กาบิโกลตกสวรรค์ : เหตุใดแข้งค่าตัว 35 ล้านยูโรได้ลงเล่นทั้งปีแค่ 92 นาที?

กาเบรียล บาร์โบซ่า โกลเด้นบอยเบอร์ต้นๆของวงการฟุตบอลบราซิลผู้แบกความหวังมากมายของทัพ เซเลเซา กำลังเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในอิตาลีนับตั้งแต่เขาย้ายมาร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน ในซัมเมอร์ที่ผ่านมา…

เกิดอะไรขึ้นทำไม กาบิโกล จึงได้ลงสนามแค่ 92 นาทีหลังจากเวลาผ่านไปแล้วครึ่งฤดูกาล…FFT จะเล่าให้คุณฟัง

รู้จักกับเขากันก่อน

กาบิโกล มีชื่อเต็มๆว่า กาเบรียล บาร์โบซ่า เกิดที่เมือง เซา เปาโล เมื่อปี 1996 ... เขาเข้าสู่ระบบเยาวชนของ ซานโตส ตั้งแต่อายุ 8 ขวบก่อนจะใช้เวลาพัฒนาตัวเองจนถึงอายุ 16 ปีก็ได้รับสัญญาอาชีพจาก ซานโตส พร้อมมีค่าฉีกสัญญาที่สูงถึง 50 ล้านยูโร ... กาบิโกล ลงเล่นให้ซานโตสชุดใหญ่ในตำแหน่ง 3 ตัวรุกหลังกองหน้าตัวเป้า โดยทำแหน่งที่ถนัดที่สุดคือตัวรุกฝั่งขวา เขาลงเล่นทั้งหมด 83 เกมและซัดไป 24 ประตู พร้อมกวาดรางวัลมากมายตั้งแต่อายุยังน้อยและนั่นทำให้ อินเตอร์ มิลาน ซื้อตัวเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโรในซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ใครเป็นคนซื้อ?

จริงอยูเมื่อครั้งที่ กาบิโกล ย้ายมาอยู่กับ อินเตอร์ เขาสร้างเสียงฮือฮาให้กับโลกของฟุตบอลอย่างมากหลังจากเพิ่งพาทีมชาติบราซิลคว้าเหรียญทองศึกโอลิมปิคที่กรุงริโอมาหมาดๆ ว่ากันว่า "ซูหนิง กรุ๊ป" กลุ่มทุนจีนที่เป็นเจ้าของทีม งูใหญ่ ในเวลานี้ชื่นชอบผลงานของดาวเตะชาวเเซมบ้าเป็นส่วนตัวและดึงตัวเขามาร่วมทีมโดยได้รับการสนับสนุนจาก  ปิเอโร่ เอาซิลิโอ ผู้อำนวยการสโมสรที่เห็นดีเห็นงามกับนายใหม่ทันที่ที่มีโอกาส อย่างไรก็ตามมีข่าวเล็ดลอดว่าดีลดังกล่าวไม่ได้มีการปรึกษา แฟร่งค์ เดอ บัวร์ กุนซือของทีมในเวลานั้น และถึงแม้กุนซือชาวดัตช์จะคัดค้านแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะ เอาซิลิโอ ผู้อยู่มาก่อนนั้นมีอำนาจที่เเข็งเเกร่งกว่า เดอ บัวร์ มากนัก

แล้วเรื่องต่อจากนั้นล่ะ?

แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะใช้ระบบการเล่น 4-3-3 ในฤดูกาลนี้นั่นหมายความว่า เมาโร อิคาร์ดี้ ที่เป็นดาวยิงเบอร์หนึ่งของทีมจองไว้ 1 จาก 3 ตำแหน่งในแนวรุกแล้วแน่ๆ 1 คน ส่วนกราบสองข้างก็เป็นหน้าที่ของ อันโตนิโอ คันเดรว่า ปีกดีกรีทีมชาติอิตาลีที่พิสูจน์ตัวเองมาอย่างโชกโชน ด้านฝั่งซ้ายก็แรงไม่แพ้กันนั่นคือ อิวาน เปริซิช ปีกความเร็วสูงทีมชาติโครเอเชียที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในศึกยูโร 2016 กับทีมตราหมากรุุก .... นั่นเท่ากับว่าที่ว่างสำหรับ 11 ตัวจริงของ กาบิโกล ถูกปิดลงตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เพราะระบบการเล่น 4-3-3 จะไม่มีมิดฟิลด์ตัวไหนที่ยืนหลังกองหน้าเลย ทั้ง 3 คนจะต้องยืนระนาบเป็นแนวเดียวกันซึ่งผู้รับผิดชอบก็มีครบเเล้วทั้ง 3 ตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น แกรี่ เมเดล,เอแวร์ บาเนก้า และ เจา มาริโอ

ครั้นจะมองไปที่ตำแหน่งตัวรุกสำรองมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดีเพราะมี สเตวาน โยเวติช,เอเเดร์ และ โรดริโก้ ปาลาซิโอ ที่ก็ต้องประสบชะตากรรมเดียวกับเขา

สิ่งที่ กาบิโกล ได้รับ?

ไม่รู้ว่าข่าวลือที่บอกว่า เดอ บัวร์ ไม่ต้องการตัวเขาเป็นจริงหรือไม่แต่สิ่งที่ กาบิโกล ได้รับดูเหมือนจะบ่งชี้ว่ามันเป็นอย่างนั้น ... ดาวเตะวัย 20 ปีโดนหมางเมินจากกุนซือแฟรงค์มาโดยตลอดแม้ว่าเขาจะให้สัมภาษณ์บ่อยๆในเชิงที่ว่า "กาบิโกลพร้อมที่จะลงสนามเเล้ว" ทว่านับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับทีมงูใหญ่ในวันที่ 30 สิงหาคม 2016  4 นาทีในเกมกับ ลาซิโอ และอีก 1 นาทีในเกมถัดมากับ ซัสซัวโล่ และล่าสุด 72 นาทีในเกมบอลถ้วยกับ โบโลญญา นั่นคือโอกาสที่ กาบิโกล ได้รับ ขณะที่เกม ยูโรป้า ลีก ที่ เดอ บัวร์ มักจะใช้นักเตะสำรองลงสนามเขาก็ไม่ส่งชื่อ กาบิโกล ในทะเบียนนักเตะอีกต่าง ที่น่าแปลกกว่านั้นคือ อินเตอร์ ยอมจ่ายเงินเพิ่มอีก 5 ล้านยูโรเพื่อทำให้เขามาอยู่กับทีมตั้งแต่ตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ แต่สิ่งที่เเสดงออกมาให้เห็นมันดูย้อนแย้งหรือเปล่า เพราะถ้าหาก เดอ บัวร์ มองเห็นพรสวรรค์ที่อยู่ในตัวของ กาบิโกล จริงแต่มองว่าเจ้าตัวยังเด็กเกินไปสำหรับเกมยุโรปเขาก็ควรปล่อยให้ กาบิโกล เล่นกับ ซานโตส ต่อไปเพื่อย้ายทีมมาอีกครั้งในช่วงเวลาที่ทั้งสองสโมสรตกลง ... อินเตอร์ ไม่เสียเงิน 5 ล้านยูโร ขณะที่ กาบิโกล ได้พัฒนาฝีเท้าต่อไปกับ ซานโตส มันน่าจะเป็นอะไรที่วินๆกันทุกฝ่ายมิใช่หรือ?

สงครามเย็นในสโมสร

แฟรงค์ พร่ำบอกอยู่เสมอว่าเวลาของ กาบิโกล จะมาถึง ... มันคือสิ่งที่เขาให้สัมภาษณ์เสมอมา "โอกาสของ กาบิโกล จะมาถึงแน่ ทุกอย่างมันอยู่ในขั้นตอน เรากำลังผ่านในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่เวลาของเขาจะมาถึงอย่างแน่นอน" คำพูดอาจจะดูมีความหวังแต่สิ่งที่ แฟรงค์ เอ่ยมากลับมีค่าแค่ 4 นาทีสำหรับ กาบิโกล แน่นอนถึงตอนนี้ คนที่อนุมัติซื้อตัวดาวเตะรายนี้อย่าง เอาซิลิโอ พร้อมเเล้วที่โยนหินถามทางไปยังกุนซือของทีม “กาบิโกลต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอิตาลี อีกทั้งยังต้องการเวลาในการร่วมงานกับ เดอ บัวร์ และเพื่อนร่วมทีมมากกว่านี้เขามีทัศคติที่ยอดเยี่ยมและมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ เรายอมรับและชืนชมในทักษะของเขาที่สามารถเล่นตรงไหนก็ได้ในแนวรุก เขามอบบางสิ่งที่แตกต่างออกไปเมื่อเทียบกับตัวรุกคนอื่นของเรา ตอนนี้ขึ้นอยู่กับเดอ บัวร์แล้วที่จะดึงฟอร์มเก่งของเขาออกมาได้หรือไม่” คำตอบก็ชัดเจนนั่นคือ "ไม่" เพราะหลังจากที่ แฟรงค์ คุมอินเตอร์ได้เพียง 84 วันเขาก็โดนไล่ออกจากตำแหน่งด้วยผลงานที่ย่ำแย่ที่ทำให้ทีมห่างไกลโอกาสคว้าตั๋วลุยฟุตบอลเเชมเปี้ยนส์ลีกมากขึ้นทุกที

ได้เวลาสาวไส้

"แฟรงค์ ไม่เคยต้องการให้ดีลนี้เกิดขึ้นเลยรู้ตัวอีกที กาบิโกล ก็มาจ่อหน้าปากประตูสโมสรเล้ว"

- โรนัลด์ เดอ บัวร์

ทันที่ที่ แฟรงค์ เดอ บัวร์ โดนไล่ออกอย่างสายฟ้าแล่บก็ได้เวลาที่ โรนัลด์ เดอ บัวร์ แฝดผู้น้องของเขาจะออกมาพูดในสิ่งที่พี่ชายไม่กล้าพูด "ผมผิดหวังเช่นเดียวกับแฟรงค์ เขามีเจตจำนงค์ที่ต้องการทำทีมต่อไป เขาอาจไม่ได้ทำให้ทุกสิ่งมันออกมาดูเฟอร์เฟ็คต์แต่ต้องยอมรับว่ามีหลายปัจจัยที่ทำให้มันเป็นเช่นนั้น" โรนัลด์ เกริ่นนำก่อนร่ายยาวถึงพี่ชายของเขา "ทีมยังไม่พร้อมจะเล่นฟุตบอลตามที่แฟรงค์ต้องการ อีกทั้งขนาดทีมก็ใหญ่เกินไป มีนักเตะถึง 7-8 ที่แฟรงค์ต้องการขาย แต่ซ้ำร้ายเขากลับได้นักเตะที่เขาไม่ต้องการเข้ามาเพิ่มเติมในทีม" เตรียมตัวให้ดีประโยคเด็ดกำลังจะมา...

"อย่างเช่น กาเบรียล บาร์โบซ่า นั้น แฟรงค์ ไม่เคยต้องการให้ดีลนี้เกิดขึ้นเลยรู้ตัวอีกที กาบิโกล ก็มาจ่อหน้าปากประตูสโมสรเล้ว ... แฟรงค์พยายามที่จะสร้างฟุตบอลในแบบฉบับของเขาให้ได้และมุ่งมั่นกับเรื่องฟุตบอลเพียงอย่างเดียวทว่าหลายสิ่งที่เขารับมือมันก็เกินตัวจนเกินไป ... เราคิดว่าอินเตอร์จะเป็นทีมที่ดีและเหมาะสมกับเขาแต่ต้องยอมรับว่านี่มันคือการตัดสินที่ผิดพลาด"

แม้ โรนัลด์ จะไม่ยอมโทษพี่ชายของเขาเลนแม้แต่น้อยสำหรับผลงานที่ย่ำแย่ต่ำกว่าสิ่งที่คาดหวังไว้แสนไกลซึ่งดูแล้วแฟรงค์เองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน …  ทว่าเราจะขอพูดถึงประเด็นของ กาบิโกล เท่านั้น ... เห็นได้ชัดว่าการจัดการภายในของอินเตอร์มีหลายขั้วอำนาจ ผู้จัดการทีมไม่ได้รับสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจแต่ละเรื่อง แล้วใครล่ะที่จะได้ประโยชน์จากดีลนี้? ... ใครจะไปรู้ ไม่แน่อาจจะเป็นอนุมัติการซื้อขายครั้งนี้อย่าง เอาซิลิโอ ก็ได้เขามีคอนเน็คชั่นในวงการฟุตบอลมากมายและเรื่องผลประโยชน์มันก็หอมหวลเสมอสำหรับมนุษย์ขี้เหม็นอย่างเราๆ

ฟ้าหลังฝน

หลังจากการจากไปของ แฟรงค์ เดอ บัวร์ ทำให้ กาบิโกล ได้มีโอกาสกลับมาสู้อีกบนเส้นทางของเขาอีกครั้ง สเตฟาโน่ ปิโอลี่ กลายเป็นกุนซือคนใหม่ของ อินเตอร์ เขาไม่ได้มีคำหวานที่ให้ความหวังอย่างแฟรงค์ ทันทีที่โดนถามเกี่ยวกับโอกาสของ กาบิโกล ปิโอลี่ ก็ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า "เขาจะได้ลงเล่นก็ต่อเมื่อผมตัดสินใจเท่านั้น เป้าหมายเดียวของผมคือเราต้องเป็นทีม หากผมคิดว่า กาบิโกล ดีกว่าคนอื่นๆในทีมเมื่อไหร่ผมก็จะส่งเขาลงเล่น"

ต้องช่วยตัวเอง

ตอนนี้ กาบิโกล ต้องถามตัวเองแล้วว่าเขาพลาดอะไร,จุดไหนไปหรือเปล่าจึงทำให้เขาไม่ได้รับโอกาสลงสนาม แต่อย่างน้อยก็เป็นสัญญาณดี เขาอาจจะไม่ได้รับคำสัญญิงสัญญาอะไรเหมือนที่ เดอ บัวร์ เคยว่าไว้ แต่คำพูดของปิโอลี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กาบิโกล จะรอให้สื่อ,เอเย่นต์หรือแม้แต่ผู้อำนวยการสโมสรอย่าง เอาซิลิโอ คุ้มกะลาหัวต่อไม่ได้อีกเเล้ว หากเขาอยากลงเล่นเขาต้องทุ่มสุดตัวใส่ทุกอย่างที่เขามีเพื่อโอกาสที่มากกว่าในช่วงครึ่งทางที่ผ่านมา … เว้นเสียเเต่ว่าเขาคิดที่จะย้ายออกจากทีมและไม่ขอสู้ต่อ

ตอนนี้ กาบิโกล ได้ลงสนามให้กับ อินเตอร์ เพิ่มเติมไปแล้วอีก 16 นาทีซึ่งเกิดขึ้นในเกมกับ โบโลญญ่า ในศึก โคปา อิตาเลีย นั่นคือข่าวดีเพราะอย่างน้อย เอาซิลิโอ ก็ไม่มีความคิดๆที่จะพัฒนาเขาด้วยการจับดองอยู่ข้างสนาม เราต้องมาลุ้นกันต่อว่าหาก กาบิโกล ได้โอกาสมากกว่านี้หรือไม่และหากเขาทำผลงานได้ดี ปิโอลี่ จะรักษาคำพูดของเขาหรือเปล่า? เรื่องนี้เวลาจะให้คำตอบอย่างแน่นอน