ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 20-11

เรามาถึง 20 อันดับสุดท้ายกันแล้ว งานนี้มีแต่ดาวเตะระดับไอค่อนของวงการล้วนๆ เลย มาลองดูกันว่ามีแข้งนำเข้าคนไหนที่ตรงกับใจคุณบ้าง

Words: Alex Hess, Jon Spurling, Andrew Murray, Richard Edwards, Seb Stafford-Bloor

20. เปาโล ดิ คานิโอ

หากคุณมองเห็นความเป็นศิลปินในตัวของเขา ถ้างั้นก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ชื่นชมมนต์เสน่ห์อันสง่าผ่าเผยของดิ คานิโอ ดาวเตะอิตาเลี่ยนคนนี้มีมุมมองการเมืองที่น่าสงสัยก็จริง แต่เขาก็ฝากยอดเพลงแข้งเอาไว้มากมายในฟุตบอลยุคโมเดิร์น โดยเฉพาะกังฟูวอลเล่ย์ที่ตะบันผ่านมือ นีล ซัลลิแวน เมื่อมีนาคม 2000 ซึ่งจะถูกจดจำไปตลอดกาล

ดิ คานิโอเคยได้ลงเล่นให้ทั้งเชฟฟิลด์ เว้นสเดย์ และชาร์ลตัน (สามารถนับได้ด้วยว่าเป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่พ้นเงื้อมมือของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไป) แต่ช่วงเวลาน่าประทับใจที่สุดของเขาในเกาะอังกฤษนั้นคือ 4 ปีที่เวสต์แฮมซึ่งเกิดขึ้นขั้นกลางระหว่างสองสโมสรนั้น ในระยะเวลานั้นเขาได้จารึกทุกภาพความเป็นฮีโร่ของปวงชนเอาไว้ ทั้งสารพัดเทคนิคขั้นพรสวรรค์, บุคลิกสุดดิบเถื่อน และแววตาของนักมายากลที่พร้อมจะจัดโชว์อลังการ

ช่วงเวลาในพรีเมียร์ลีกของดิ คานิโอนั้นอัดแน่นไปด้วยโมเม้นต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นลูกยิงสุดงามสารพัดท่า, การผลักกรรมการจนลงไปนอนกอง หรือการแสดงน้ำใจนักกีฬาสุดตะลึงโดยการเอามือคว้าลูกโยนเอาไว้ขณะที่มีประตูให้ยิงโล่งๆ (และนายทวารคู่แข่งนอนเจ็บอยู่) และเขาก็เป็นตัวอันตรายขนานแท้ด้วยเช่นกัน มีความลงตัวทั้งพลังงานและส่วนผสมความบ้าในตอนที่ลีกสูงุสดยังคงเปิดกว้างให้กับจอมโหดมากมายอย่างเช่น นีล รัดด็อก

19. โรบิน ฟาน เพอร์ซี

Robin van Persie

กองหน้าวัย 21 ของเฟเยนูร์ดมาถึงไฮบิวรี่เมื่อพฤษภาคม 2004 ด้วยค่าตัวเพียง 2.75 ล้านปอนด์ เป็นเหมือนตัวประกอบของสโมสรที่กำลังพักผ่อนแบบชิวๆ หลังสร้างผลงานฤดูกาลไร้พ่ายเอาไว้ ฟาน เพอร์ซีไม่ใช่ผู้เล่นประเภทเปิดปุ๊บติดปั๊บเลยแถมยังต้องแย่งตำแหน่งกับดาวรุ่งที่เพิ่งนำเข้าอีกรายอย่าง โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส กระนั้นเขาก็ยิ่งมีแววมากกว่าขึ้นเรื่อยๆ และไม่นานพิสูจน์ให้เห็นทีเด็ดเท้าซ้ายสั่งได้ของตัวเอง

ทีมปืนใหญ่มีโอกาสจะครองแชมป์ชนิดจับต้องได้ในปี 2008 และ 2011 ซึ่งว่ากันว่าจิ๊กซอว์ที่หายไปตลอดซีซั่นเหล่านั้นก็คือฟาน เพอร์ซี่ ในสภาพฟิตเปรี๊ยะนั่นเอง อาการบาดเจ็บคอยบั่นทอนอาชีพค้าแข้งของเขากับอาร์เซน่อล จนกระทั่งกลับมาฟิตเต็มถังอีกครั้งเมื่อมีนาคม 2011 เป็นการประกาศกร้าวถึงช่วงเวลานาทีทองยาว 14 เดือนซึ่งกระหน่ำประตูชนิดฉุดไม่อยู่พร้อมกับที่ทีมของ อาร์แซน เวงเกอร์ คว้าโควต้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกได้อีกหน

แต่ฟาน เพอร์ซี่ไม่พอใจเพียงเท่านี้ เมื่อสิงหาคม 2012 หลังจากผลิตสกอร์ให้อาร์เซน่อล ทั้งสิ้น 132 ประตู แข้งชาวดัตช์ก็โยกไปซบคู่แค้นอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อหวังจะซิวแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ตัวเองโหยหามานาน เขาเป็นกำลังสำคัญไปจนถึงฤดูกาลสุดท้ายที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยคว้ารองเท้าทองคำในปี 2013 และ 1 แชมป์ลีกหลังซัดไป 26 ตุงใน 38 นัดซึ่งรวมถึงลูกวอลเล่ย์สุดสวยพังประตูแอสตัน วิลล่า อย่างไรก็ตามการเลือกหนีไปค้าแข้งในโอลด์แทรฟฟอร์ดของเขากลับไม่เป็นที่ปลื้มนักสำหรับแฟนบอลอาร์เซน่อลจนถูกจองเวรชนิดไม่เผาผีกันเลย

Pages