การเป็นเจ้าภาพซูซูกิของฟิลิปปินส์-เมียนมา...มีอะไรมากกว่าที่คิด?

เมียนมา และ ฟิลิปปินส์ คือสองประเทศที่มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากในเรื่องของฟุตบอล ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่ต่างได้เป็นเจ้าภาพร่วมกันเป็นครั้งแรกสำหรับรายการ ซูซูกิ คัพ 2016 ดังนั้นแฟนบอล 2 ชาตินี้คาดหวังอะไรจากเรื่องดังกล่าวได้บ้าง? 

การเวลาเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้โลกของฟุตบอลอาเซียนมีความแตกต่างกันน้อยลงเรื่อยๆ และเมียนมากับฟิลิปปินส์ต่างก็เพิ่งจะได้รับโอกาสเป็นเจาภาพในรายการนี้ครั้งแรกกันทั้งคู่เลยทีเดียว

สำหรับ 2 ชาตินี้ ในอีกไม่กี่วันพวกเขากำลังจะเจอจุดหักเหของประวัติศาสตร์ฟุตบอล

สำหรับ 2 ชาตินี้ ในอีกไม่กี่วันพวกเขากำลังจะเจอจุดหักเหของประวัติศาสตร์ฟุตบอล เขาจะได้รับประสบการณ์ในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากที่พวกเขาเคยเจอ

ในตอนนี้อาจไม่มีใครพูดถึงทั้งคู่มากนัก แต่ไม่ว่าจะเป็น เมียนมา หรือ ฟิลิปปินส์ ต่างก็มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ได้เพราะพวกเขากำลังกุมความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านในรอบแบ่งกลุ่มที่กำลังจะถึงนี้

การเล่นในรังเหย้าจะช่วยให้พวกเขามีโอกาสที่ดีมากขึ้นสำหรับการทะลุเข้าไปถึงรอบน็อคเอาต์เช่นเดียวกับการเพิ่มโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะในแต่ละเกมการเเข่งขันอีกด้วย

ประวัติศาสตร์ของรายการนี้ในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าทีมที่เป็นเจ้าภาพมักจะได้เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายเป็นอย่างต่ำมากกว่าที่จะตกรอบไปตั้งแต่แรก นี่คือสถิติที่ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการได้เล่นในบ่านมีความสำคัญมากมายขนาดไหน

นับตั้งแต่มีการแข่งขันครั้งแรกในปี 1996 มีการจัดสรรให้แต่ละประเทศในภูมิภาคเป็นเจ้าภาพทั้งเดี่ยวเเละร่วมทั้งหมด 17 ครั้ง

ทัพเมียนมาร์ชุดตกรอบแบ่งกลุ่มปี 2014 Photo: AFF

ในจำนวน 17 ครั้งนั้นมีเพียงแค่ 4 ครั้งเท่านั้นที่ไม่มีทีมเจ้าภาพเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย นั่นคือ สิงคโปร์ (1996,2002,2014) และเวียดนามอีกหนึ่งครั้งในปี 2004

ตอนนี้เมียนมาร์เองก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะเขาสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสร์ ซึ่งครั้งแรกพวกเขาเคยทำได้มาเเล้วในปี 2004

เมียนมา ในตอนนี้ได้รับข่าวสารและติดต่อกับโลกภายนอกมากขึ้นตลอดช่วง1-2 ปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวมากมายหลังไหลเขาไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญๆอย่าง มันดาเลย์ , พุกาม และ ทะเลสาบอินเล

เมียนมา จะไม่ใช้เวลากับเมืองย่างกุ้งเมืองที่ไม่ใช่เมืองหลวงแต่ก็เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศมากมายนักด้วยปัจจัยหลายอย่างๆซึ่งอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดในการจัดการแข่งขันได้

ในสัปดาห์หน้า เมียนมาร์ จะได้รับหลายสิ่งหลายอย่างไม่ใช่แค่ประสบการณ์เท่านั้น การเป็นเจ้าภาพในทัวร์นาเม้นสำคัญระดับภูมิภาคจะทำให้พวกเขาได้ภาพลักษณ์ของพวกเขาเปลี่ยนไป นอกจากนี้เหล่าแฟนบอลจะได้เห็นแพสชั่นและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากแฟนบอลของพวกเขา

ตอนนี้ทั้งทักษะและศักยภาพทีมขงพวกเขาดูจะพัฒนาขึ้นเยอะเลยทีเดียว เหล่าดาวรุ่งกำลังรอวันจรัสแสงในอนาคตก็มีให้เลือกมากมาย อย่างไรก็ตามสำหรับทัวร์นาเม้นนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่ามันจะเร็วเกินไปสำหรับเหล่าแข้งวัยรุ่นของเมียนมาร์หรือไม่

พวกเขาเป็นทีมที่ประสบการณ์น้อย แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไว้พวกเขายังได้ความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านมาเป็นข้อทดแทน มันจะทำให้พวกเขาเปี่ยมไปด้วยกำลังใจและหากมีการเริ่มต้นที่ดีสิ่งที่จะผลักดันลูกทีมของ เเกร์ด ไซเซ่ จะได้รับพลังงานลับที่จะทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้เลยทีเดียว

และนี่คือทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าภาพของเมียนมาร์ในครั้งนี้ มันกับลังจะเป็นเวทีที่ทำให้พวกเขาโชวศักยภาพตัวเองในระดับภูมิภาค

ส่วนในแง่ของธุรกิจนั้น โลกก็เริ่มมองพัฒนาการของเมียนมาร์มากขึ้น ค่า GDP ของพวกเขาเติบโตขึ้น 7% ในช่วงปี 2015

แฟนบอลทีมชาติฟิลิปปินส์คงได้เชียร์กันอย่างจุใจ

หากคุณไปที่ย่างกุ้งคุณจะได้เห็นตึกรามบ้านช่องที่ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ และในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้มันจะยิ่งเติบโตขึ้นอีก นั่นอาจจะมากพอๆกับจำนวนวัดวาอารามที่สังคมเมียนมาสืบทอดกันต่อๆมาเป็นพันๆปี

ในแง่ของฟุตบอลก็เช่นกัน ทัวร์นาเม้นนี้จะช่วยให้ เมียนมา มีแผนการทางการกีฬาที่ชัดเจนขึ้นและจะมีการลงทุนที่สูงขึ้นกว่าเดิม และนั่นจะทำให้ ย่างกุ้ง นั้นไม่ได้เป็นแค่ไม้ประดับอีกต่อไป เหล่านักเตะจากภูมิภาคอาเซี่ยนและทีมดังๆจากยุโรปจะเห็นความสำคัญของพวกเขามากขึ้นในอนาคต

การจัดการแข่งกันซูซูกิ คัพ ครั้งนี้ จะทำให้ เมียนมาร์ กลายเป็นหนึ่งในประเทศด้านฟุตบอลสำคัญระดับอาเซี่ยน และทั้งภูมิภาคจะต้องจับตามองมายังประเทศแห่งนี้ในตลอดการแข่งขันอย่างแน่นอน

เรื่องราวนอกสนามก็สำคัญและมีผล เมียนมา จะต้องจัดการแข่งขันให้ลุล่วงโดยไม่ให้มีอุบัติเหตุหรือเรื่องราวไม่คาดฝันเกิดขึ้น ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับผลงานในสนามของพวกเขาด้วย หาก เมียนมา ได้เข้าไปเล่นรอบ 4 ทีมสุดท้ายเป็นอย่างต่ำนั่นคงทำให้ทุกๆคนมีความสุขกับการแข่งขันครั้งนี้

ในส่วนของ เมียนมาร์ นั้นอาจเป็นการเริ่มสร้างแบรนด์ฟุตบอลขึ้นมาใหม่แต่สำหรับเจ้าภาพร่วมอย่าง ฟิลิปปินส์ พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ฟิลิปปินส์จะเจอกับความท้าทายที่แตกต่างออกไป พวกเขาไม่ใช่ประเทศที่คลั่งไคล้ฟุตบอลมากเท่าเมียนมา มันอาจจะไม่ใช่ความผิดอะไรมากมายนัก แต่พัฒนาการและผลงานของทีมชาติ ฟิลิปปิสน์ ในยัคหลังๆทำให้ขุนพล "อัซคาลส์" ไม่ถูกมองข้ามอีกต่อไป

ในปี 2014 พวกเขาชนะ 2 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้ สกินนี่ โจ สปอร์ต บาร์ ณ กรุง มะนิลาทุกสายตาเริ่มมองมาที่เกมฟุตบอลมากขึ้นไม่ใช่มองแค่บาสเก็ตบอลอย่างเดียวเท่านั้นเหมือนในอดีต

2 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้ สกินนี่ โจ สปอร์ต บาร์ ณ กรุง มะนิลาทุกสายตาเริ่มมองมาที่เกมฟุตบอลมากขึ้นไม่ใช่มองแค่บาสเก็ตบอลอย่างเดียวเท่านั้นเหมือนในอดีต

ไม่ใช่ทุกประเทศใน อาเซียน ที่มีกีฬาฟุตบอลเป็นอันดับหนึ่ง ความหลากหลายเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งจุดเเข็งที่ทำให้แต่ละประเทศพยายามทำให้กีฬาฟุตบอลนั้นเติบโตขึ้นอีกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 ตอนนั้น ฟิลิปปินส์ เข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายและต้องเจอกับเเชมป์เก่าอย่าง เวียดนาม ที่กรุงฮานอย และเอาชนะไปได้อย่างสุดเซอร์ไพรส์ แต่เมื่อครั้นกลับมาเล่นในบ้านพวกเขากลับมีสนามกีฬาที่ไม่มีความพร้อมนั่นจึงทำให้เกมเลก 2 ต้องเตะกันที่กรุง จากาตาร์ ประเทศอินโดนีเซีย

ณ ตอนนี้พวกเขามีสนามกีฬาที่สามารถรองรับแฟนบอลได้เเล้ว และไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นในสนามคุณจะได้เห็นการสนับสนุนจากแฟนบอลท้องถิ่นที่พร้อมจะหนุนหลังทีมมากขึ้น และสิ่งนี้เองจะช่วยให้พวกเขามีกำลังใจที่จำผลงานให้ประสบความสำเร็จ ผลงานที่ดีจะช่วยให้แฟนบอลของพวกเขาหลั่งไหลยิ่งกว่าเดิมอีกเยอะเลยทีเดียว

หากแฟนบอลทั่วประเทศพร้อมเทใจให้กับทีมชาติแล้วล่ะก็พวกเขาจะได้ประโยชน์สำหรับวงการฟุตบอลระยะยาว มันจะเป็นชัยชนะสำหรับทุกๆคนในประเทศอย่างแท้จริง

เรื่องราวความพร้อมสำหรับเกมในสนามคงต้องบอกว่า ฟิลิปปินส์ มีโอกาสดีที่เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1

และในอีกไม่กี่วันนี้เราจะได้รู้ว่าผลลัพธ์ของมันจะออกมาเป็นหน้าตาเช่นไร?

ขอบคุณภาพจาก  AFF Suzuki Cup