Key Player - แองเจโล มาชูก้า : เท้าซ้ายของผมเรียนรู้มาจาก "กูตี”

“นักเตะที่ผมชอบมากที่สุดและติดตามมาตลอดคือ กูตี ของ เรอัล มาดริด เขาเป็นกองกลางตัวรุกที่สุดยอดที่สุดตลอดกาลในความคิดของผม” 

...แองเจโล มาชูก้า ให้สัมภาษณ์กับ FFT TH “แต่ไหนแต่ไร ผมมักจะดูคลิปของเขาในยูทูปหรือดูแมตช์ถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ ผมจะสังเกตการวางเท้า การสัมผัสบอล และท่วงท่าในการยิงของเขาเสมอ และผมบอกได้เลยว่าทักษะการยิงของผมก็มาจาก กูตี นี่แหละ"

พลังการยิงเท้าซ้ายอันหนักหน่วงคือลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์ของแข้งปารากวัยรายนี้ แฟนๆ ไทยพรีเมียร์ลีกหลายคนอาจจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้ว เขาก็เพิ่งจะตะบันลูกฟรีสุดงามให้ “ตะหานน้ำ” บุกไปเอาชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี 2-4 และด้วยการควบคุมทิศทางที่เหนือชั้น บวกกับลูกยิงที่เร็วแรงคมกริบ กฌปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันคือหนึ่งในลูกยิงที่สวยงามที่สุดของฤดูกาลที่ผ่านมา...

แองเจโล มาชูก้า เข้ามาค้าแข้งในประเทศไทยครั้งแรกกับ บีอีซี เทโรศาสน เมื่อปี 2010 ยุคที่มี ฆอร์เก้ เอ็นเริก อยาม่า กุนซือชาวชิลีเป็นเฮดโค้ช ตำแหน่งถนัดของเขาคือมิดฟิลด์ตัวรุกที่รับบทบาทเป็นจอมถล่มประตูและสร้างสรรค์เกม แต่ดูเหมือนว่ามันจะไปได้ไม่สวยเท่าไหร่นัก...

...แม้ว่าจะพกดีกรีที่ไม่ธรรมดาติดตัวมาด้วย หลังเคยผ่านการค้าแข้งกับสโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกสูงสุดปารากวัยมาอย่างมากมาย แต่กับ “มังกรไฟ” แองเจโล มาชูก้า กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังจนเพื่อนร่วมทีมต้องพากันส่ายหัว หลายๆ ครั้งเขามักชอบเล่นคนเดียวไม่จ่ายใคร แถมด้วยสภาพร่างกายที่ดูเหมือนจะไม่ฟิตเต็มร้อยทำให้ตัวเขาแปรสภาพจากความหวังกลายเป็นภาระของทีม และสุดท้ายก็ต้องเก็บกระเป๋าลาสโมสรไปในที่สุด

“กับบีอีซี เทโรฯ ผมอาจจะยังมีทัศนิคติที่ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ ผมเพิ่งจะมาเล่นในเอเชียเป็นครั้งแรก และผมก็คิดว่ามันจะเป็นงานที่ง่ายไม่เหมือนกับการเล่นในอเมริกาใต้หรือยุโรป แต่เห็นได้ชัดว่าผมคิดผิดถนัด” แองเจโลกล่าวย้อนถึงช่วงเวลาของเขากับมังกรไฟ “บางครั้งถ้าผมตั้งใจมากกว่านี้ มีทัศนคติที่ถูกต้องมากกว่านี้ ผมอาจจะมีผลงานที่ดีขึ้นก็ได้ แต่สุดท้ายแล้วเมื่อมันไม่ออกมาอย่างที่หลายๆ คนคาดหวังไว้ เราก็ต้องแยกทางตามวิถีทางฟุตบอล"

ฤดูกาลต่อมา แองเจโล ยังคงวนเวียนอยู่ในภูมิภาคอาเซียนด้วยการเซ็นสัญญาไปเล่นให้กับ ฮานอย เอฟซี ในวีลีก เวียดนาม โดยทำสถิติลงสนามไปทั้งหมด 17 นัด ซัดไป 2 ประตูและพาทีมจบอันดับ 14 ตกชั้นสู่ลีกพระรองแดนสกุลเหงวียน จากนั้นเขากลับสู่ดินแดนสยามอีกครั้งกับ ปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู เอฟซี ในลีกภูมิภาค โซนภาคเหนือ เมื่อปี 2012

ต่อด้วยการย้ายมาอยู่กับ เชียงใหม่ เอฟซี ในลีกภูมิภาค โซนภาคเหนือ เมื่อปี 2013 และแจ้งเกิดได้อย่างแท้จริง เมื่อพาทีมคว้าตั๋วสู่ลีกพระรองได้สำเร็จ ขณะที่ฤดูกาลต่อมา แองเจโล มาชูก้า ซึ่งยังคงอยู่กับ เชียงใหม่ เอฟซี ที่มี “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม เป็นกุนซือ ก็ส่งต่อฟอร์มแรด้วยการยิงไปทั้งสิ้น 16 ประตูตลอดทั้งซีซั่น และเกือบจะพา “พยัคฆ์ล้านนา” เลื่อนชั้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีกได้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายมาพลาดช่วงโค้งสุดท้ายและจบฤดูกาลด้วยอันดับ 5 ตามอันดับ 3 เพียงแค่ 5 คะแนนเท่านั้น

...อย่างไรก็ตามหลังจากจบฤดูกาล 2014 กองกลางชาวปารากวัยก็ตัดสินใจย้ายทีมอีกหนไปอยู่กับ “ตะหานน้ำ” ทำให้เขาได้มีโอกาสกลับมาแสดงฝีเท้าในลีกสูงสุดอีกครั้ง ซึ่งในช่วงเลกแรกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในตำแหน่งตัวรุกอิสระและฝากประตูสวย ก่อนที่การเข้ามาของ สเตฟาโน “เตโก้” คูกูร์รา จะทำให้เขาต้องปรับบทบาทใหม่ด้วยการลงต่ำไปยืนเป็นมิดฟิลิด์ตัวรับ คอยตัดเกมและวางบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมแทน

“ผมชอบที่จะเล่นเป็นตัวอิสระในกองกลางมากกว่าเหมือนกับที่เคยเล่นในเชียงใหม่และราชชนาวีเลกแรก แต่หลังจากที่เตโก้เข้ามามันก็ไม่มีตำแหน่งนี้แล้ว เพราะฉะนั้นผมก็ต้องปรับตัวให้ได้” แองเจโลกล่าว "ผมไม่มีปัญหาในการเล่นหลายตำแหน่ง ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของสนาม หากโค้ชคิดว่าผมสามารถทำประโยชน์ให้กับทีมได้ ผมก็จะทำอย่างเต็มที่”

“ฤดูกาลที่แล้วเราสตาร์ทได้ไม่ดี แพ้ไปหลายเกมในเลกแรกและเสียแต้มในบ้านมากเกินไป ส่วนในเลกสองนั้นเราก็ทำได้ดีขึ้น แต่ผลงานก็ยังไม่สม่ำเสมอ จนถึงการเข้ามาของ เตโก้ มันเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เขาทำให้เราฝึกซ้อมหนักขึ้น มีความเป็นทีมมากขึ้น และสร้างแรงจูงใจในการเล่นให้กับเรา มันทำให้ทีมมีความมั่นใจและก็อย่างที่ทุกคนรู้ สุดท้ายเราก็รอดตกชั้นได้แบบปฏิหารย์"

...กับปีนี้ แองเจโล มาชูก้า รู้สึกว่าทีมมีความพร้อมขึ้นมาก คุณภาพนักเตะโดยรวมยกระดับจากปีที่แล้วมากขึ้น ขณะที่ระบบการเล่นของ เตโก้ ที่เน้นแผนการเล่นที่ไม่หลากหลายมากก็ทำให้นักเตะปรับตัวเข้าหากันได้มากขึ้น และเขาก็เชื่อว่ามันจะเป็นซีซั่นที่ยอดเยี่ยมของ ราชนาวีสโมสร อย่างแน่นอน

“ผมรู้สึกดีมากกับทีมในตอนนี้ ทุกๆ คนมีแรงจูงใจที่ดีและพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง เรามีนักเตะไทยที่ดีขึ้นจากปปีที่แล้ว แนวรับของทีมก็พัฒนามากขึ้น รวมถึงนักเตะต่างชาติก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยเฉพาะ ฟิลิปเป้ เฟอร์ไรร่า ที่เป็นดาวซัลโวของดิวิชั่น 1 เมื่อปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นปีนี้มันจะเป็นฤดูกาลที่ดีอย่างแน่นอน”

“สิ่งที่สำคัญคือเราต้องออกสตาร์ทให้ได้ดีเพื่อสร้างความมั่นใจ ปีที่แล้วเราออกสตาร์ทได้ไม่ดีและมันทำให้ทีมหลุดออกนอกเส้นทางที่ควรจะเป็นไปพักใหญ่ ฉะนั้นปีนี้เราก็ทำให้ดีขึ้นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายท็อปเทนที่วางไว้ เกมเยือนนั้นเราต้องพยายามเก็บแต้มให้ได้ ส่วนเกมในบ้านก็ต้องแพ้ให้น้อยที่สุด”

“ผมเชื่อว่าในเกมฟุตบอลนั้นอะไรก็เป็นไปได้ และถ้าเราเต็มที่ในทุกๆ เกม แม้จะไม่ใช่งานง่าย แต่เราก็น่าจะไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้สำเร็จ” แองเจโล มาชูก้า กล่าวทิ้งท้ายกับ FFT TH