กาลครั้งหนึ่ง....นานมาแล้ว: เดวิด เบ็คแฮมเป็นนักเตะเปรสตัน

เส้นทางฟุตบอลของหนึ่งในสุดยอดนักเตะโลกผู้เคยใช้เวลา 1 เดือนกับทีมดิวิชั่น 3 อย่าง เปรสตัน นอร์ธ เอ็นด์

นักเตะวัยรุ่นมักจะมีนิสัยขี้ตกใจ แม้แต่ดาวรุ่งที่ว่าเจ๋งก็ยังต้องขนลุกเมื่อเจอ โลกแห่งความจริง และ ชีวิตนอกโลกฟุตบอล ดังนั้นการที่จะบอกนักเตะดาวรุ่งทีมยักษ์ใหญ่ว่าเขาจะต้องถูกส่งตัวไปลับแข้งกับทีมลีกล่าง ก็อาจจะนำไปสู่อาการดาวรุ่งหวีดสยองให้เห็น

เมื่อปี 1995 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกกับเดวิด เบ็คแฮมว่า ป๋าจะต้องส่งตัวเขาไปอยู่กับทีมลีกล่าง แม้หนุ่มเบ็คส์จะไม่โวยวายอาละวาด แต่ก็ยังหวั่นใจกับอนาคตบนเส้นทางฟุตบอล

"ผมช็อคนะ" เบ็คแฮมเขียนไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติ  My World  "ผมคิดว่านั่นเป็นสัญญาณว่าสโมสรกำลังจะโละนักเตะออกไปให้พ้นทีม" แต่ป๋าเฟอร์กี้ก็รับรองกับหนุ่มเบ็คส์ว่าทีมไม่ได้โละใครทิ้ง เจ้าหนุ่มจึงแพ็คกระเป๋าเตรียมออกเดินทาง: สถานีถัดไป เปรสตัน นอร์ธ เอ็นด์ ทีมในลีกดิวิชั่น 3

ความประทับใจครั้งแรกเป็นสิ่งสำคัญ เดวิด เบ็คแฮมจะทำอย่างไรให้เพื่อนและแฟนบอลประทับใจ? 

เดาไม่ยากเลย..... เบ็คส์จัดการคว้าตำแหน่งเพชรฆาตเซ็ทพีซของเปรสตันจาก พอล เรย์เนอร์ ซึ่งขณะนั้นรับหน้าที่ปั่นฟรีคิกให้กับเปรสตัน

ถ้าว่ากันแบบไม่เข้าใคร การชิงตำแหน่งจอมปั่นฟรีคิกของเปรสตัน ก็ไม่ได้เป็นการตัดสินใจของเบ็คแฮม โดยปะป๋าเท็ด คุณพ่อของหนุ่มเบ็คส์เคยให้สัมภาษณ์ถึงสิ่งที่ลูกชายเคยเล่าให้ฟัง "แกรี่ ปีเตอร์ส ผู้จัดการทีม พา [เบ็คแฮม] ไปแนะนำกับเพื่อนร่วมทีมว่า 'คนนี้ชื่อเดวิด เบ็คแฮม ยืมตัวจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาเล่นกับเรา 1 เดือน ต่อไปนี้เขาจะเป็นคนยิงฟรีคิกและเตะมุมให้ทีมเรานะ' ซึ่งมันน่าขายหน้าไม่หยอก"

'คนนี้ชื่อเดวิด เบ็คแฮม ยืมตัวจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมาเล่นกับเรา 1 เดือน ต่อไปนี้เขาจะเป็นคนยิงฟรีคิกและเตะมุมให้ทีมเรานะ'

- แกรี่ ปีเตอร์ส: ผู้จัดการทีมเปรสตัน นอร์ธ เอ็นด์

ไรอัน คิดด์ อดีตเพื่อนร่วมทีมเปรสตัน ยืนยันกับ FFT "เรย์เนอร์ทำหน้าตาบรรยายไม่ถูกเลย" แต่ไอ้ที่ยิ่งกว่านั้นก็ยังมี: อย่าลืมว่าชุดแข่งชุดซ้อมที่ใช้เสร็จแล้วต้องเอาไปซักเองด้วยนะ

แต่เรื่องตำแหน่งจอมปั่นฟรีคิกก็จบง่ายๆ ไม่มีดราม่า "ตอนแรกผมก็รู้สึกไม่ชอบใจนะ" เรย์เนอร์ เผย "เพราะผมต้องถูกเปลี่ยนตัวออกเพื่อให้เดวิดลงเล่นแทน [ในเกมแรกที่เบ็คแฮมลงเล่นกับเปรสตัน โดยถูกเปลี่ยนตัวเข้าในเกมเตะกับดอนคาสเตอร์] ผมก็เลยออกมานั่งหน้าหงิกอยู่ที่ม้านั่งสำรอง แต่พอเบ็คลงไปเตะมุมเข้าประตูไปเลย ผมก็พูดไม่ออกสิ"

"ผมก็ยังคิดว่าลูกเตะมุมนั้นมันแฉลบหัวผมเข้าประตูนะ" คิดด์ ซึ่งขณะนี้คุมทีม U18 ให้กับสโมสรบิวรี่ "สมัยก่อนเราจะได้โบนัสจากการยิงประตูด้วยนะ เพราะฉะนั้นสำหรับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟอย่างผมที่ไม่ค่อยจะได้ยิงประตูบ่อยๆ การได้โบนัส 50 ปอนด์ (ประมาณ 2,500 บาท) หรือ 100 ปอนด์ (5,000 บาท) นี่ถือว่าเยอะมากเลยนะ หลังเกมนั้นพอ แกรี่ ปีเตอร์ส ถามลูกทีมว่า 'ใครยิงลูกนี้?' ผมกำลังจะอ้าปากบอกว่า 'ผมยิงเองครับโค้ช' เขา [แกรี่ ปีเตอร์ส] ก็ชิงพูดเสียเองว่า 'เออ! ไม่ต้องถามก็รู้ เดวิดยิง' ถ้าตอนนี้ผมจะได้ 100 ปอนด์นั้นคืนมาผมก็จะคว้าเลยนะ"

ถ้ามองจากหลักฐานพยานบุคคลที่ว่ามา อาจจะทำให้คิดว่าเดวิด เบ็คแฮม เป็นศัตรูหมายเลข 1 ของเปรสตัน แม้กระทั่งระหว่างวอร์มอัพก่อนเกม แฟนบอลคนหนึ่งเคยแหย่เบ็คส์ด้วยการยื่นโปรแกรมเตะมาให้เพียงเพื่อจะบอกว่า "ฝากที่ไปให้สมาร์ทตี้ [อัลลัน สมาร์ท] ช่วยเซ็นให้หน่อยซิ"

แต่ถึงอย่างนั้น นักเตะและแฟนบอลก็เริ่มเปิดใจยอมรับเบ็คแฮมในที่สุด "เขากลายเป็นขวัญใจเราตลอดหลายปีที่ผ่านมา" ทาร์กวิน สก็อต แฟนเปรสตันย้อนคิด "เราไม่เคยเบื่อเลยที่จะคุยอวดแฟนบอลทีมอื่นว่าเบ็คแฮมเก่งแบบนี้เพราะมาเรียนรู้ฟุตบอลจากสนามดีพเดลของเรานี่แหละ" และเบ็คแฮมเองก็ไม่เคยลืมเปรสตัน โดยเมื่อหนุ่มเบ็คส์กลับมาดูเปรสตันลงเตะนัดเพลย์ออฟเลื่อนชั้น "เขาเป็นนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดเต็มตัวแล้วตอนนั้น แต่พอกลับมาที่นี่และไปที่บาร์ที่นักเตะเปรสตันมักจะไปกัน ขาก็ดูดีอกดีใจที่ได้เจอพวกเรา" คิดด์ รำลึกความหลัง นอกจากนี้เบ็คแฮมยังเคยเอาของมาฝากเพื่อนร่วมทีมเก่า อย่างเช่นการเป็นสปอนเซอร์รองเท้าให้เปรสตัน ที่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเบ็คส์พอๆ กับการต้องซักเสื้อชุดแข่งเองด้วยซ้ำ

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหนุ่มผมโปะเจลหนาอย่างเบ็คแฮมจะรอดพ้นจากการโดนหยิกแกมหยอกจากเพื่อนร่วมทีมเปรสตัน "มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราต้องออกไปเตะกับเอ็กซีเตอร์ และเดวิดก็นั่งอ่านหนังสือฟุตบอล Match" คิดด์ เล่าให้ฟัง "เขากำลังอ่านบทความที่เขียนถึงตัวเขาเอง ตอนที่เขายิงได้ที่ยุโรปแล้วไปฉลองประตูกับก็องโตน่า ตอนนั้นเรย์มอนด์ ชาร์ป ปีกซ้ายสก็อตติชของเราไปแย่งเอาหนังสือมาได้แล้วก็เริ่มอ่านดังๆ ให้ทุกคนได้ยินกันทั้งรถ ประมาณว่า 'ผมนี่วิ่งเข้าไปกอดก็องโตน่าเลย มันสุดยอดมาก' เบ็คแฮมนี่อายจนไม่รู้จะอายยังไง ผมเห็นเขานั่งหน้าแดงแป๊ดอยู่ตั้งนาน แต่การหยอกแรงๆ แบบนั้นก็เป็นการต้อนรับเขาเข้าสู่ทีมเรา"

หนุ่มเบ็คส์ในชุดปีศจแดง (ไม่มีรูปกระโดดกอดก็องโตน่า)

หนุ่มเบ็คส์ในชุดปีศจแดง (ไม่มีรูปกระโดดกอดก็องโตน่า)

เส้นทางฟุตบอลของเบ็คส์ทำให้หลายๆ คนทึ่งอยู่เหมือนกัน เพราะการถูกส่งตัวไปเล่นกับทีมลีกล่างเพื่อลับกระดูกและฝึกฟุตบอลมันดูกลับกันกับสิ่งที่ควรจะเป็น ("เบ็คส์ผอมแห้งมาก" คิดด์กล่าว "แล้วที่นั่นก็มีนักเตะสุดโหดชนิดหักกระดูกเขาได้เลย") แต่หนุ่มน้อยเบ็คแฮมกลับใช้เวลาฝึกซ้อมแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อพัฒนาเทคนิคการเล่นและซ้อมเตะฟรีคิกที่สร้างชื่อให้เบ็คส์ในเวลาต่อมา "เขาจะอยู่ซ้อมต่อทุกวัน อยู่ในสนามนานมาก ทำให้เพื่อนร่วมทีมก็ต้องยอมรับกับความมุ่งมั่น" เรย์เนอร์ อดีตเพื่อนร่วมทีมซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมร็อธแฮม พูดถึงเบ็คส์

และการฝึกซ้อมก็นำไปสู่ความสำเร็จ เดวิด เบ็คแฮม เปิดลูกเตะมุมเข้าประตูได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลงสนาม และยิงประตูจากลูกฟรีคิกได้ในเกมถัดมา "ลูกนั้นเป็นฟรีคิกสุดคลาสสิคของเบ็คแฮมเลยนะ ปั่นโค้งข้ามกำแพง" เควิน แม็คกินเนส ช่างภาพหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Lancashire Evening Post เล่าให้ฟัง "ผมแทบไม่เชื่อสายตา เดวิด มอยส์ดีใจมาก กระโดดกอดเบ็คส์แน่นจนผมกลัวเขาจะหายใจไม่ออกตาย"

เรย์เนอร์ ที่เคยเป็นจอมปั่นฟรีคิกก่อนที่จะโดนเบ็คแฮมยึดตำแหน่ง ก็ไปยืนแทรกเป็นหนึ่งในกำแพงฟรีคิกชุดนั้น "ลูกๆ ผมไม่เชื่อว่าผมเคยเล่นทีมเดียวกับเบ็คแฮม ผมเลยเอารูปให้ดู"

และเช่นเดียวกับเส้นทางฟุตบอล 20 ปีของเบ็คแฮม สิ่งดีๆ ก็มีวันจบ แม้สุดยอดมิดฟิลด์จะอยากเล่นต่ออีกซักพัก 

แทบไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น

แล้วก็....เบ็คส์...เรื่องโบนัส 100 ปอนด์นั่น.....จะเอายังไงดีเนี่ย...