ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 10 นักเตะต่างชาติยิ่งใหญ่สุดตลอดกาลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ

พรีเมียร์ลีกถือกำเนิดมาเป็นเวลายาวนานและมีนักเตะมากมายหลายชื้อชาติที่เข้ามาแสดงเพลงเเข้งระดับเขย่าเกาะอังกฤษ FFT ได้จัดทำ 100 นักเตะต่างชาติที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกและตอนนี้เราเดินทางมาถึง 10 อันดับสุดท้ายที่คัดให้เหลือแต่หัวกะทิเท่านั้น ... จะมีใครบ้างติดตามได้ที่นี่  

ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 100-91

ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 90-81

ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 80-71

ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 70-61

ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 60-51

ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 50-41

ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 40-31

ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 30-21

ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 20-11

10. ดาวิด ชิโนล่า

“เขาเดินเข้ามาพร้อมกับผมสีเทา เสื้อเชิ้ตผ้าเนื้อดีสีขาวกับกางเกงขายาวที่เข้ากัน และแว่นกันแดด ผมกับเลสพูดพร้อมกันว่า ‘พระเจ้าช่วย ยังไงก็ไม่ขอยืนข้างหมอนี่ตอนถ่ายรูปทีมแน่ๆ’ ” วอร์เรน บาร์ตัน รำลึกถึงวินาทีที่เห็นเพื่อนร่วมทีมคนใหม่จากแดนน้ำหอมเป็นครั้งแรก

ชิโนล่าเข้ามาสร้างความสั่นสะเทือนให้กับพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกกับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด พร้อมกับเล่นงานแบ็คที่ว่าแน่ๆ ของเกาะอังกฤษไปนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น แกรี่ เนวิลล์ หรือ ลี ดิ๊กสัน ล้วนตกเป็นเหยื่อของเขามาแล้วทั้งนั้นจากพิษสงการเลื้อยสุดพริ้วไหวและการหักเลี้ยวได้อย่างคล่องแคล่วด้วยเท้าที่ถนัดทั้งสองข้าง

แม้ว่า ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ อาจจะเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในทัพสาลิกาดงชุดที่เฉียดคว้าแชมป์เมื่อฤดูกาล 1995/96 ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชิโนล่าคือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยเพิ่มมิติในเกมรุกและสามารถพลิกสถานการณ์ให้ทีมได้ ซึ่งน่าเสียดายที่เขาลาจากไทน์ไซด์ไปไม่สวยนักหลังมีเรื่องบาดหมางกับ เคนนี่ ดัลกลิช

แต่แน่นอนว่าช่วงเวลาที่พีคที่สุดของเขามาบังเกิดในถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน ซึ่งได้รับใช้ทีมจากลอนดอนเหนือไป 3 ฤดูกาลและร่วมกันคว้าแชมป์ลีกคัพได้ในปี 1999 โดยเฉือนชนะเลสเตอร์ ซิตี้ และที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้ก็คือประตูสุดงามที่เจ้าตัวเจาะตาข่ายบาร์นสลี่ย์ เอาไว้หลังจากโซโล่เดี่ยวเข้าไปยิงอย่างเหนือชั้น ประตูนี้ประตูเดียวสามารถจำกัดความตัวเขาได้อย่างคราบถ้วนทั้งพลัง, ความเร็ว และความคมในการจบสกอร์ แอบสงสัยเล่นๆ เหมือนกันว่าหากเป็นยุคสมัยนี้ เขาจะมีค่าตัวมหาศาลขนาดไหนกัน

9. ปีเตอร์ ชไมเคิล

เจ้าของฉายา “ยักษ์เดน” คนนี้นี่แหละที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกว่าเป็นการซื้อตัวที่คุ้มค่าที่สุดแห่งศตวรรษหลังจากใช้เงินไปเพียงครึ่งล้านปอนด์แล้วได้มาซึ่ง 5 แชมป์พรีเมียร์ลีก, 3 แชมป์เอฟเอคัพ และ 1 แชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก จากระยะ 8 ปีในโอลด์แทรฟฟอร์ด

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่ทีมปีศาจแดงของเฟอร์กี้ครองความยิ่งใหญ่ในยุคนั้นก็เป็นเพราะความเหนียวหนึบในหน้าปากประตูของตัวเองนี่แหละ ชไมเคิลไม่เพียงแต่จะยืนปักหลักอยู่ระหว่างเสาสองต้นเท่านั้น เพราะปกติเขาจะคอยตะโกนสั่งการและกระตุ้นแผงหลังเบื้องหน้าตัวเองจนทุกคนต่างมีสมาธิกันอยู่ตลอดเวลา

ว่ากันตามตรงแล้ว นักฟุตบอลส่วนใหญ่ต่างมีทักษะและความสามารถเหลือล้นแทบไม่แตกต่างกันเลย แต่สิ่งที่แยกพวกเขาออกจากกันก็คือทัศนคติของผู้ชนะซึ่งชไมเคิลมีอย่างเต็มเปี่ยม และหากพูดถึงคุณสมบัติของการเป็นยอดนายทวารแล้ว มือกาวจากเดนมาร์กคนนี้ก็ผ่านฉลุยในทุกข้อ ไม่ว่าจะเป็นการสปริงตัวได้สูง, กล้าเล่นบอลด้วยเท้า, อ่านจังหวะได้ขาด และที่สำคัญมีลำตัวที่บึกบึนและสูงใหญ่จนเวลากางแขนกางขาทีแทบจะปิดมุมจนมิด

แม้ว่าในยุคนั้นยูไนเต็ดอาจเต็มไปด้วยยอดนักเตะที่สร้างเกมรุกช่วยทีมผลิตสกอร์ได้อย่างมากมายทั้ง แอนดี้ โคล, ดไวท์ ยอร์ค, ไรอัน กิ๊กส์  และ พอล สโคลส์ แต่สิ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกันก็คือตำแหน่งผู้รักษาประตู อย่าลืมว่าหากไม่มีชไมเคิล แมนยูไนเต็ดคงไม่อาจสร้างตำนานคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในรอบรองเอฟเอคัพปี 1999 ที่เขาโชว์เซฟจุดโทษของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ในช่วงทดเวลาครึ่งหลังจนช่วยต่อลมหายใจให้ทีมไปคว้าชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษจากประตูมหัศจรรย์ของกิ๊กส์

หลังอำลายูไนเต็ดไปหลังฤดูกาลปาฏิหาริย์นั้น เขาก็ไปเฝ้าเสาให้สปอร์ติ้ง ลิสบอน อยู่ 2 ซีซั่นก่อนจะหวนคืนสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งกับแอสตัน วิลล่า ได้เพียงฤดูกาลเดียวก็เกิดเรื่องตลกร้ายขึ้นเมื่อซีซั่น 2002/03 เขาตัดสินใจเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อริร่วมเมืองของยูไนเต็ดที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาใหม่ พร้อมกับแขวนถุงมือกับทีมเรือใบสีฟ้าไปเลยหลังจบฤดูกาลนั้น

Pages