อี ซึง-อู : โสมขาวมหัศจรรย์เมสซีน้อยแห่งบาร์ซา

อีกหนึ่งนักเตะที่ได้รับฉายาอันโด่งดัง และแข้งดาวรุ่งรายนี้ก็มีแววว่าเขาอาจพัฒนาตัวเองจนสมกับฉายา "เมสซี่เกาหลี" ก็เป็นได้ โดย จอห์น เดอร์เดน

เรื่องเล่า 60 วินาที

FACTBOX

วันเกิด: 6 มกราคม 1998

สถานที่เกิด: ซูวอน, เกาหลีใต้

ส่วนสูง: 170 ซม.

ตำแหน่ง: กองหน้า/กองกลาง

สโมสร: บาร์เซโลน่า

อัลแบร์ต พูอิก แมวมองของบาร์เซโลนาเห็นฟอร์มเจ้าหนูตัวจิ๋ววัย 12 กะรัต โชว์สเต็ปเท้าสุดว่องไวทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในสนามในศึกดาน่อน คัพ เมื่อปี 2011

ปีต่อมาเขาติดต่อดึงเด็กคนนั้นมาร่วมอคาเดมีของสโมสรทันที โดย อี ซึง-อู ระเบิดฟอร์มสุดร้อนแรงในปีแรกกับสถาบันสอนลูกหนังอันดับหนึ่งของโลก หลังซัลโว 39 ประตู จาก 29 เกม พร้อมทำลายสถิติของ ลิโอเนล เมสซี ลงอย่างสวยงาม

ดาวเตะเกาหลีใต้ยังคงฉายแววความเป็นยอดแข้งมาตลอด จนกระทั่งสโมสรถูกสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติสั่งแบนเมื่อปี 2014 ฐานละเมิดกฎเซ็นสัญญากับนักเตะอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำให้เด็กที่ย้ายมาจากต่างแดนไม่ได้รับอนุญาตให้ลงสนามเป็นเวลา 1 ปี จุดนี้เองทำให้พัฒนาการของดาวโรจน์จากแดนโสมขาวช้าลง เพราะได้ลงเล่นเพียงเกมอุ่นเครื่องธรรมดาเท่านั้น

อย่างไรก็ดี เขายังสามารถช่วยทีมชาติเกาหลีใต้รุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีได้ และนำทีมผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกชิงแชมป์เอเชียในเวลานั้น

ความสัมพันธ์ระหว่างอีกับบ้านเกิดไม่ได้ราบรื่นนัก เพราะเขาเรียนรู้ศาสตร์ลูกหนังส่วนใหญ่จากสเปนส่งผลให้สไตล์การเล่นและการแสดงออกแตกต่างจากเด็กในบ้านเกิด เช่น เขามักฟิวส์ขาวเตะป้ายโฆษณาหากพลาดโอกาสสำคัญ หรือ แสดงความไม่พอใจหากโดนเปลี่ยนตัวออก พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ค่อยถูกใจแฟนบอลเกาหลีใต้นัก ถึงขนาดเคยถูกหนังสือพิมพ์ขึ้นหน้าหนึ่งโจมตีว่าเป็นคนหยาบคาย

อย่างไรก็ดี เขายังคงทำผลงานในทีมชาติได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว หลังเหมายิง 2 ประตู ใส่ทีมชาติญี่ปุ่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยหนึ่งในประตูนั้นคือการลากโซโล่เดี่ยวครึ่งสนามฝ่าผู้เล่นคู่แข่ง 5 คน เข้าไปยิงอย่างเหนือชั้น จนถูกยกไปเปรียบเทียบกับประตูของเมสซี

จากนั้นอียังโชว์ฟอร์มฮ็อตต่อเนื่องซัดคนเดียว 4 ประตู ช่วยทีมไล่ยำซีเรียในรอบรองชนะเลิศขาดลอย 7-0 แม้สุดท้ายพวกเขาต้องพ่ายต่อเกาหลีเหนือในรอบชิงชนะเลิศ แต่ดาวโรจน์จากบาร์เซโลนายังคงได้รับคำชมจากทั่วทุกสารทิศ

โทษแบนของเจ้าบุญทุ่มหมดลงเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้แนวรุกวัย 18 กะรัต สามารถกลับมาลงเล่นเกมอย่างเป็นทางการได้อีกครั้ง แถมยังถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดเบของสโมสรอีกต่างหาก

ภาพจาก อี ซึง-อู

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

มันไม่ใช่เพราะเขาคือสุดยอดนักเตะถึงขนาดทำให้แฟนบอลตื่นเต้นจนต้องลุกขึ้นยืนทุกครั้งเมื่อได้ครอบครองบอล แต่เป็นเพราะเขาเล่นอยู่กับบาร์เซโลนา สโมสรที่ดีที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีที่ผ่านมานั่นเอง

เมสซีเกาหลีใต้อาจเป็นฉายาธรรมดาเหมือนกับดาวรุ่งหลายคนที่ถูกยกเปรียบเทียบกับกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา แต่สิ่งที่ทำให้ อี ซึง-อู ได้รับการจับตามองมากกว่าคนอื่น เพราะเขาค้าแข้งอยู่กับเจ้าบุญทุ่มและมีโอกาสเจริญรอยตามรุ่นพี่ร่วมสโมสรโดยตรง

ผู้เล่นเอเชียย้ายมาเล่นในยุโรปสูงขึ้นเรื่อยๆในทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในรายของ พัค จี-ซอง กับ แมนฯยูฯ, เคสุเกะ ฮอนดะ กับ เอซี มิลาน และ ชินจิ คางาวะ กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ถูกยกให้เป็นผู้เล่นระดับสตาร์

ซน ฮึง-มิน ย้ายไปร่วมทีมฮัมบูร์กตั้งแต่อายุ 16 ปี และประสบความสำเร็จอย่างสวยงามกับชีวิตค้าแข้งในเยอรมัน แต่นี่คือบาร์เซโลนา ถ้าผู้เล่นเอเชียย้ายมาร่วมทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่อายุ 13 และสามารถเลื่อนชั้นขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่จนกลายเป็นสตาร์ของทีมได้ นี่สิคือเวลาเฉลิมฉลองที่แท้จริงของฟุตบอลเอเชีย

จุดแข็ง

วอนเดอร์คิดเลือดโสมขาวมีอิสระและความมั่นใจระหว่างเล่นกับบาร์ซามากกว่าในทีมชาติ เขาเรียกความสนใจจากแฟนบอลทั้งสนามด้วยการเลี้ยงเข้าหาคู่ต่อสู้และเลี้ยงผ่านผู้เล่นเหล่านั้น แต่บางครั้งเขาก็โชว์มากเกินไปจนออกทะเลเลยเช่นกัน

อีมีความเร็วสูงมากโดยเฉพาะเวลาเลี้ยงบอล, ทรงตัวเยี่ยมเปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงได้ในทันที และ มีสเต็ปเท้าที่คล่องแคล่วยากต่อการคาดเดา เขาชอบทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่เคยกลัวกับการทำซ้ำหากล้มเหลวในครั้งแรก

จุดอ่อน

สิ่งที่น่ากังวลใจสำหรับแนวรุกเกาหลีใต้คือความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป เขาชอบใช้ความสามารถเฉพาะตัวมากกว่าประสานงานกับเพื่อนร่วมทีม จุดนี้ทำให้เขาตกเป็นเป้าวิจารณ์ในบ้านเกิด เขาจำเป็นต้องเล่นฟุตบอลเป็นทีมมากกว่านี้

อีกอย่างคือเขาจำเป็นต้องรับมือกับการจับจ้องจากหลายฝ่ายที่จะเพิ่มมากขึ้นตามชื่อเสียงของเขา ผลงานในศึกฟุตบอลโลกรุ่นยู-17ของเขายังคงไม่ชัดเจนในเรื่องนี้

แฟนบอลบางส่วนเริ่มกังวลว่าอีอาจไม่ได้มีพรสวรรค์มากมายเหมือนอย่างที่พวกเขาคิดกัน การถูกยกเปรียบเทียบกับเมสซีไม่เคยส่งผลดีต่อใคร แต่กรณีของเขาถือว่าหนักกว่าเพราะถูกเรียกตั้งแต่ยังไม่ได้ลงเล่นฟุตบอลระดับอาชีพเลยด้วยซ้ำ

การลงเล่นกับบาร์เซโลนาชุดเบเป็นเพียงแค่การเรียนรู้ศาสตร์ฟุตบอลที่เขาจำเป็นเท่านั้น

ปากคำคนรอบข้าง

“อี ซึง-อู คือหนึ่งในดาวรุ่งที่ดีที่สุดในเอเชีย” พัค จี-ซอง เผยกับ FourFourTwo “เขาทำงานหนักและทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจที่ได้ชม เขาอยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ ถ้าเขายังคงเรียนรู้และปรับปรุงตัวเองต่อไป เขาสามารถไปได้ไกลมากเลยล่ะ”

“เขาคือผู้เล่นที่ใกล้เคียงกับคำว่าอัจฉริยะ” จอง จอง-ยง โค้ชทีมชาติเกาหลีรุ่นยู-15 กล่าว “เขามีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการเป็นดาวยิงระดับท็อป เขาคือหนึ่งในแนวรุกที่เกาหลีใต้ยากจะค้นพบ”

“ถ้าคุณไม่ทำฟาวล์เขา คุณไม่มีทางหยุดเขาได้” โทมิยาสึ ทาเคฮิโร ผู้เล่นเยาวชนทีมชาติญี่ปุ่น กล่าว

รู้หรือไม่?

อี ซึง-อู คือผู้เล่นต้นเหตุที่ทำให้บาร์เซโลนาถูกฟีฟ่าแบน เพราะสโมสรละเมิดกฎเซ็นสัญญากับเจ้าหนูรายนี้ก่อนอายุครบ 18 ปี โดยพ่อแม่ของนักเตะเตรียมตัวเดินทางมายังสเปนเพื่ออธิบายให้เจ้าหน้าที่ของฟีฟ่าฟัง แต่มันก็สายไปเสียแล้ว

ระหว่างที่เจ้าบุญทุ่มติดโทษมีกระแสข่าวลือว่า เรอัล มาดริด พร้อมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อคว้าแนวรุกชาวเกาหลีใต้ร่วมทีม แต่นักเตะกลับปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวเพราะต้องการเดินตามรอยเท้าไอดอลในดวงใจอย่างเมสซี

สิ่งที่รออยู่

อีอยู่ในสถานะที่แตกต่างจากผู้เล่นเอเชียคนอื่น เขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการย้ายไปเล่นในลีกเล็กของยุโรป หรือ สโมสรระดับเล็กในลีกใหญ่ก่อนย้ายไปร่วมทีมชั้นนำ เพราะเขาอยู่กับสโมสรที่ใครหลายคนฝันถึงอยู่แล้ว แต่มันยังไม่จบแค่นั้นเพราะเขายังเหลืองานให้ทำอีกมากโข

เขาจำเป็นต้องโชว์ฟอร์มเก่งเพื่อยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดเบให้ได้เป็นอันดับแรก ก่อนผันตัวเองขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลนาในอนาคต