดที่เฮซุสตัดสินใจก้าวใหม่ นั่นจะเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องจับตามองว่ากุนซือแสบซ่าแจ่มว้าวคนนี้จะก้าวไปสู่โลกฟุตบอลใหม่ที่ไหน และโลกฟุตบอลใหม่จะต้อนรับเขาอย่างไร.