It’s Show Time : 10 แข้งดาวรุ่งถึงเวลาแจ้งเกิด (แบบเต็มตัวอีกครั้ง)

กฏของไทยลีกคือการจำกัดโควตานักเตะต่างชาติให้ลงเล่นได้แค่ 3+1 นั่นหมายความว่าอีก 7 ตำแหน่งที่เหลือจะต้องเป็นพื้นที่ของนักเตะไทย ตรงนี้ช่วยมอบโอกาสให้นักเตะไทย ได้อวดฝีเท้า 

และมีหลายครั้งที่บรรดาดาวรุ่ง คว้าโอกาสที่ได้รับ สร้างชื่อจนกลายเป็นแข้งแถวหน้าของเมืองไทย เช่นกันกับในฤดูกาล 2017 มีดาวโรจน์อีกมากมายที่ต่อคิวรอที่จะแจ้งเกิด บ้างมีชื่อเสียงมานาน บ้างเป็นขาประจำของทีมชาติชุดเยาวชน แต่ยังไปไม่สุดซักที แต่ปีนี้ถึงเวลา Show Time ของพวกเขาเหล่านี้แล้ว

ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร

ล้มแล้วต้องลุก

ถ้าพูดบิ๊กทีมในเมืองไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด , บีอีซี เทโรศาสน รวมไปถึง สุพรรณบุรี เอฟซี คงยากที่จะหานักเตะที่เคยลสังกัดครบทั้ง 4 สโมสรที่ว่ามา แต่ “ชิชา” ผ่านมาหมดแล้วด้วยวัยเพียงแค่ 22 ปีเท่านั้น

ลูกครึ่งไทย-ลาวที่ไปเติบโตที่ สวิสเซอร์แลนด์ ดินแดนที่สวยที่สุดในทวีปยุโรป และค้นพบพรสวรรค์ในด้านลูกหนังของตัวเองในการลงเล่นกับ เวอดอน สปอร์ต ในแดนนาฬิกา และถูกทีมดังในศึกกัลโชเซเรียอา ที่พูดไปคงไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง ซามพ์โดเรีย มาซื้อตัวไปร่วมทัพ ซึ่งที่นั่นเขาได้ร่วมทีมกับ เมาโร อิคาร์ดี้ กองหน้าเลือดอาร์เจนไตน์ ที่ตอนนี้เป็นกัปตันทีมของ อินเตอร์ มิลาน ไปแล้ว

แต่ดูเหมือนเส้นทางของ ชิตชนก จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนเพื่อนร่วมทีม ที่ก้าวไปไกล เมื่อตัวเขาประสบโชคร้ายบาดเจ็บที่หัวเข่าขนต้องหยุดเล่นฟุตบอลไปเป็นปี และเมื่อรักษาตัวได้ในระดับหนึ่งก็เลือกที่จะกลับมาเล่นในไทยลีก กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ตอนนั้นพลิกแผ่นดินยุโรปตามหาลูกครึ่งฝีเท้าดีมาร่วมทัพ ทำให้ เขา และ ชาริล ชัปปุยส์ ได้มาร่วมทีมกัน

แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่ยังหายไม่ขาดทำให้เขาถูกส่งตัวกลับไปรักษา และสุดท้ายถูกปล่อยตัวไปให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมคู่แข่งโดยที่ไม่ได้โอกาสแม้แต่จะลงเล่นให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แม้แต่เกมเดียว

ด้วยดีกรีที่ผ่านมา ไม่น่าแปลกใจที่ เขาจะถูกคาดหวังในตัวเอาไว้สูง แต่เมื่อย้ายมาอยู่กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด เหมือนอาการบาดเจ็บยังรุมเร้า แต่ก็ยังได้ลงสนามให้ทีม กิเลนผยอง 1 นัด และยิงได้ 1 ประตู ก่อนที่จะถูกส่งตัวต่อไปให้ บีอีซี เทโรศาสน ดูแลต่อ ภายใต้การคุมทีมของ โบซิดาร์ บันโดวิช

ฤดูกาลแรกกับ มังกรไฟ ชิชาได้ลงสนามแค่ 47 นาทีเท่านั้น ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวไปให้ พีทีที ระยอง ยืมตัวไปใช้งาน เพื่อลุ้นหนีตาย แต่โอกาสยังไม่ตกมาถึงมือของเขา เมื่อได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงแค่เกมเดียว ก่อนถูกส่งกลับไปให้ บีอีซี เทโร หลายอย่างเปลี่ยนไป สุดท้ายเป็นสุพรรณบุรี เอฟซี ที่ดึงตัวเขาไปร่วมทีม

แต่ผ่านสองฤดูกาลกับ ทีมช้างศุกยุทธหัตถี โอกาสของ ชิตชนก ยังมีไม่ถึง 20 เกม โดยได้ลงสนามไปแค่ 17 นัดเท่านั้น แถมยิงประตูให้ทีมได้แค่ 2 ประตู ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นการยิงประตูใส่ เมืองทอง ทีมเก่า  พร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของโค้ชที่มาลงตัวที่ เซอร์จิโอ ฟารีอาส ที่กลับมาคุมทีมอีกครั้งหนึ่ง และเลือกที่จะเก็บเขาไว้ จนในฤดูกาลใหม่ที่จะมาถึง

แม้ว่าผลงานในช่วงปรีซีซั่นของทีมจะดูไม่ดีนัก แต่ตัวเขาก็มีส่วนร่วม และได้ลงเป็นตัวจริงเกมอุ่นเครื่องกับทีมแกร่งจากเจลีกอย่าง โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส น่าจะพอเชื่อได้ว่า ปีนี้ชื่อของเขายังคงอยู่ในแผนการทำทีม และแม้จะต้องเจ็บกี่ครั้ง ผ่านความเจ็บปวดอีกกี่หน ชิตชนก ไชยเสนสุรินธร ก็ยังพร้อมที่จะแจ้งเกิดแบบเต็มตัวอีกครั้ง

Pages