คาดการณ์ 11 ตัวผู้เล่นในใจ 'ซิโก้' ก่อนเจอฟิลิปปินส์

หลังจากที่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เคยเปรยไว้ว่าอาจจะมีการสลับสับเปลี่ยนตัวผู้เล่นในนัดที่เจอกับเจ้าภาพ หลังจากลอยลำเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มไปเรียบร้อย ทีมงาน FFT TH จึงขออาสาวิเคราะห์ 11 ตัวจริงในเกมวันเสาร์นี้ 

ผู้รักษาประตู

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ : ถึง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะประกาศว่าพร้อมโรเตชั่นนักเตะในนัดสุดท้าย แต่ด้วยศักดิ์ศรีค้ำคอ, สถิติไม่แพ้แข้งปินอยที่ยาวนานถึง 44 ปี และฟีฟ่า แรงกิ้ง เป็นเดิมพัน เชื่อว่าคงไม่หมุนนักเตะพร่ำเพรื่อในตำแหน่งที่สุ่มเสี่ยงแน่นอน และหนึ่งในตำแหน่งที่เปราะบางก็คือแผงหลัง ซึ่งความเหนียวและคงเส้นคงวาของ “เจ้าตอง” คือสิ่งที่ซิโก้จำเป็นต้องมีเพื่อเสถียรภาพ เพราะอย่างน้อยก็ต้องไม่แพ้ไว้ก่อน

กองหลัง

แบ็คขวา - ทริสตอง โด : แข้งลูกครึ่งฝรั่งเศสคือแบ็คอาชีพคนเดียวที่อยู่ในทีมชุดนี้ หลังจาก นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ถอนตัวไปก่อนหน้า ขณะเดียวกัน อดิศร พรหมรักษ์ ก็มีแนวโน้มจะหุบไปยืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ กรวิทย์ นามวิเศษ มากกว่าเพื่อกันเหนียว กรณีที่พัก ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ทำให้ “เจ้าโด” น่าจะได้ยืนประจำการต่ออีกนัด
 
เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ - อดิศร พรหมรักษ์ : กองหลังวัย 23 ปีทำผลงานได้ดีตั้งแต่นัดที่เจอกับออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหรือวิงแบ็คขวา จึงน่าจะเป็นนักเตะอีกรายที่ ซิโก้ ไว้วางใจส่งลงเล่นตั้งแต่ต้นเกม แม้จะสูงเพียง 175 เซนติเมตร แต่จากการที่ 2 นัดที่ผ่านมาฟิลิปปินส์เองก็ไม่ได้ใช้กองหน้าที่มีความสูงมากนัก ไม่ว่าจะเป็น ไมค์ อ็อตต์ (166 เซนติเมตร), มิซาจญ์ บาฮาโดรัน (174 เซนติเมตร), สเตฟาน ชรอค (170 เซนติเมตร) และ มานูเอล อ็อตต์ (172 เซนติเมตร) ขณะที่ ฟิล ยังฮัสแบนด์ (184 เซนติเมตร) ก็ขยับลงไปเป็นมิดฟิลด์มากกว่า ทำให้ “เจ้าเก่ง” น่าเอาอยู่
 
เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ - กรวิทย์ นามวิเศษ : จากการที่ ประทุม ชูทอง ยังไม่น่าจะฟิตพร้อมลงสนาม และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ก็คงได้พักแน่นอน ทำให้ “เจ้าตุ้ย” ยืนคุมหลังเต็มตัว แม้ที่ผ่านมาฟอร์มยังไม่เหมือนเดิมหลังจากเจ็บไปนาน แต่ในเกมที่ค่อนข้างไร้ความกดดันสำหรับทีมชาติไทย เนื่องจากลอยลำเข้ารอบไปแล้ว ก็น่าจะทำให้เจ้าตัวเรียกความมั่นใจกลับมาได้
 
แบ็คซ้าย - พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา : “เจ้าบาส” ทำผลงานได้ไม่เลวเลยทีเดียวในการลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดประเดิมสนามที่ชนะอินโดนีเซีย 4-2  และทำประตูได้ในเกมนั้น ซึ่งโค้ชซิโก้ก็ให้เหตุผลว่าต้องการจะรักษาความมั่นใจของอดีตแบ็คเทโรรายนี้ไว้ หลังจากโดนทัพอิเหนาคุกคามจนตีเสมอได้ในช่วงต้นครึ่งหลัง จึงเชื่อว่าจะแทน ธีราทร บุญมาทัน ในนัดนี้อย่างแน่นอน
 

กองกลาง

มิดฟิลด์ตัวกลาง - ชาริล ชัปปุยส์ : กุนซือวัย 43 ปีพยายามหาโอกาสให้กองกลางลูกครึ่งไทย-สวิสเก็บนาทีลงสนามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อฮีโร่จากซูซูกิ คัพ รายนี้ ได้ลงไปในฐานะตัวสำรองใน 2 นัดที่ผ่านมา ซึ่งในเกมกับฟิลิปปินส์ก็เป็นโอกาสดีที่ชัปปุยส์จะได้ลงเล่นตั้งแต่ต้นเกมเพื่อเรียกฟอร์มเก่าๆกลับมา โดยที่เกมแดนกลางของช้างศึกก็ไม่ได้อ่อนลงแต่อย่างใด

มิดฟิลด์ตัวกลาง - อดุล หละโสะ : หากชัปปุยส์ได้ลงจริง คนที่เหมาะที่สุดที่จะเป็นคู่หูของชัปปุยส์ในแดนกลางก็คือ ‘บังดุล’ เพราะความเชี่ยวชาญในการทำลายเกมของเขา เหมาะที่จะแบ่งเบาภาระในเกมรับของกองกลางจากสุพรรณบุรี เอฟซี ที่กำลังอยู่ในช่วงเรียกความฟิตไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไป และทำให้ชัปปุยส์สามารถเติมเกมขึ้นไปได้แบบไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังด้วย

ปีกซ้าย - เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ : เมื่อมีแบ็คซ้ายจอมบุกอย่างพีระพัฒน์ ทำให้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง น่าจะต้องการปีกจอมขยันที่สามารถช่วยฟูลแบ็คไล่บอลได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “เจ้าก้อง” คงถูกส่งลงมาเป็นตัวจริงในเกมนี้ และจากการที่ไม่ได้ลงสนามเลยในช่วง 3 นัดหลังสุดของช้างศึก ทำให้สตาร์ของชลบุรีจะมุ่งมั่นขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงกลับมาให้ได้ และอย่าลืมว่าเมื่อ 2 ปีก่อนเป็นเขานี่เองที่ยิง 2 ลูกดับดิ อัซกาลส์ ณ สนามราชมังคลากีฬาสถานในรอบรองชนะเลิศปี 2014

ปีกขวา - มงคล ทศไกร : หากปีกซ้ายเป็นเกริกฤทธิ์ เพื่อความสมดุลของทีมปีกขวาก็ไม่ควรจะเป็นคนถนัดซ้ายอีก ดังนั้นจึงตัด รุ่งรัตน์ ภูมิจันทึก ออกไปได้ และน่าจะเป็น มงคล ทศไกร ได้ลงเล่นแทน ซึ่งคงไม่มีเกมไหนที่ “จ่าเย็น” จะเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองได้เท่ากับเกมนี้อีกแล้ว และจากการที่เพิ่งย้ายไปเมืองทอง ยูไนเต็ด ก็ยิ่งทำให้เจ้าตัวมีแรงจูงใจที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองเพิ่มว่าเหตุใดจึงคู่ควรกับการเป็นแข้งทีมแชมป์ไทยลีกปีล่าสุด

กองหน้า

หน้าต่ำ - ศราวุฒิ มาสุข : ตัวนำโชคของโค้ชซิโก้ตั้งแต่ซีเกมส์ 2013 และล่าสุดเขาก็ถูกส่งลงไปเล่นเป็นศูนย์หน้า ก่อนจะโหม่งทำประตูชัยให้ไทยเฉือนชนะสิงคโปร์ 1-0 ไม่ต้องลุ้นเหนื่อยในนัดสุดท้าย น่าจะได้รางวัลตอบแทนให้เป็นตัวจริงในเกมนี้ โดยตัวรุกจากค่ายบางกอกกล๊าสรายนี้นอกจากจะยืนปีกได้แล้ว ยังสามารถเป็นหน้าต่ำหรือมิดฟิลด์ตัวรุกได้ แม้จะสูงเพียงแค่ 170 เซนติเมตร แต่ก็ได้ความคล่องแคล่วมาแทนที่
 
หน้าตัวเป้า - สิโรจน์ ฉัตรทอง : หลังจากประเดิมตัวจริงได้น่าประทับใจในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่เสมอออสเตรเลีย 2-2 สิโรจน์ก็ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้เลยในซูซูกิ คัพ หนนี้ แม้ว่าจะถูกจับลองทั้งในตำแหน่งกองหน้าคู่และปีกซ้ายก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าเกมนี้เจ้าตัวน่าจะได้รับโอกาสอีกครั้งในฐานะศูนย์หน้าตัวเป้า ด้วยส่วนสูง 184 เซนติเมตร จึงน่าจะเอาไว้ชนกับ อมานี่ อกินัลโด้ กองหลังเจ้าภาพที่มีส่วนสูงพอๆกัน