Analysis

กำเนิดก็องเต้ฉบับฟ้า-ขาว : "ซูเปอร์กลาซิโก้" ในนัดชิง โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส

ในที่สุดศึกชิงแชมป์สโมสรอันดับหนึ่งแห่งทวีปอเมริกาใต้อย่าง โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ก็มาถึงช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว โดยเป็นการพบกันระหว่างตัวแทนจากอาร์เจนติน่าทั้งสองทีม โบคา จูเนียร์ และ ริเวอร์ เพลท

We are part of The Trust Project What is it?

ศึกซุปเปอร์กลาซิโก้ครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าครั้งไหนๆ เพราะนอกจากนี่จะเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีแล้ว ยังเป็นการวัดกันด้วยว่าใครจะเป็นเต้ยของทวีปด้วย

โดยในเกมแรกฝั่งโบคา จูเนียร์ส พลาดโอกาสคว้าชัยในเกมแรกไปอย่างน่าเสียดาย หลังเปิดบ้านเสมอกับ ริเวอร์ เพลท อริร่วมลีกไปอย่างสนุก 2-2

FFT ขอพาทุกท่านไปดูเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นใน  "ดาร์บี้แมตช์" ที่ว่ากันว่าเป็นคู่เดือดอันดับ 1 ของโลกกัน

ซุปเปอร์กลาซิโกครั้งแรกในนัดชิงดำ โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส

ทั้งโบคา จูเนียร์ และ ริเวอร์ เพลท เคยพบกันอย่างเป็นทางการ 246 นัด โดยพบกันในทัวนาเม้นต์นี้ 24 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้พวกเขาไปพบกันรอบลึกที่สุดคือรอบรองชนะเลิศในปี 1978 และ 2004 เท่านั้น ซึ่งโบคา จูเนียร์เป็นฝ่ายคว้าชัยไปได้ทั้งสองครั้ง

ครั้งสุดท้ายที่สองทีมจากแดนฟ้าขาวได้พบกันในถ้วยนี้คือปี 2015 ซึ่งในนัดที่สอง การแข่งขันต้องถูกเลื่อนออกไป หลังผู้เล่นริเวอร์ เพลท ถูกจู่โจมด้วยแก๊สน้ำตา ณ สนาม ลา บอมโบเนร่า ทำให้โบคา จูเนียร์ ถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน ซึ่ง โลส มิลโญนาริโอสก็เป็นฝ่ายเข้ารอบต่อไปและคว้าแชมป์ในปีนั้นไปครอง

ไม่มีแฟนทีมเยือนในการแข่งขัน?

เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่นัดชิงบอลถ้วยสโมสรของทวีปอเมริกาใต้จะแข่งขันกันสองนัด ทำให้ทั้งสองทีมจะได้เปรียบมากๆยามเล่นในรังเหย้าของตัวเอง แต่ในปีนี้แฟนบอลทีมเจ้าบ้านจะได้เชียร์ทีมรักโดยไม่มีกองเชียร์ร่วมอยู่ในนัดนั้นด้วย

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะประธานสโมสรของทั้งสองทีมตกลงร่วมกันว่า จะไม่อนุญาตให้แฟนบอลทีมเยือนตามมาเชียร์ เนื่องจากเกรงจะเกิดเหตุวุ่นวาย เหมือนหลายต่อหลายครั้่งที่ทั้งคู่เคยดวลเดือดกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งการทำเช่นนี้อาจจะช่วยลดปัญหาที่ตามมาในภายหลังเกมได้พอสมควรเลย

เส้นทางก่อนนัดชิง

แชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส 6 สมัยอย่างโบคา จูเนียร์ คือทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดในวงการลูกหนังอาร์เจนติน่า โดยทีมสีน้ำเงิน-ทอง ผ่านเข้ารอบชิงมาได้ด้วยการทุบพัลไมรัส ทีมจากบราซิลไป 4-2 หลังในรอบแบ่งกลุ่มพวกเขาเป็นรองทีมจากแซมบ้าและคว้าอันดับสองในรอบแบ่งกลุ่มมาก่อน

ขณะที่ริเวอร์ เพลท เอาชนะเกรมิโอ้จากฏประตูทีมเยือน ต้องขอบคุณเทคโนโลยี VAR ที่ช่วยให้ตัวแทนจากอาร์เจนติน่าได้จุดโทษในช่วงทดเวลาจากจังหวะแฮนด์บอล โดยหลังเกมเกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น ผู้เล่นของเกรมิโอ้เข้าไปรุม อันเดรส คุนญ่า เชิ้ตดำในเกมนั้น จนตำรวจปราบจราจลต้องมาคุมกันเขาออกจากสนาม

นัดแรกที่พึ่งผ่านพ้นไป

เกมนี้ต้องถูกเลื่อนมาจากเกมเมื่อวันเสาร์ ที่ผ่านมา หลัง 24 ชั่วโมงก่อน เนื่องจาก สนาม ลา บอมโบเนร่า รังเหย้าของ โบคา จูเนียร์ส โดนพายุฝนเล่นงานอย่างหนัก จนทำให้ไม่สามารถแข่งขันกันได้ตามปกติ ทำให้เกมคู่หยุดโลกนัดนี้ต้องมาแข่งอีกวันแทน

ทันทีที่เสียงนกหวีดดังขึ้นในวันต่อมา เกมก็ปิดฉากสู้กันอย่างดุเดือด ก่อน ราม่อน อบิล่า จะยิงประตูให้โบคานำไปก่อน 1-0 ในนาที 34 แต่ผ่านไปแค่ 1 นาทีเท่านั้น ริเวอร์เพลท ก็ซัดประตูตีเสมออย่างทันควัน จาก ลูคัส ปราตโต้ หัวหอกร่างโย่ง ต่อมาช่วงทดเวลาครึ่งแรก โบคาฯ แซงขึ้นนำอีกหน 2-1 จากบาริโอ เบเนเด็ดติ ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลังเริ่มก็ดุเดือดไม่แพ้เกมในครึ่งแรก และในนาทีที่ 61  ทัพขาว-แดงก็ได้ประตูตีเสมอจาก การทำเข้าประตูตัวเอง การ์ลอส อิซเกเอียดอซ แนวรับของเจ้าถิ่น ครบ 90 นาทีทั้งคู่เสมอกันไป 2-2 และต้องไปวัดกันในนัดสุดท้ายที่บ้านของริเวอร์ เพลท ในวันเสาร์ที่ 24 พ.ย. นี้

    

สถิติที่ทั้งคู่เคยพบกัน

หากนับเกมล่าสุดที่พึ่งพบกันไป ยักษ์ใหญ่จากแดนฟ้าขาวได้ฟาดแข้งกันทั้งหมด 247 เกม ซึ่งในเกมลีกพวกเขาพบกันถึง 210 นัด โดยโบคา จูเนียร์ส มีสถิติเหนือกว่าเล็กน้อยในการพบกัน พวกเขาเอาชนะทีมอริไป 88 นัด ขณะที่ริเวอร์ เพลท เอาชนะไปได้ 81 นัด ขณะที่ผลเสมอของทั้งคูเกิดขึ้น 78 นัด

แลัวใครคือเอเซเกล ปาลาซิออส?

ใครหลายคนอาจจะได้เห็นฝีเท้าของเจ้าหนูวัย 20 ปีของริเวอร์ เพลท คนนี้แล้วว่าเป็นอย่างไร หลังมีรายงานจากสื่อต่างๆว่า แชมป์ยุโรป 13 สมัย เรอัล มาดริด คว้าตัว เอเซเกล ปาลาซิออส ไปร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว หลังจบเกมชิงดำนัดที่สองของโคปา ลิเบอร์ตาดอเรส

อีกหนึ่งดาวรุ่งแห่งวงการลูกหนังอาร์เจนติน่าและอเมริกาใต้ ซึ่งปาลาซิออส ก็พึ่งติดทัพฟ้าขาวไปแล้ว 2 นัด ในเดือนกันยายนที่ผ่านนี่เอง

หลังจากที่เขาประเดิมสนามให้ทีมขาว-แดงในวัย 16 เมื่อปี 2015 ก็ค่อยไต่เต้ามาเรื่อยๆ จนก้าวมาเป็นนักเตะขาประจำของทีมในฤดูกาล 2017-18 และในปีนี้เขาพัฒนายิ่งกว่าเดิมและกลายเป็นตัวหลักของทีมอย่างแท้จริง

ปาลาซิออสเป็นกองกลางที่ยอดเยี่ยมยามไม่มีบอลอยู่กับตัว เขาวิ่งไล่บี้คู่แข่ง, ลงไปช่วยเกม หรือหาช่องว่างให้เพื่อนร่วมทีม คล้ายๆกับเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่เล่นให้กับเชลซี และเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะเปรียบเทียบว่าใครดีกว่าใครหรอกนะ

แต่ลูกหม้อจากริเวอร์ เพลท คนนี้ไม่มีดีแค่นั้น เพราะในอาร์เจนติน่า พรีเมร่า ดิวิชั่น เขาจ่ายบอลแม่นยำถึง 80 เปอร์เซนต์ นอกจากการจ่ายบอลง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพแล้ว ปาลาซิออสก็พาบอลขึ้นไปในแนวหน้าได้รวดเร็วพอตัวเลย

เชื่อว่าในวันเสาร์ที่ 24 พ.ย. นี้ ปาลาซิออสจะทุ่มเต็มร้อยเพื่อช่วยให้ริเวิอร์ เพลท คว้าถ้วยมาครองให้ได้เป็นสมัยที่ 4 แน่ๆ และเราก็หวังว่าฟลอเรนติโน่ เปเรซจะดูอยู่นะ