ก้าวข้ามอุปสรรคลูกหนัง : เปลือยชีวิตกลางสงครามของ...อาหมัด อิบราฮิม กองหลังทีมชาติอิรัก

“ทุกวัน, ทุกคืน, ทุกนาที มีคนตาย”

ตอนนี้ 2016 แล้ว แต่หลายๆอย่างกลับเลวร้ายลง เราไม่เคยรู้สึกปลอดภัยเลยไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศ และทุกๆคนก็ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง

- อาหมัด อิบราฮิม

นี่คือคำพูดจากปากของ อาหมัด อิบราฮิม กองหลังทีมชาติอิรักที่ได้พุดคุยแบบสุดพิเศษกับโฟร์โฟร์ทู ถึงความท้าทายที่ต้องเจอไม่ใช่แค่กับทีมชาติของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนทั้งชาติด้วย

ถึงบรรดาโค้ช, นักเตะ และผู้บริหารส่วนใหญ่จะออกมาพูดถึงความยากลำบากที่พวกเขาต้องเจอและอุปสรรคที่จะต้องเอาชนะให้ได้

แต่สำหรับอิรักแล้วน่าจะโหดร้ายกว่าใครๆ เมื่อต้องเจอกับความตายไม่เว้นแต่ละวันมาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ทศวรรษแล้ว

ซึ่งอิบราฮิมก็เผยว่า ไม่มีนักเตะในทีมชาติคนไหนที่ไม่เคยสัมผัสกับความทุกข์ร้อนแบบนี้

“ตอนนี้ปัญหาก็ยังคงมีอยู่ แม้ว่าซัดดัมจะออกจากตำแหน่งไป 16 ปีแล้วก็ตาม”

“ซัดดัม (ฮุสเซน) ออกจากตำแหน่งปี 2003 ตอนนี้ 2016 แล้ว แต่หลายๆอย่างกลับเลวร้ายลง 

แฟนๆเข้าชมเกมฟุตบอลในเออร์บิล

"เราไม่เคยรู้สึกปลอดภัยเลยไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศ และทุกๆคนก็ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงดังกล่าว”

“สำหรับผม ผมได้เห็นเพื่อนและครอบครัวหลายคนที่ต้องเสียชีวิต ไม่มีอะไร, ไม่มีที่ไหนเลยที่ปลอดภัย”

วันนี้คุณอาจเห็นพวกเขา แต่อีกวันคุณอาจจะไม่เห็นอีก

“ลูกพี่ลูกน้องของผมเสียชีวิตจากการโดนทิ้งระเบิดในโมซุล เพื่อนของผมหลายคนเองก็ถูกคร่าในการทิ้งระเบิดที่แบกแดด รวมถึงเมืองอื่นๆ วันหนึ่งคุณอาจเห็นพวกเขา แต่อีกวันคุณอาจจะไม่ได้เห็นหน้าอีก”

ซึ่งตัวเลขจากสหประชาชาติเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดี เมื่อยอดผู้เสียชีวิตเมื่อเดือนก่อนถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว

ตามรายงานระบุว่ามีชาวอิรักถูกค่าถึง 1,003 คน และอีก 1,159 คนได้รับบาดเจ็บจากการก่อการร้ายและการปะทะกับกองทัพ ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเดือนเดียว

และจากตัวเลขดังกล่าวมีการประมาณการว่ามีฝ่ายพลเรือนที่ถูกฆ่าถึง 609 คน

อาหมัด (ขวาสุด) กับ สก็อตต์ แม็คอินไตร์ ผู้เขียนและเพื่อนอีก 2 คน

ขณะที่คนเกือบค่อนโลกกำลังให้ความสนใจกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ความรุนแรงก็ยังเกิดขึ้นกับประเทศอิรักอย่างต่อเนื่อง และมีน้อยคนนักที่จะใส่ใจ

มันคือความจริงที่เจ็บปวดและทรมาน ทำให้ทีมชาติพยายามจะทำให้ดีที่สุดเพื่อจะได้เข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายหนที่ 2 ในประวัติศาสตร์

ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1986 หลังจากที่ซัดดัมเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ 7 ปี อูเดย์ ลูกชายของเขาก็เข้ามาบริหารสมาคมฟุตบอลด้วยความเหี้ยมโหด บ่อยครั้งที่นักเตะจะถูกทรมานและหายตัวไปหลายสัปดาห์หากมีการพูดถึงหรือปฏิบัติกับเขาอย่างไม่เหมาะสม

กาลเวลาล่วงเลยจนถึงปี 2016 และจากการที่มีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องในอิรัก ทำให้สถานการณ์ยังคงห่างไกลจากคำว่าเสถียรภาพ แม้แต่จะลงเล่นในบ้านตัวเองก็มีโอกาสเป็นไปได้ยาก

อ่านหน้าถัดไปเพื่อทราบความสำคัญของแมตช์ระหว่างอิรักกับไทยที่มีต่อตัวขุนพลแห่งเมโสโปเตเมีย