กาลครั้งหนึ่งในยุโรป : เพื่อนร่วมห้องของ...ธีรเทพ วิโนทัย

“เดี๋ยวคุณนอนกับ โธมัส นะ...พวกคุณเล่นตำแหน่งใกล้ๆกัน มีอะไรก็จะได้พูดคุยกัน”

เฮอร์มันน์ เฮลเลพุตเต้ เฮดโค้ชของ เค ลีร์เซ่ ทีมลีกรองของประเทศเบลเยี่ยมพูดกับ ธีรเทพ วิโนทัย กองหน้าทีมชาติไทย ที่เพิ่งเข้าร่วมทีมเมื่อปี 2009 มันทำให้เขาประหม่าเล็กน้อย ที่ได้มานอนร่วมห้อง เป็นรูมเมทกับนักฟุตบอลที่เคยเห็นอยู่บ่อยๆบนหน้าจอโทรทัศน์…  

“บอกตามตรงว่าช่วงแรกๆ ที่มันยาก เพราะผมต้องนอนกับ โธมัส ราดซินสกี้ พูดง่ายๆ คือ เขาก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีชื่อเสียงระดับโลก เล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เล่นเอฟเวอร์ตัน, ฟูแล่ม ซึ่งเราเคยเห็นเขาทางโทรทัศน์บ่อยๆ อยู่แล้ว ซึ่งตอนที่เขามา เขาก็เปรียบเสมือนซีเนียร์ในทีมเป็นซูเปอร์สตาร์ การที่เรานอนกับเขามันก็ต้องปรับตัวเข้าหา เขาสามารถพูดคุยกับคนอื่นๆในภาษาดัตช์ ซึ่งเราพูดไม่ได้ เราเป็นแต่ภาษาอังกฤษ เขาเป็นเพื่อนร่วมห้องเราก็จริง แต่เขาก็ไม่ค่อยอยู่ห้องไง พอกลับเข้ามาก็นอนแล้ว” ธีรเทพ เริ่มเล่าให้ฟังถึงชีวิตใหม่ที่เบลเยี่ยม

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นสักเล็กน้อยประมาณปี 2006… โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ หนุ่มใหญ่ชาวเบลเยี่ยมผู้มาหากินในวงการลูกหนังไทย เสนอตัวพา “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ดาวรุ่งพุ่งแรงของไทยและ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสนในเวลานั้นไปค้าแข้งที่ฝรั่งเศส...เขาแสดงความเชื่อมั่นในฝีเท้าของ “ลีซอ” แต่เด็กหนุ่มผู้ทะเยอทะยานกลับตอบปฏิเสธว่า “ผมคิดว่าผมยังไม่ดีพอ ผมยังอยากจะบ่มฝีเท้าให้มากกว่านี้อีกสัก 2 ปี ผมยังคิดว่าต้องแข็งแกร่งกว่านี้ ถึงจะไปเล่นยุโรปได้”

จนกระทั่งจบปี 2008...มันเป็นฤดูกาลที่ดีของ ธีรเทพ วิโนทัย เขาพาทีมจบอันดับ 3 พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปี แม้ไม่ได้เป็นดาวซัลโวของลีก (ปีนั้น อานนท์ สังสระน้อย เป็นดาวซัลโว ยิงไป 20 ประตู) หลายๆปัจจัยทำให้เขามั่นใจว่าเขาพร้อมแล้ว ทั้งสภาพร่างกาย จิตใจ และฟอร์มการเล่นกับสโมสร ขณะที่ผลงานกับทีมชาติไทยก็กำลังไปได้สวย มันอยู่ในช่วงเวลาที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับเขาที่ต้องออกไปหาความท้าทายที่ต่างแดน ด้วยวัย 24 ปี ณ ขณะนั้น  

“โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ ติดต่อผมมาอีกครั้ง เขาบอกว่ามีทีมจากเบลเยี่ยมสนใจ เป็นทีมจากดิวิชั่น 1 (ลีกรอง) ซึ่งผมน่าจะมีโอกาสได้เล่น ผมเดินเข้าไปพบนายไบรอัน (แอล มาร์คา) ที่ช่อง 3 ผมบอกกับท่านว่า มันถึงเวลาของผมที่ต้องขยับขยายแล้ว และท่านก็ยินดี”

“ตอนนั้นผมต้องการไปเล่นที่ยุโรปจริงๆ ไม่ได้ต้องการแค่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนไทยที่ไปเล่นที่ยุโรป ไม่มีเรื่องของการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมอยู่ในจุดพีค และมั่นใจว่าพร้อมจริงๆว่าเล่นที่ยุโรปได้ และพ่อผมก็เชื่อแบบนั้น เขาพูดกับโรเบิร์ตอย่างดุดันว่า เขาไม่ต้องการให้ลูก (ผม) ถูกลอยแพ ซึ่งร็อบ เขาก็บอกว่า เขาเป็นลูกผู้ชายมากพอที่จะไม่ทำแบบนั้น และจุดหมายปลายทางก็คือ เค ลีร์เซ่”

เค ลีร์เซ่ ทีมจากจังหวัดอันท์เวิร์ป ดินแดนทางตอนเหนือของเบลเยี่ยม มันเป็นเมืองใหญ่ที่มีผู้คนอาศัยกันเกือบ 2 ล้านคน...ที่นั่นผู้คนใช้ภาษาดัตช์กัน เพราะเป็นเมืองที่ติดกับเนเธอร์แลนด์… แน่นอนว่า ธีรเทพ วิโนทัย ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองนี้มากนัก ตลอดจนฟุตบอลเบลเยี่ยม เขารู้จักชื่อเฉพาะบางทีมที่โลดแล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างไรก็ตามชีวิตของเขากับต้นสังกัดใหม่ไม่ได้เริ่มต้นที่เบลเยี่ยม แต่กลับเป็นประเทศอียิปต์ บ้านเกิดของ มาเก็ด ซามี่ เจ้าของสโมสร พร้อมได้รู้ถึงต้นสายปลายเหตุที่ทำให้สโมสรแห่งนี้สนใจดึงตัวเขาไปร่วมทีม…

“หลังจากมีการเซ็นสัญญากันที่เมืองไทย ผมก็บินตรงไปที่อียิปต์ เพราะตอนนั้นทางสโมสรเก็บตัวกันอยู่ที่นั่น รุ่งเช้าของอีกวันหลังเดินทางถึงอียิปต์ พวกเราก็ลงมารับประทานอาหารกัน ผมเจอกับ มาเก็ด ซามี่ ประธานสโมสร”

“ผมดีใจมากที่เราได้คุณมาร่วมทีม” มาเก็ด ซามี่ เริ่มพูดกับ ธีรเทพ วิโนทัย พร้อมกับจับมือทักทาย

“ผมประทับใจคุณตอนที่เห็นคุณยิงประตูให้ทีมชาติไทยเกมพบกับทีมชาติบาห์เรน” (เกมที่ ธีรเทพ ใช้ข้างเท้าด้านนอกเกี่ยวบอลหลุดเข้าไปยิงประตูด้วยซ้ายสุดสวยในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2008 ซึ่งไทยแพ้บาห์เรนไป 2-3 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน) “เรายินดีจริงๆ” เจ้าของสโมสรชาวอียิปต์ แสดงท่าทีเนื้อเต้นกับการได้กองหน้าตัวใหม่มาสู่ทีม

ชีวิตของของนักฟุตบอลไทยคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายนัก แม้ “ลีซอ” จะมีคุณสมบัติของนักเตะยุโรปอยู่อย่างเปี่ยมล้น ทั้งความมั่นใจ, ทัศนคติ, วินัย, ตลอดจนการรู้จักปรับตัว เขาเติบโตจากอะคาเดมี่ของคริสตัน พาเลซ มันจึงทำให้เขาเคยมีพื้นฐานการใช้ชีวิตในยุโรปมาบ้าง แต่วิถีอาชีพของจริงเป็นอะไรที่แตกต่างกันออกไป…เขาต้องปรับตัวเสียใหม่ และก็โชคดีเหลือเกินที่มีนักเตะที่เคยโลดแล่นระดับชั้นนำของโลกมายาวนานหลายปีคอยชี้นำ  

“ช่วงแรกๆ ผมยอมรับว่ามีแอบร้องไห้… มันค่อนข้างทรมาน เพราะทุกอย่างมันใหม่สำหรับเรา ผมพูดภาษาดัตช์ไม่ได้ ตอนนั้นเราได้แต่ภาษาอังกฤษ แต่ผมมีความมั่นใจ ผมไม่กลัว ขอแค่ฟันฝ่าข้างหน้า ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรอย่างอื่น เรื่องอาหารการกิน พ่อผมสอนว่าให้กินง่าย ผมใช้เวลาประมาณ 1 - 2 สัปดาห์เท่านั้นในการปรับตัว”

“ตอนถึงเบลเยี่ยม โค้ช (เฮอร์มันน์ เฮลเลพุตเต้) มาบอกให้ผมนอนกับ โธมัส (ราดซินสกี้) ผมก็มีตื่นเต้นบ้าง โอเคแหละ คือ เขาไม่ใช่นักเตะระดับคริสเตียโน่ โรนัลโด ที่จะทำให้เราตื่นเต้นมากมาย แต่เราก็เคยเห็นเขาเล่นระดับสูงในอังกฤษมานาน มันก็ถือเป็นความรู้สึกที่ดี”  

“ช่วงแรกๆ ผมกับเขาก็ไม่ค่อยได้สนิทกันเท่าไหร่หรอก คือ ราดซินสกี้ เขามีโลกส่วนตัวสูง อีกอย่างเป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ของทีม ส่วนใหญ่เขาก็จะอยู่กับพวกซีเนียร์ในทีมด้วยกัน หรือไม่ก็โค้ชซะมากกว่า อะไรแบบนี้ เขาจะเป็นคนติสต์ๆหน่อย อาหารก็เอามาจากบ้านเอง มีภรรยาทำให้ ทำอะไรช้าๆ อย่างเขามาถึงสนามก่อนเวลาก็จริง แต่จะมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ค่อยๆดูหนังอย่างสบายใจ แต่พอถึงเวลาลงซ้อม เขากลับจริงจังขึ้นมา คือ เขาเหมือนนักแสดงนะ ถ้าบอกให้ร้องไห้เดี๋ยวนั้นก็ร้องไห้ได้เลย เหมือนกับเขาที่พอบทต้องลงมาซ้อมเขาก็ “ปึ้บปั๊บ” ได้เลย”

“ผมพยายามเข้าหาเขามากขึ้น พูดคุยด้วย ซึ่งเขาก็เป็นคนที่ดีคนหนึ่ง เขามักเล่าประสบการณ์หลายๆ อย่างให้เราฟัง รวมถึงชีวิตในวัยเด็กของเขา จนวันหนึ่งเราดันมาเจอเรื่องที่คุยกันถูกคอ คือ เรื่องรถสปอร์ต เขาขับรถเฟอร์รารี่มาซ้อม นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่เรามีบทสนทนากันเกี่ยวกับเรื่องรถ เราสนิทกันมากขึ้น เริ่มไปกินข้าวกันอะไรกัน”

“ผมเนี่ย...ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างจาก ราดซินสกี้ เขาสอนผมหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการเคลื่อนที่เวลาเราอยู่ที่สนามซ้อม...ตอนผมอยู่ เค ลีร์เซ่ ผมจะเล่นเป็นปีกขวา ส่วนเขาเป็นกองหน้า เราก็จะเล่นใกล้ๆกัน ผมบอกเลยว่ามันง่ายมากในการเล่นกับ ราดซินสกี้ เพราะทุกครั้งที่ผมเงยหน้ามา เขาจะอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะรับบอลจากผมตลอดเวลา เขาจะเคลื่อนที่ไปจุดที่เราจ่ายได้ คือ เวลาเล่นด้วยกันมันเลยดูง่ายไปหมด… เวลาผมไม่ได้ลงสนาม แล้วอยู่บนม้านั่งสำรอง เราเห็นชัดเลยว่า เขารู้ว่าเขาจะต้องไปทางไหน จะทำให้กองหลังสับสนอย่างไร การครองบอลของเขาแน่นอนและการยิงประตูของเขาคมมาก” ธีรเทพ วิโนทัย เล่าถึงรูมเมทคนดังให้ฟัง…

นับเป็นโชคดีเหลือเกินที่ ธีรเทพ วิโนทัย ได้เรียนรู้ ได้เห็นว่าคลาสบอลระดับชั้นนำของยุโรปเป็นอย่างไรจากนักเตะที่ร่วมห้องนอนเดียวกัน แต่การได้รับการยอมรับจากโค้ชและเพื่อนร่วมทีมอย่างสนิทใจ กลับไม่ได้เกิดขึ้นง่ายนัก จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนของเขาที่เบลเยี่ยม…

-ติดตามเรื่องราวของ ธีรเทพ วิโนทัย ที่ทำให้เขารู้สึกถูกปฏิบัติอย่างไม่ให้การยอมรับเท่าไหร่นัก ในหน้าถัดไป-