คาเตนัคโช่สไตล์? : 11 แข้งฟอร์มดีเข้าระบบ 'ราเยวัช' ที่อาจถูกเรียกตัวครั้งหน้า

เกมที่ทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ มิโลวาน ราเยวัช เปิดราชมังคลากีฬาสถาน เสมอกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แบบเกือบชนะ...แฟนบอลไทยได้เห็นรูปแบบการเล่นที่แตกต่างออกไปจากยุคก่อนๆ โดยสิ้นเชิง

‘มิโล’ เป็นโค้ชที่เน้นการเล่นแทคติกรัดกุม...ทีมที่เขาเคยคุมทัพที่ผ่านๆมักมีเกมรับที่แข็งแกร่ง ใช้การโต้กลับเร็ว เปลี่ยนแกนบอลให้เร็ว ถ่ายบอลให้เร็ว และ อาศัยจังหวะฉาบฉวยจู่โจมใส่คู่แข่งในการทำประตู ตลอดจนลูกเซ็ตพีซต้องละเอียด และหวังผลได้ ยกตัวอย่าง ฟุตบอลโลก 2010 รอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้ ที่เขาคุมทีมชาติกาน่า… ตลอดทัวร์นาเม้นต์ เขาใช้กองหน้าเป้าคนเดียว คือ กียาน อซาโมอาห์ ก่อนพาทีมเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายแบบน่าเข้ารอบรองชนะเลิศ…บอลสไตล์นี้อาจเรียกได้ว่าคล้ายเป็นสไตล์ “คาเตนัคโช่” อันโด่งดังของอิตาลี  

รูปแบบการเล่นนี้เหมาะสมกับทีมที่เป็นรอง…และสไตล์การเล่นแบบนี้ เขากำลังนำมาปรับใช้กับทัพ “ช้างศึก” ที่ต้องยอมรับกันในวงกว้างว่าความสามารถเฉพาะโดยรวมทั้งทีม เรายังเป็นรองทุกทีมในรอบ 12 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบสุดท้าย โซนเอเชีย ซึ่งมันก็เกือบได้ผล เพราะอันตรายของ อุมัร อับดุลเราะห์มาน นักเตะเอเชียอันดับ 1 ดูลดลงไปจากเกมแรกไม่น้อย

แทคติกของ มิโลวาน ราเยวัช อาจไม่ได้ถูกเรียกว่า “คาเตนัคโช่” ซะทีเดียวในใจของเขา มันอาจเป็นรูปแบบที่ผสมผสานระหว่างฟุตบอลเซอร์เบีย หรืออะไรสักอย่าง แต่การรับ และโต้กลับดีๆ มันก็ทำให้ไทยดูน่ากลัวขึ้นอีกมากโข… FFT TH จึงขอเสนอนักเตะฟอร์มดี ณ ปัจจุบัน ที่อาจถูกเรียกติดทีมชาติไทยในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องด้วยวิธีการเล่นที่อาจเข้ากันได้ด้วยดีกับแทคติกของ มิสเตอร์ ราเยวัช   

ปล. นักเตะตามลิสต์นี้ ยังไม่เคยถูกเรียกเข้าแคมป์เก็บตัวทีมชาติไทยในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช

สุภโชค สารชาติ

เขาคือนักเตะที่ เนวิน ชิดชอบ ยกย่องให้เป็นว่าที่ อันเดรส อิเนสต้า ของเมืองไทย

สุภโชค สารชาติ ได้ลงสนามถึง 20 นัด ในฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น แต่ก็ฉายแววเก่งเกินอายุ พร้อมกับยิงได้ 2 ประตูให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ในปีนี้เขาร้อนแรงยิ่งกว่าเดิมเสียอีก

แม้จะโชคร้ายที่ “เช็ค” มีอาการบาดเจ็บรบกวน จนได้ลงสนามเพียง 7 นัด แต่เขาก็โชว์ลีลาที่พัฒนาขึ้นมาจากปีก่อนอย่างมาก ปั่นป่วนแนวรับคู่สู้จนกระเจิดกระเจิง และถลุงประตูให้ “ปราสาทสายฟ้า” ได้ถึง 6 ตุง ซึ่งเป็นนักเตะไทยที่ยิงประตูได้มากที่สุดในทีม และกำลังจะกลับมาวาดลวดลายบนสนามอีกครั้งในช่วงเลกสอง

จากเกมกับ ยูเออี จะเห็นได้ว่า สรรวัชญ์ เดชมิตร อาจไม่เหมาะกับการเป็นเพลย์เมคเกอร์ตัวบนเดี่ยวๆ แต่ “เช็ค” เป็นนักเตะที่มีทักษะเฉพาะตัวดี ครองบอลเหนียวแน่น เล่นง่าย ออกบอลเร็ว และวิ่งหาช่อง หาจังหวะเข้าทำยิงประตูได้อย่างว่องไว สามารถเลี้ยงทะลุทะลวงกินตัวคู่แข่งได้ ซึ่งเหมาะสมกับระบบการเล่นของ มิโลวาน ราเยวัช ที่ต้องคิดเร็วทำเร็วและเฉียบขาดในทุกจังหวะ

หาก เควิน ดีรมรัมย์ ติดทีมชาติชุดใหญ่ในวัย 19 ปี แล้ว สุภโชค ที่มีอายุเท่ากัน ทำไมจะทำแบบนั้นบ้างไม่ได้?

นิติพงษ์ เสลานนท์ 

หลังจากสู้ศึกลีกพระรองในฤดูกาลที่ผ่านมา เขาก็ช่วยพายอดทีมถิ่นคลองเตยกลับมาโลดแล่นในไทยลีกได้อีกครั้ง

นิติพงษ์ เสลานนท์ เปลี่ยนไปเป็นคนละคนจากปีก่อน เขามีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง เติมเกมรุกได้อย่างดุดัน จึงทำให้ได้รับโอกาสเป็นตัวเลือกแรกของ จเด็จ มีลาภ อย่างสม่ำเสมอ ลงไปแล้ว ถึง 16 นัด ยิงได้ 1 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ จากการครอสทางด้านข้าง

นอกจากนี้ เกมรับของเขาก็ดีงามไม่แพ้กัน เข้าสกัดบอลได้อย่างเด็ดขาด ปิดตายปีกคู่แข่งได้เสมอ และไม่มีจังหวะพลาดแบบโฉ่งฉ่างให้เห็นเท่าไหร่นัก บางทีหาก ราเยวัช ต้องการแบ็คที่รุกดี-รับเด่น มากกว่าใช้แบ็คที่เน้นบุกอย่างเดียวแบบ ทริสตอง โด หรือรับเด่นอย่างเดียวแบบ อดิศร…  

นิติพงษ์ เสลานนท์ พร้อมเป็นคำตอบ

Pages