The Italian job : 5 โจทย์ใหญ่ของคอนเต้ก่อนเริ่มต้นสิงห์บลูยุคใหม่

แกรี่ เฮย์ส คอลัมนิสต์ของเราได้วิเคราะห์ถึงแนวทางการเล่น, ตัวจริงและตัวสำรองของทัพเชลซีภายใต้การนำของอันโตนิโอ คอนเต้ไว้ดังนี้… 

1. แผนไหนดี?

นายใหญ่คนใหม่แห่งแคมป์สิงห์บลูยังคงปล่อยให้แฟนๆ ต้องเดาแผนกันต่อไป เพราะก่อนหน้านี้ในช่วงปรีซีซั่น เขาเลือกใช้แผน 4-2-4 ในเกมที่พบกับ ราปิด เวียนนา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เชลซีกลับมาเล่นแผนที่นับตั้งแต่หมดยุคของอาร์เยน ร็อบเบน และ ดาเมี่ยน ดัฟฟ์

ต้องยอมรับว่าเกมรุกของเชลซีนั้นดูดีกว่าฤดูกาลที่แล้วเสียอีก ทว่าคอนเต้ก็ปรับแผนอีกครั้งเป็นแบบ 4-1-4-1 ซึ่งทำให้ ดิเอโก้ คอสต้า หัวหอกตัวเก่งของพวกเขาต้องยืนค้ำในแดนหน้าคนเดียวอีกครั้ง ซึ่งแม้ว่า 4 ประตูที่เกิดขึ้นในเกมกับแวร์เดอร์ เบรเมนก็บอกได้เป็นอย่างดีว่าเกมรุก ของพวกเขามีประสิทธิภาพแค่ไหน แต่ขณะเดียวกัน 2 ประตูที่เสียไปก็บ่งบอกว่าพวกเขายังเหลือปัญหาอะไรบ้างที่ต้องแก้

หากลูกทีมของคอนเต้ยังเล่นกันเหมือนเกมก่อนหน้านี้ในเกมประเดิมซีซั่นใหม่พรีเมียร์ลีกที่จะเจอกับเวสต์แฮมละก็ พวกเขาคงต้องโดนทีมขุนค้อนลงโทษอย่างแน่นอน เพราะจะเห็นว่าเกมก่อนหน้านี้นั้น ทีมดังจากศึกบุนเดสลีก้ามีโอกาสมากมายจนน่าจะทำได้ถึง 4-5 ประตูด้วยซ้ำ ทำให้คอนเต้จะต้องรีบหาแผนที่เหมาะสำหรับทัพสิงห์บลูให้เจอโดยเร็วที่สุด

Antonio Conte

คอนเต้ยังไม่ชัวร์ว่าจะใช้แผนไหนดี

2. เทอร์รี่จะยืนระยะตลอดฤดูกาลได้หรือไม่?

แม้ว่า จอห์น เทอร์รี่ ปราการหลังระดับตำนานของเชลซีจะมีอายุปาเข้าไป 36 ปีในเดือนธันวาคม ทว่าเขาก็จะยังเป็นกำลังหลักของทีมอย่างแน่นอนแม้ว่าสังขารจะเริ่มโรยราบ้าง โดยเฉพาะในยามที่ทีมไม่สามารถหากองหลังรายใหม่เข้ามาเสริมทัพได้แบบนี้ เทอร์รี่จะยิ่งมีส่วนสำคัญมากขึ้นกว่าจากเดิมที่คอนเต้วางตัวเขาไว้ก็ได้

ในเกมกับเวสต์แฮมวันจันทร์ อดีตกุนซือยูเวนตุสจะมีกองหลังให้ใช้งานเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น เนื่องจาก เคิร์ท ซูม่า ยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่ ส่วน ปาปี้ ฌิโลโบฌี นั้นก็ย้ายไปร่วมทัพซันเดอร์แลนด์แล้ว, บาบ้า ราห์มาน เองก็ถูกปล่อยให้ชาลเก้ยืมตัว ขณะที่คนอื่นๆ อย่าง โอล่า ไอน่า, ไมเคิล เฮคเตอร์ และ แม็ตต์ เมียซก้า ต่างก็ยังขาดประสบการณ์ในการแข่งขันระดับสูง ดังนั้นทำให้กุนซือชาวอิตาเลียนรายนี้จะมีเพียง จอห์น เทอร์รี่, แกรี่ เคฮิลล์, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช และ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ให้ใช้งาน ซึ่งสาวกเชลซีคงจำได้ว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว 4 คนนี้ทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานกันหมด

John Terry

ความเป็นผู้นำและประสบการณ์ของเทอร์รี่จะเป็นส่วนสำคัญของทีม

3. ก็องเต้จะแก้ปัญหาแดนกลางได้หรือไม่?

อีกสิ่งหนึ่งที่หลายๆ คนต่างจับตามองคือ ก็องเต้จะรักษาฟอร์มเก่งสมัยอยู่เลสเตอร์ได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา เชลซีมีปัญหาในแดนกลางมาตลอดจนเป็นสาเหตุให้ทีมโชว์ผลงานได้ไม่ค่อยดีนักในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะการจับคู่กันของ เชส ฟาเบรกัส และ เนมันยา มาติช ที่ดูเหมือนคู่แข่งจะจับทางได้แล้ว

การเข้ามาของก็องเต้นั้น ทำให้คอนเต้ไม่จำเป็นต้องใช้งานฟาเบรกัสและมาติชพร้อมๆ กันดังที่เราเห็นกันในช่วงปรีซีซั่นซึ่งกุนซือรายนี้พยายามจัดแผนหลีกเลี่ยงให้ทั้งคู่อยู่ในสนามพร้อมๆ กัน ดังนั้นมันจึงเป็นไปได้ที่กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับทีมทันทีในวันจันทร์นี้

แม้ว่าก็องเต้จะได้รับการยกย่องให้เป็น โคล้ด มาเกเลเล่ คนต่อไป ทว่าก็ยังมีหลายๆ อย่างที่เจ้าตัวต้องพิสูจน์ ไม่ว่าจะเป็นอาการเก่งฤดูกาลเดียว ก็องเต้ต้องแสดงออกให้ได้ว่าเขาไม่ใช่นักเตะประเภทนั้น และเขายังต้องพยายามช่วยให้ทีมครองแดนกลางให้ได้มากกว่าฤดูกาลที่ผ่านมาด้วย ซึ่งถ้าหากเขาทำได้ มันจะทำให้เขาเป็นนักเตะที่สำคัญที่สุดในถิ่นแสตมฟอร์ด บริดจ์ประจำฤดูกาล 2016/17 นี้เลยทีเดียว

4. อาซาร์คืนชีพหรือยัง?

สาเหตุที่ทัพสิงห์บลูทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐานนั้นไม่ได้มาจากแค่กองกลางกับกองหลังที่เล่นได้ผิดฟอร์ม แต่อาซาร์เองก็เช่นกัน เขาแทบจะเป็นคนละคนกับเมื่อปีก่อนหน้า ซึ่งมันทำให้ความอันตรายในพื่นที่สุดท้ายของเชลซีหายไปพอสมควรเลยทีเดียว

การที่อาซาร์ไม่สามารถปั่นป่วนแนวรับของคู่แข่งได้ทางกราบซ้าย มันทำให้ทัพสิงห์บลูนั้นแทบจะไม่มีพิษสงใดๆ เลย คู่แข่งต่างจับทางของพวกเขาได้หมด ดังนั้นในปีนี้คอนเต้จึงต้องหาวิธีรีดฟอร์มปีกทีมชาติเบลเยี่ยมออกมาให้ได้ รวมถึงหาทางปรับทัพให้เล่นกันอย่างมีจินตนาการและกระตือรือร้นมากขึ้น

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาซาร์โชว์ฟอร์มไม่ออกนั้นก็เนื่องมาจากเจ้าตัวมีโอกาสบาดเจ็บที่สะโพก รบกวน ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะสลัดอาการบาดเจ็บนั้นได้เป็นที่เรียบร้อยและใกล้ที่จะฟิตสมบูรณ์ 100% แล้วด้วย ดังนั้นหากเขาสามารถเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมาได้ มันจะช่วยให้เชลซีกลายเป็นทีมที่น่ากลัวขึ้นมากทีเดียว

Eden Hazard Goal   Chelsea vs Tottenham 2-2

อาซาร์ยิงได้ในเกมกับสเปอร์ส

5. คอนเต้จะอยู่จนจบฤดูกาลหรือไม่?

หลายๆ สโมสรที่ประสบปัญหาเดียวกันเชลซีคงจะต้องให้เวลากุนซือใหม่ลองทีมอีกสักระยะหนึ่ง ทว่าสำหรับเชลซีนั้น ซึ่งพวกเขาไม่ใช่สโมสรทั่วๆ ไป นับตั้งแต่โรมัน อบราโมวิช นายทุนชาวรัสเซียเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเมื่อปี 2003 เขาได้ทำการไล่กุนซือและเปลี่ยนใหม่ถึง 10 คนแล้ว ซึ่ง 2 ใน 10 คนนั้นคือ โชเซ่ มูรินโญ และ กุส ฮิดดิ้งค์ ที่ต่างโดยไล่ออกคนละ 2 รอบ ดังนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องยากเลยถ้าหากคอนเต้ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหมาย และจะโดนเสี่ยหมีสำเร็จโทษ

ทว่าสำหรับตอนนี้ มันยังไม่มีทีที่ท่าว่าจะเป็นเช่นนั้น เนื่องจากคอนเต้นำลูกทีมทำผลงานได้ดีพอสมควรในช่วงปรีซีซั่นจนสามารถพิสูจน์ตัวเองกับเหล่าแฟนบอลได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งตัวนักเตะของทีมเองก็ดูจะมีความสุขดีภายใต้การทำทีมของกุนซือรายนี้ ซึ่งแน่นอนว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป เชลซีก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปลดเขาออกจากเก้าอี้

อย่างไรก็ตามการพลาดแม้เพียง 2-3 นัด รวมทั้งหากทีมมีแววว่าจะพลาดโอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรป 2 ฤดูกาลติดต่อกันละก็ อบราโมวิชก็คงไม่รีรออย่างแน่นอน เพราะดูอย่างมูรินโญ่ ผู้ที่พาเชลซียิ่งใหญ่ยังไม่สามารถต้านทานอำนาจของบิ๊กบอสแห่งแสตมฟอร์ด บริดจ์ได้เลย ดังนั้นคอนเต้ก็คงจะไม่รอดเช่นกันหากทำผลงานไม่เข้าตาขึ้นมา

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

กูร์กตัวส์, อิวาโนวิช, เคฮิลล์, เทอร์รี่, อัซปิลิกวยต้า, ก็องเต้, วิลเลียน, ฟาเบรกัส, ออสการ์, อาซาร์ และ คอสต้า

นอกจากนี้อนาคตของออสการ์ยังเป็นที่พูดถึงอย่างมากเนื่อง ทว่าหลังจากที่เจ้าตัวจัดการทำไป 3 ประตูใน 2 เกมที่ลงสนามช่วงปรีซีซั่น ทำให้เจ้าตัวยังสามารถแสดงให้เห็นว่าเขายังมีประโยชน์ต่อทีม ส่วนฟาเบรกัสนั้นเป็นกองกลางที่ยืนพื้นให้กับเชลซีอยู่แล้ว ดังนั้นอีกตำแหน่งที่เหลือจึงต้องให้ก็องเต้และมาติชแย่งกัน ซึ่งเชื่อว่ามันจะตกเป็นของก็องเต้เพื่อที่จะรับบทเป็นกองกลางตัวตัดเกม ดังนั้นการใช้บริการทั้ง 3 คนนี้น่าจะทำให้กองกลางของเชลซีสมดุลมากกว่าเดิม ส่วนตำแหน่งอื่นๆ นั้นก็ค่อนข้างแน่นอนอยู่แล้ว