ขาดเธอเหมือนขาดใจ : สาเหตุที่ “อันเดอร์ไวเรลด์” สุดสำคัญต่อไก่เดือยทอง

สเปอร์สทำได้เพียงบุกเจ๊าบอร์นมัธแบบไร้สกอร์ในนัดล่าสุด ส่งผลให้พวกเขาเสมอเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกันในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา และนี่คือสิ่งที่ FFT เห็นว่า “ยิ่งอันเดอร์ไวเรลด์กลับมาเร็วเท่าไหร่ พวกเขาก็จะเล่นได้ดีขึ้นเร็วเท่านั้น”

มันอาจจะฟังดูแปลกเมื่อเราวิจารณ์ทีมที่มีผลงานหรูไม่แพ้ใครเลยตลอด 9 นัดแรกในลีก แต่นั่นก็ไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่ว่า พวกเขาโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนักหลังช่วงพักเบรคทีมชาติเป็นต้นมา

ไก่เดือยทองเก็บได้เพียง 1 แต้ม จากถิ่น เดอะ ฮอร์ธอร์น ของเวสต์บรอมวิชฯ ต่อด้วยบุกเสมอ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน แบบทุลักทุเลในเกมยุโรป มันเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีเหมือนในช่วงก่อนพักเบรคทีมชาติ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเชตติโน ฟอร์มอ่อนยวบลงแบบนี้ เพราะ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ กองหลังคนสำคัญได้รับบาดเจ็บในเกมกับ’เดอะ แบ็กกี้ส์’ แม้ว่าอาการของนักเตะไม่ได้รุนแรงจนน่าเป็นห่วง แต่ก็เพียงพอทำให้เขาอดช่วยทีมในเกมเยือนถิ่นบอร์นมัธ

อัลเดอร์ไวเรลด์ถูกหามออกในเกมกับเวสต์บรอม

ปราการหลังเลือดเบลเยี่ยมคือหัวใจสำคัญในแผงแบ็คโฟร์ของสเปอร์สในฤดูกาลนี้ เกมรับของพวกเขาจะดูหละหลวมลงทันทียามไม่มีแข้งรายนี้อยู่ในสนาม ช่วง 10 นาทีสุดท้ายในเกมพบ“เดอะ เชอร์รี่”คือหลักฐานพิสูจน์ชั้นดี เมื่อลูกทีมของโปเชตติโนป้องกันลูกตั้งเตะของคู่แข่งได้ไม่ดีนัก เปิดโอกาสให้ แดน กอสลิ่ง ลากบอลมาถึงสุดเส้นหลังก่อนตบเข้ากลางให้ ชาร์ลี ดาเนียล ยิงเหน่งๆ แต่ยังโชคดีที่ อูโก้ โยริส นายทวารจอมหนึบของทีมยังช่วยเซฟไว้ได้

ความผิดพลาดนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะอย่าลืมว่าฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างอย่าง แดนนี่ โรส และ ไคล์ วอร์คเกอร์ ล้วนเป็นกองหลังจอมบุก ส่วน แยน แฟร์ทองเก้น เองก็ยังทำได้ไม่ดีพอ ขณะที่ เอริค ไดเออร์ นั้นเหมาะสมกับบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับมากกว่า ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงขาดคนคอยคุมจังหวะในเกมรับเมื่อไม่มีอัลเดอร์ไวเรลด์ในสนาม

นี่อาจจะเป็น 1 ในคู่หูกองหลังตัวกลางที่ดีที่สุดในลีกคู่หนึ่ง

ความสามารถของอัลเดอร์ไวเรลด์นั้นเป็นที่ประจักษ์ โดยนอกจากเป็นคนคอยคุมจังหวะในเกมรับแล้ว เขายังทำหน้าที่เป็นคนเปิดเกมรุกให้กับทีมด้วย เขาเป็นนักเตะที่มีเปอร์เซนต์ผ่านบอลสำเร็จสูงมาก และช่วยไก่เดือยทองเปิดเกมจากแดนหลังสู่แดนหน้าเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อปี 2015

เจาะไม่เข้า

โปเชตติโนอาจจำเป็นต้องส่งผู้เล่นตัวรุกลงสนามมากขึ้นเพื่อการต่อบอลที่รวดเร็วขึ้น แต่แผงแบ็คโฟร์นั้นมีส่วนสำคัญมากกับการที่พวกเขาจะทำแบบนั้น การไม่มีอัลเดอร์ไวเรลด์ทำให้ทีมขาดลูกแทงบอลเจาะตรงกลางสนาม รวมถึงลูกโยนยาวจากแดนหลังด้วย ทำให้คู่แข่งตั้งโซนป้องกันได้ง่ายขึ้น สเปอร์สจึงต้องเลี่ยงด้วยการผ่านบอลออกด้านข้างและเน้นการเข้าทำจากริมเส้น แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทำได้ไม่ดีนัก

ย้อนกลับไปในครึ่งแรกของเกมที่’วิทาลิตี้ สเตเดี้ยม’ สิ่งที่แฟร์ทองเก้นและไดเออร์ทำได้นั้นมีเพียงผ่านบอลออกด้านข้างและไม่ได้แทงบอลทะลุตรงกลางสนามเลย โซนป้องกันของเจ้าบ้านจึงไม่เจอความกดดันและเล่นเกมรับกันแบบสบายใจ เพราะสเปอร์สเจาะเกมตรงกลางไม่ได้

ในส่วนของ ซน ฮึง มิน แนวรุกฟอร์มแรงของทีมเยือนผ่านบอลในแดนของบอร์นมัธสำเร็จถึง 5 จาก 6 ครั้ง แต่มีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่ผ่านเข้าสู่กรอบเขตโทษ นอกนั้นเป็นการส่งบอลคืนหลังทั้งหมด ส่วนผู้เล่นคนอื่นของไก่เดือยทองแทบไม่มีจังหวะจ่ายบอลตามช่องหรือวิ่งทำทางเพื่อเปิดพื้นที่เลย  

ดังนั้นโปเชตติโนจึงต้องแก้เกมด้วยการส่ง มุสซา เดมเบเล ลงไปจับคู่กับ วิคเตอร์ วานยาม่า ในแดนกลางในครึ่งหลัง ผลปรากฎว่าฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างของพวกเขามีโอกาสเติมเกมสูงมากขึ้น แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถฉกฉวยโอกาสดังกล่าวเป็นจังหวะเข้าทำแบบจะๆได้เลย

วินเซนต์ แยนส์เซน คือหมากอีกรายที่ถูกส่งลงมา เช่นเดัยวกับ มุสซา ซิสโซโก้ ที่ลงมาแทน เดเล่ อัลลี ที่หายไปจากเกม แต่สุดท้ายพวกเขาไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้ ในขณะที่บอร์นมัธยังดูมีเกมโต้กลับเร็วที่อันตรายยิ่งกว่า

คู่แข่งใช้โอกาสเปลือง

สเปอร์สในยุคของโปเช็ตติโนมักไม่ค่อยเจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงานนัก แต่พวกเขากลับเจอปัญหาดังกล่าวในฤดูกาลนี้ ทั้งในรายของเดมเบเล่ที่พลาดลงสนามไปหลายนัด รวมถึง แฮร์รี่ เคน ดาวซัลโวประจำทีมที่ยังอยู่ในช่วงเรียกความฟิต แต่ยังดีที่พวกเขายังรักษาผลงานไว้ได้และยังแพ้ใครไม่เป็นในตอนนี้

ผลเสมอแบบไร้สกอร์ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของอัลเดอร์ไวเรลด์ สเปอร์สไม่เพียงแค่เปิดเกมรุกได้ไม่หลากหลายเหมือนเก่า แต่การเปลี่ยนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟบ่อยๆยังทำให้ทีมเสียระบบด้วย

อัลเดอร์ไวเรลด์จับคู่กับแฟร์ทองเก้นได้อย่างลงตัวและอยู่เบื้องหลังสถิติเกมรับอันยอดเยี่ยมของสเปอร์สในฤดูกาลนี้ ดังนั้นการขาดหายไปของเขานั้นส่งผลกระทบต่อทีมมาก โดยเฉพาะการออกบอลจังหวะแรกที่คอยควบคุมการเปิดเกมบุกของทีม รวมถึงความเยือกเย็นที่ทำให้ทีมเล่นอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ลูกทีมของโปเชตติโนเล่นผิดพลาดมากขึ้นเมื่อไม่มีอัลเดอร์ไวเรลด์ในสนาม นักเตะหลายคนหลุดตำแหน่งของตัวเอง ความแข็งแกร่งในช่วงต้นฤดูกาลเริ่มค่อยๆลดลง จากเดิมที่มักหาวิธีเอาชนะคู่แข่งได้เสมอ แต่สัปดาห์ที่ผ่านมามันกลับไม่เป็นอย่างนั้น

ในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ไก่เดือยทองตกเป็นรองบอร์นมัธชัดเจนและถูกเปิดเกมบุกใส่แทบฝ่ายเดียว แต่พวกเขายังโชคดีที่ยังเอาตัวรอดและเก็บแต้มออกมาได้

ไดเออร์ช่วยให้ทีมยันเสมอเลเวอร์คูเซน

สเปอร์สมีโปรแกรมเปิดรังรับมือ เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์หน้า พร้อมได้รับข่าวดีเมื่อ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ มีแววเรียกความฟิตกลับมาลงช่วยทีมอีกครั้ง ผลการแข่งขันของพวกเขาในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาบ่งบอกชัดเจนว่า กองหลังทีมชาตเบลเยียมยอดเยี่ยมและสำคัญต่อทีมมากแค่ไหน อีกมุมหนึ่งเขาคือคนที่นำทีมก้าวพ้นจากรูปแบบการเล่นเดิมๆสู่ยุคใหม่ที่แข็งแกร่งมาก