Talentspotter

กำพร้าพ่อแม่/เด็กเกเร/จอมพเนจร : สุพจน์ จดจำ หนึ่งเดียวจากลีกรองในทัพช้างศึก

เขาต้องกำพร้าพ่อและแม่ตั้งแต่ 8 ขวบ, เกเรเกเรียนจนเกือบไม่จบมัธยม ก่อนร่อนเร่พเนจรค้าแข้งกับหลายทีม จนกลับมาระเบิดฟอร์มเก่งได้อีกครั้งในปัจจุบัน

We are part of The Trust Project What is it?

สุพจน์ จดจำ หัวหอกของ กระบี่ เอฟซี โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ 2017 หลังถล่มตาข่ายไปแล้วถึง 23 ลูก พร้อมรั้งอันดับดาวซัลโวร่วมลีกพระรองจนถึงตอนนี้...เขาเป็นใครมาจากไหน? เรื่องราวชีวิตและเส้นทางค้าแข้งของเขาเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

แข้งวัย 27 ปี เป็นชาวกาญจนบุรี โดยกำเนิด แต่ไปเติบโตที่จังหวัดขอนแก่น ที่เขาได้สัมผัสกับกีฬาฟุตบอลเป็นครั้งแรก เมื่อตอนอายุ 6-7 ขวบ จากการไปเตะบอลเล่นกับเพื่อนๆตามประสาเด็ก โชคร้ายที่พ่อกับแม่ต้องหย่าร้าง และต้องเสียแม่ตั้งแต่ 8 ขวบ ก่อนที่ต่อมาพ่อจะหนีไปบวช ทำให้เขาไปอยู่กับลุงและป้า จึงหันมาเอาจริงเอาจังกับฟุตบอลตอน ม.1 เพื่อสร้างรากฐานให้อนาคตของตัวเอง

โชคร้ายที่พ่อกับแม่ต้องหย่าร้าง และต้องเสียแม่ตั้งแต่ 8 ขวบ ก่อนที่ต่อมาพ่อจะหนีไปบวช

“บอย” ได้เข้าไปเป็นหนึ่งในนักกีฬาของทีมฟุตบอล โรงเรียนศรีกระนวน นับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา เดินทางไปแข่งขันทั่วทั้งจังหวัดขอนแก่น และเริ่มมีชื่อเสียงจากทัวร์นาเมนต์ "ซิโก้ สปอนเซอร์ ยูธ ทัวร์นาเม้นต์" รอบคัดเลือกภาคอีสาน ที่กดไปถึง 7 ประตู จากการลงสนามเพียง  3 นัด เท่านั้น

หลังจากชั้น ม.6 “บอย” เข้าเรียนต่อที่ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย ซึ่งเป็นสถานศึกษาในเครือของ ขอนแก่น เอฟซี จึงได้ร่วมฝึกซ้อมกับทีมด้วย แต่ยังไม่ได้รับการเซ็นสัญญา ก่อนที่สโมสรชื่อดังแห่งลีกสูงสุดอย่าง บางกอกกล๊าส เอฟซี นำโดย ฮานส์ อาร์ เอ็มเซอร์ เดินทางไปเปิดแคมป์คัดตัวนักเตะเข้าอะคาเดมีที่จังหวัดขอนแก่น ที่เขาได้เข้าไปร่วมโชว์ฝีเท้าด้วย

หลังเสร็จสิ้นการคัดตัว ยังไม่มีการแจ้งผลโดยทันที แต่อีกไม่กี่วันให้หลัง “บอย” ก็ได้รับข่าวดีว่าเขาคือหนึ่งในผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารัง “กระต่ายแก้ว” จึงตัดสินใจลาออกจากวิทยาลัย และมุ่งหน้าสู่เส้นทางลูกหนังอย่างเต็มตัว

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

ปีแรกของ “บอย” กับ “เดอะแรบบิท” ทำได้เพียงร่วมฝึกซ้อมกับทีมอะคาเดมีเท่านั้น และมีแมตช์อุ่นเครื่องให้ลงเล่นบ้างประปราย ก่อนที่ไม่ถึงปี สโมสรได้ทำการยุบทีมของเขา แล้วดันขึ้นไปฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต เพราะจะได้ใกล้ชิดกับบรรดาซูเปอร์สตาร์ของทีม โดยเฉพาะ อนาวิน จูจีน ที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ

น่าเสียดายที่เขายังไม่เคยได้ลงสนามให้กับ บางกอกกล๊าส เลย แต่โชคดีที่ ขอนแก่น เอฟซี ติดต่อขอยืมตัวเขาไปร่วมทีมในช่วงเลกสอง ของฤดูกาล 2011 ที่แม้จะได้ลงเล่นตลอด ก็ไม่อาจช่วยทีมรอดพ้นการตกชั้นจากลีกสูงสุดได้ แต่ยังดีที่เขาได้รับการเซ็นสัญญาถาวร และปักหลังค้าแข้งอยู่กับ “เดอะทีเร็กซ์” นาน 3 ปีครึ่ง

หลังหมดสัญญา “บอย” ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับยอดทีมเมืองหมอแคน และได้ตระเวนไปทดสอบฝีเท้ากับ นครราชสีมา เอฟซี เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ แต่ก็เกือบทำให้เขาไม่มีทีมเล่น เพราะทำได้แค่ซ้อมกับทีมเป็นเวลาหลายเดือน แต่ไม่ได้รับโอกาสเซ็นสัญญา เพราะหัวหอกของ “สวาทแคท” ในตอนนั้น มีแต่บรรดาดาวยิงตัวฉกาจ ทั้ง ลี ทัค, อิวาน บอสโควิช และ พร้อมพงษ์ กรานสำโรง โอกาสเบียดแย่งตำแหน่งของเขาจึงเป็นเรื่องยากสุดๆ

หลังหมดสัญญา “บอย” ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับยอดทีมเมืองหมอแคน และได้ตระเวนไปทดสอบฝีเท้ากับ นครราชสีมา เอฟซี เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ แต่ก็เกือบทำให้เขาไม่มีทีมเล่น

แม้จะท้อแท้ แต่เขาไม่เคยยอมแพ้ จนโชคเข้าข้างเมื่อมีคนได้รับบาดเจ็บในช่วงปรี-ซีซั่น ประกอบกับผู้บริหารมองเห็นถึงความมุ่งมั่น เขาจึงได้รับโอกาสเซ็นสัญญากับ “สวาทแคท” ทว่าผลงานของเขากลับไปน่าประทับใจเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังมีส่วนร่วมช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกพระรอง ก่อนเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้อีกเลกเดียว ก็ต้องระหกระเหินย้ายทีมอีกครั้ง

“บอย” ถูกปล่อยยืมตัวให้กับ บีบีซียู เอฟซี ในครึ่งฤดูกาลหลัง ทว่าความมั่นใจของเขายังไม่กลับคืนมา ผลงานจึงยังไม่เข้าเป้าเช่นเคย ก่อนหมดสัญญาทั้งกับ “บิ๊กแบง” และต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง นครราชสีมา ทำให้เขาต้องวุ่นหาทีมอีกครั้ง ก่อนจะไปลงเอยกับการคัดตัวที่ กระบี่ เอฟซี แต่ซ้อมได้แค่ 2 วัน ก็ต้องกลับบ้าน เพราะยังไม่รู้ผลทันที โดยทางสโมสรแจ้งว่าถ้าผ่านการคัดตัว จะโทรศัพท์หาอีกครั้งในภายหลัง

อีกไม่กี่วันให้หลัง “โกจ๋วน” สมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสร ได้เรียกตัวเขาและบางส่วนที่ได้ไปคัดตัวครั้งก่อน ให้กลับไปเล่นให้เห็นด้วยตาตัวเองอีกครั้ง แต่แม้คราวนี้จะประสบความสำเร็จ ทว่าลีกได้เปิดทำการแข่งขันไปแล้ว จึงไม่มีตำแหน่งให้ลงเล่น “บอย” จึงถูกส่งให้ สุราษฎร์ธานี ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลที่ผ่านมา

“บอย” ได้รับโอกาสจาก “โค้ชอี๊ด” มณเฑียร มรกต มอบโอกาสส่ง ให้ลงสนามเป็นตัวจริงทุกนัด ความมั่นใจของเขาจึงกลับมาอีกครั้ง และซัดไปกว่า 13 ประตูในลีก และอีก 2 ประตู ในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก แต่น่าเสียดายที่ “เดอะรูสเตอร์” ไม่มีดวงในเรื่องการจับสลาก จึงพลาดโอกาสเลื่อนชั้นสู่ลีกพระรองไปอย่างน่าเสียดาย

ปัจจุบัน “บอย” ได้กลับมาเล่นให้กับต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง “อินทรีอันดามัน” อีกครั้ง และยังสานต่อฟอร์มเก่งจากปีที่แล้วได้อย่างต่อเนื่อง กดไป 23 ประตู ในศึกเอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ รั้งอันดับดาวซัลโวสูงสุดร่วมกับ โชนาธาน เฮส ของ เกษตรศาสตร์ เอฟซี และถูกเรียกตัวติดทีมชาติเป็นครั้งแรกในชีวิตเรียบร้อยแล้ว

จุดแข็ง

ความเร็วอันจัดจ้าน และการเข้าฮอร์สทำประตูที่แน่นอนและเฉียบขาด เรียกได้หากมองไปจุดนัดพบ จะเห็นเขารออยู่ตรงนั้นเสมอ นอกจากนี้ยังเป็นนักเตะที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา จึงทำให้เขาสามารถหาโอกาสสอดแทรกทำประตูได้อยู่เสมอ

จุดอ่อน

การครองบอลคือสิ่งที่เขายอมรับว่ายังทำได้ไม่ดีพอ เหลี่ยมบอล การบังบอล ไม่ค่อยได้เปรียบคู่ต่อสู้นักในบ้างจังหวะ ร่วมถึงสภาพร่างกายที่ยังไม่แข็งแกร่งพอจะต่อกรกับบรรดาแนวรับชาวต่างชาติที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่า

รู้หรือไม่

ช่วง ม.ปลาย “บอย” ค่อนข้างเป็นเด็กเกเร มักจะโดดเรียนอยู่บ่อยๆ หนำซ้ำยังติดเพื่อน ติดเที่ยว ไม่กลับบ้านเป็นวันๆ การบ้านก็ไม่ทำส่งอาจารย์ จนเกือบจะเรียนไม่จบ เพราะติด 0, ร, มส เกือบทุกวิชา ยกเว้นพลศึกษาที่รักเรียนเป็นพิเศษ แต่เพราะเป็นนักกีฬาโรงเรียน บรรดาครูบาอาจารย์จึงยังปราณี ปล่อยให้เขาทำงานส่งแก้ผลการเรียนจนจบออกไปได้แบบหวุดหวิด

โปรดติดตามตอนต่อไป...

เป้าหมายของทีมในตอนแรก คือการหนีโซนตกชั้นและอยู่รอดต่อไปในลีกพระรองให้ได้ เพราะมีบางช่วงที่แพ้ติดต่อกันหลายนัดจนอันดับบนตารางไหลลงไปอยู่ในพื้นที่สีแดง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ บีบีซียู ถอนทีมออกจากการแข่งขัน และต้องตกชั้นเพียง 2 ทีม ทำให้ความคาดหวังจากทั้งทางผู้บริหารและส่วนตัวเขาเองเปลี่ยนไป โดยที่ “บอย” ต้องการช่วยทีมเร่งทำคะแนนจบด้วยอันดับเลขตัวเดียวให้ได้ และในตอนแรกเข้าหวังว่าตัวเองจะทำได้มากสุดเพียง 17-18 ประตู เท่านั้น แต่ปัจจุบันซัดเกินไปแล้วถึง 23 ตุง ก่อนผลงานไปเตะตาทีมงานของ มิโลวาน ราเยวัช จนถูกเรียกตัวเป็น 1 ใน 25 ขุนพล ช้างศึก ที่จะอุ่นเครื่องกับ เมียนมา กับ เคนยา เรียบร้อยแล้ว และเขาจะได้ลงประเดิมสนามกับทีมชาติครั้งแรกในชีวิตหรือไม่ ต้องรอติดตามกันอีกไม่นานนี้