อิร์ฟาน ฟานดี้ : สุดยอดแข้งดาวรุ่งเเดนลอดช่องผู้แบกนามสกุลของตำนานไว้บนบ่า

ในฐานะนักเตะจากสิงคโปร์เพียงรายเดียวที่เข้ามาติดในลิสต์ 20 ดาวรุ่งรุ่นยู 20 ของภูมิภาคอาเซียนของ FourFourTwo อิร์ฟาน ฟานดี้ จะมาจับเข่าพูดคุยกับเพื่อเเบ่งปันเรื่องราวการแบกความหวังของคนทั้งชาติไว้บนบ่าด้วยวัยเพียง 19 ปี

อิร์ฟาน ฟานดี้ ได้รับคำชื่นชมมาโดยตลอดสำหรับผลงานอันเลื่องลือของเขาในระยะหลัง และวันนี้เขาจะมาบอกเล่าให้คุณได้เข้าใจว่าเหตุใดเขาต้องพยายามมากกว่าเเละเหนื่อยหนักกว่าคนอื่นๆเป็น 2 เท่า
 
อิร์ฟราน คือเด็กหนุ่มที่เติบโตมาพร้อมๆกับการรับมือกับความคาดหวังระดับเฮฟวี่เวท สโมสรอย่าง อาร์เซน่อล,เชลซี และ เอซี มิลาน เองก็เคยจับตาดูฝีเท้าของเขาและน้องชายอย่าง อิกห์ซาน ฟานดิ้ ในช่วงวัยที่ทั้งคู่ยังเป็นเด็กๆ

"ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากนะและรู้สึกเหมือนกับว่าทำได้สิ่งที่ต้องการบางสิ่งได้สำเร็จและสิ่งเดียวที่ผมสามารถทำได้ในตอนนี้คือการทุ่มเททำงานหนักต่อไปโดยไม่ปริปากบ่น"

- อิร์ฟาน

นอกจากนี้ชื่อเสียงเรียงนามของเขาอาจจะฟังคุ้นหูของแฟนฟุตบอลอาเซียน ซึ่งนั่นก็ไม่น่าแปลกใจอะไรนักเพราะเขาคือลูกชายแท้ๆของ ฟานดี้ อาหมัด ตำนานกองหน้าดาวยิงของทีมชาติสิงคโปร์ในอดีต 
 
อย่างไรก็ตามความสามารถของเขาต่างหากที่ทำให้ตัว อิร์ฟาน สามารถเติบโตบนเส้นทางสายอาชีพได้ เขาได้ลงเล่นเกมแรกให้กับ โฮม ยูไนเต็ด ต้นสังกัดของเขาเมื่อปีที่ผ่านมานี้นี่เอง 
 
ดาวยิงวัย 19 ปี ถูกจัดอันดับให้อยู่ในลิสต์ 20 นักเตะชุดยู 20 ที่ดีที่สุดในภูมิภาคอาเซียนของ FFT และยังได้รับการจับตามองด้านพัฒนาการเกี่ยวกับฟุตบอลอย่างใกล้ชิด 
 
ขณะที่ อิร์ฟาน ก็ได้บอกเล่ผ่าน FFT สำหรับอนาคตที่แสนกดดันที่เขาต้องยอมแลกเพื่อความสำเร็จ นอกจากนี้เขายังต้องรับมือต่อความคาดหวังจากแฟนบอลสิงคโปร์อีกด้วย 
 

อิร์ฟานยิงไปทั้งหมด 4 ประตูจากการลงสนามให้โฮม ยูไนเต็ดทั้งหมด 7 นัด

"ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากนะและรู้สึกเหมือนกับว่าทำได้สิ่งที่ต้องการบางสิ่งได้สำเร็จ" อิร์ฟาน กล่าวหลังรู้ว่าเขาคือ 1 ในตัวเต็งนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของอาเซียน "สิ่งเดียวที่ผมสามารถทำได้ในตอนนี้คือการทุ่มเททำงานหนักต่อไปและห้ามปริปากเอ่ยคำว่ายอมแพ้ออกมาแม้แต่หนเดียว"

การทำงานหนักมันหมายความว่าเขาจะเป็น 1 นักเตะที่เป็นตัวเลือกสำหรับทีมชาติสิงคโปร์ชุดใหญ่เหมือนที่เขาเคยทำได้ในปีที่ผ่านมา ในระหว่างที่เขา
 
เขาถูกเรียกติดทีมชาติในเกมที่เจอกับ มาเลเซีย และ ฮ่องกง ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก่อนเขาจะได้ออกสตาร์ทตัวจริงเป็นครั้งแรกในเกมกับ ฮ่องกง 
 
"ในปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับผมพอสมควร ผมถูกเรียกตัวเข้ากองทัพและพลาดการซ้อมไปเยอะมากๆเลยทีเดียว" เขากล่าวกับ FFT
 
"แต่เมื่อผมได้ลองเริ่มฝึกซ้อมเเล้วผมก็ทุ่มเทให้กับมันอย่างเต็มที่ การโดนเรียกตัวติดทีมชาติเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์กันแบบสุดๆเพราะผมต้องถอนตัวออกมาจากกองทัพ แต่ยังไงมันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกอยากล้มเลิกอะไรหรอกนะ"

ไม่ว่าจะในบทบาทกองหน้าหรือกองหลังกับ โฮม ยูไนเต็ด อิร์ฟาน ต้องขอบคุณ ว.สุนทรมูรติ กุนซือทีมชาตสิงคโปร์ที่มอบโอกาสอันสำคัญให้แก่เขาและช่วยเติมเต็มความฝันในการรับใช้ชาติบ้านเกิดเหมือนที่ครั้งหนึ่งคุณพอของเขาได้เคยทำไว้ในอดีต

อิร์ฟานสามารถเล่นได้ทั้งกองหลังและกองหน้า

นอกจากมันยังช่วยทำให้เขารับมือกับความกดดันจากความคาดหวังของแฟนบอลและสื่อได้เป็นอย่างดี 
 
"ความกดดันลดลงอย่างชัดเจนสำหรับผมตอนที่ติดทีมชาตินัดเเรก ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผู้คนได้เห็นเเล้วว่าผมสามารถทำอะไรได้บ้างและผมคือ อิร์ฟาน ที่มีชื่อเป็นของตัวเอง"
 
"ผมรู้ว่าตอนนี้ผมแบกชื่อเสียงของพ่อไว้บนบ่าและผมพยายามทำงานให้หนักที่สุดเพื่อให้ครอบครัวและเพื่อนๆของผมได้ภาคภูมิใจ"
 
"ผมรู้สึกเสมอว่าผมต้องใช้ชีวิตอยู่บนความคาดหวัง และแน่นอนว่าผมไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้แต่สิ่งที่ผมทำคือได้คือการมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีเพื่อสร้างมันขึ้นมาด้วยฝีเท้าของตัวเองตามที่ผมหวังมาตลอด"
 
อีกเพียงหนึ่งปีเท่านั้นเขาก็จะเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้กองทัพสิงคโปร์และจากนี้ไปเขาจะสามารถมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาตัวเองในแง่ของฟุตบอลแบบเต็มที่
 
ด้านตัวเขาเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เดินทางเก็บประสบการณ์ด้านฟุตบอลในต่างประเทศ เหมือนที่เขาเคยอยู่กับ ยูนิเวอร์ซิดัด คาโตลิก้า ในประเทศชิลีก่อนที่เขาจะกลับมายังสิงคโปร์
 
"ตอนนี้ผมเป็นนักเตะของ โฮม ยูไนเต็ด" อิร์ฟาน กล่าว "ผมไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นไปในทิศทางไหนแต่ผมแต่หวังให้มันออกมาดีที่สุดเท่านั้นเอง ผมยังคงมีแผนการสำหรับการออกไปเรียนรู้ฟุตบอลในต่างเเดนเพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ"

Photos: S.League