หวังจะดัง แต่พังไม่เป็นท่า : 9 ดีลสุดแพงแสนช้ำของเอซี มิลาน

เอซี มิลาน เป็นเหมือนทีมต้นตำรับของการทุ่มเงินมหาศาลในการซื้อนักเตะเข้ามาสู่ทีม โดยเฉพาะในยุคของ ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ ที่เข้ามาบริหารสโมสร ซึ่งในบรรดานักเตะค่าตัวแพงเหล่านั้น มีไม่น้อยเลยทีเดียวที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังเช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านี้

โรนัลดินโญ่

30 ล้านยูโร  

การเข้ามาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เข้ามาแทนที่ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด ในฐานะนายใหญ่คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2008 กลายเป็นจุดจบของ โรนัลดินโญ่ แม้ว่าเขาจะเป็นเหมือนราชาของที่นั่นก็ตาม โดย เป๊ป นั้นยืนกรานชัดเจนว่าจะดัน ลิโอเนล เมสซี่ ขึ้นมาเป็นจุดศูนย์กลางของทีม ส่วน โรนัลดินโญ่ ที่ขณะนั้นไม่เหลือสภาพเหมือนกับเมื่อตอนที่พา “บาร์ซ่า” คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2006 ก็ต้องออกจากทีมไป

แต่ในวัย 28 ปี ที่ได้ชื่อว่ายังเป็นช่วงพีคของนักฟุตบอลหลายคน ทำให้ เอซี มิลาน พร้อมจะเสี่ยงด้วยการทุ่มเงิน 30 ล้านยูโร คว้าตัวเจ้า “เหยินน้อย” เข้ามาสู่ทีม แต่ว่าก็เหมือนพวกเขาคิดผิด เพราะว่าแม้ โรนัลดินโญ่ จะมีลีลาการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ อย่างไรก็ตามสภาพความฟิตของเขานั้นแย่มาก และเมื่อเจอเกมหนักๆ ก็เหมือนกับจะเล่นไม่ไหวแล้ว

เขาได้อยู่กับทีมได้ 2 ปีเศษ แม้ว่า โรนัลดินโญ่ จะเป็นขวัญใจแฟน ๆ แต่ความจริงก็คือเขาไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว บางครั้งก็เหมือนว่าความเป็นนักเตะอารมณ์ศิลปิน ก็ทำทีมพังมาหลายต่อหลายครั้ง และเมื่อ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ที่เป็นโค้ชจอมแท็กติกเข้ามาสู่ทีม โรนัลดินโญ่ ก็โดนโละออกจากทีมในเวลาต่อมา

เขาเลือกย้ายกลับไปที่บ้านเกิดกับสโมสรฟลาเมงโก้ และปิดฉากการค้าแข้งในทวีปยุโรปลง

มาริโอ บาโลเตลลี่

21 ล้านยูโร

ช่วงปี 2012 หลายคนเชื่อว่ามันน่าจะเป็นปีทองของ มาริโอ บาโลเตลลี่ ที่จะยกระดับจากกองหน้าดาวรุ่งขึ้นมาเป็นกองหน้าระดับโลก ทั้งการช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ และการเป็นดาวซัลโวร่วมของศึก ยูโร 2012 ที่เขาช่วยให้ อิตาลี เป็นรองแชมป์ ในการแข่งขันที่ประเทศ โปแลนด์ และ ยูเครน

ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ เรียกเขาว่าเป็น “แอปเปิลเน่า” ที่ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ทำบรรยากาศในทีมเสียไปหมด

แต่หลังจากนั้นเขาก็มีปัญหากับ โรแบร์โต้ มันชินี่ นายใหญ่ของทีม “เรือใบสีฟ้า”​ จนต้องย้ายกลับมาที่อิตาลี และก็เป็น เอซี มิลาน ที่จ่ายเงิน 21 ล้านยูโร ในการดึงตัวเขากลับมาที่ อิตาลี อีกครั้งในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคมปี 2013

บาโลเตลลี่ เริ่มต้นได้ดีด้วยการยิงประตูถล่มทลายช่วยให้ มิลาน คว้าสิทธิ์ไปลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นนับตั้งแต่ที่เขาขึ้นมาเป็นตัวความหวังของทีม บาโลเตลลี่ ก็กลายเป็นตัวปัญหาไปโดยปริยาย หลายครั้งที่การเล่นเอาแต่ใจตัวเองของเขาทำทีมเสียหาย และสุดท้าย เขาก็โดนขายให้กับ ลิเวอร์พูล ของศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในปีถัดมา โดย ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ เรียกเขาว่าเป็น “แอปเปิลเน่า” ที่ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ทำบรรยากาศในทีมเสียไปหมด

Pages