ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 30-21

เราขยับเข้ามาใกล้ 20 อันดับสุดท้ายกันแล้วโดยมีทั้งอัจฉริยะชาวบราซิเลี่ยนทางแดนอีสาน, เหล่ายอดพลแข้งจากสองทีมแดงเดือดและยักษ์ใหญ่ลอนดอน รวมทั้งนักเตะที่อาจจะเท่ที่สุดในพรีเมียร์ลีก

Words: Huw Davies, Alex Hess, Jon Spurling, Seb Stafford-Bloor, Andrew Murray, Richard Edwards.

30. จูนินโญ่

เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันมากว่า 30 ปีว่านักเตะบราซิลนั้นต้องเล่นสวยรวยเทคนิค แต่อย่างน้อยสำหรับในอังกฤษนั้น เรื่องนี้จะร่ำลือกันได้ต่อไปเพราะจูนินโญ่ล้วนๆ

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ทึ่งไปกับสีสันที่เขาสร้างขึ้นทางย่านทีไซด์หลังเลือกทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นอย่างมิดเดิ้ลสโบรห์แทนที่จะไปโผซบบรรดายักษ์ใหญ่มากมายในยุโรปที่อ้าแขนพร้อมจะกระชากตัวมิดฟิลด์วัย 22 ปีผู้มีดีกรีแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส, อินเตอร์คอนทิเนนทัลคัพ และแชมป์ลีกบราซิล

สิ่งที่ทำให้เจ้าเล็กพริกขี้หนูคนนี้วิเศษวิโสนักไม่ใช่เพียงแค่การเอาบอลลงสุดนิ่ง, หรือทักษะการหลบเลี่ยงลูกเสียบสกัดอันเป็นเอกลักษณ์ (และจำเป็น), หรือการลากเลื้อยโดยโยกย้ายส่ายสะโพกจนเสื้อสะบัดพริ้วไหวไปกับสายลมเท่านั้น นั่นเป็นเพราะความรักที่เขามีให้กับเกมลูกหนัง, ความสุขที่ได้เตะบอลในบ้านหลังที่สอง และน้ำตาอันแสนเจ็บปวดต่อการร่วงตกชั้นของโบโร่ด้วย

นี่คือนักฟุตบอลระดับเวิลด์คลาสที่ติดทีมชาติบราซิลทั้งสิ้น 49 นัดแต่ก็ยังเลือกเซ็นสัญญากับมิดเดิ้ลสโบรห์ถึง 3 ครั้งจนกระทั่งพวกเขาคว้าแชมป์แรกได้สำเร็จในนัดชิงลีกคัพปี 2004 เขานี่แหละไม่มีใครเหมือน

29. ชาบี อลอนโซ่

ผู้เล่นบางคนนั้นมีทีเด็ดอยู่ที่ลูกยิง แต่อลอนโซ่กลับมีทีเด็ดปลิดชีพอยู่ที่ลูกจ่าย และด้วยมันสมองอันชาญฉลาดและท่าทางอันนิ่งสุขุมของเขาก็เป็นส่วนสำคัญของลิเวอร์พูลชุดที่เรืองรองอยู่ 2-3 ฤดูกาลภายใต้การคุมทีมของ ราฟา เบนิเตซ ก่อนจะถูกผลกระทบจากการเปลี่ยนมือเจ้าของที่สร้างหายนะ

คงมีสาวกในแอนฟิลด์ไม่มากนักที่จะตระหนักจริงๆ ว่าสโมสรนั้นเสียหายหนักขนาดไหนเมื่อลอนโซ่จากไปในปี 2009 แต่ที่แน่ๆ พวกเขายิ่งจะเสียอกเสียดายฝีเท้าของมิดฟิลด์ห้องเครื่องนี้มากกว่าเดิมหลังจากเขาเดินหน้ากวาดสารพัดแชมป์กับเรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติสเปน ซึ่งไม่ว่าจะพูดถึงอลอนโซ่ในหัวข้อใด ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงการอำลาลิเวอร์พูลของเขาที่ฝากอิทธิพลมากมายของตัวเองเมื่อครั้งยังอยู่กับสโมสรแห่งนี้

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอนที่ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ เฟร์นานโด ตอร์เรส ระเบิดฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองออกมาเมื่อเล่นร่วมกับเพลย์เมกเกอร์จากแคว้นบาสก์ รวมทั้งที่สโมสรเริ่มถดถอยลงทันทีที่ชายคนนี้จากไป “ถึงจุดหนึ่ง เขาคือกองกลางที่ดีที่สุดที่ผมเคยเล่นด้วย” อดีตกัปตันทีมของอลอนโซ่เผย

28. โรแบร์ ปิแรส

เขาอาจจะไม่ใช่ปีกที่สปีดติดจรวดที่สุดในไฮบิวรี่ แต่ปิแรสมีสไตล์การเล่นเหนือธรรมดาที่ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ในเขตเอ็นไฟฟ์ ฟอร์มที่ดูเฉื่อยชาในซีซั่นแรกของเขาถูกลืมไปอย่างรวดเร็วเมื่อเจ้าตัวจัดการซัดประตูชัยดับท็อตแน่มในรอบรองเอฟเอคัพปี 2001 แล้วพ่อค้าแข้งชาวฝรั่งเศสก็ทำผลงานผลิตสกอร์ในศึกนอร์ธลอนดอนดาร์บี้อย่างต่อเนื่องตลอด 6 ปีกับอาร์เซน่อล

เขาคือตัวทีเด็ดขนานแท้ในฤดูกาล 2001/02 โดยเฉพาะลูกกระดกข้ามหัว ปีเตอร์ ชไมเคิล ที่วิลล่าพาร์ค ในปี 2002 ขณะที่อาร์เซน่อลกำลังเขยิบเข้าใกล้การคว้าดับเบิ้ลแชมป์ แม้ว่าอาการเจ็บเข่าจะพรากโอกาสโชว์ลีลาในช่วงท้ายฤดูกาลของเขาไป แต่ปิแรสกลับยิ่งมีความสำคัญขึ้นไปอีกในฤดูกาลไร้พ่าย เส้นค้าแข้งกับทีมปืนใหญ่ของเขามาจบสิ้นลงในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกที่ปารีสเมื่อปี 2006 เมื่อเขาถูกเปลี่ยนตัวออกเนื่องจากผู้รักษาประตู เยนส์ เลห์มันน์ โดนใบแดงจนเกิดคำถามขึ้น

เขาได้ลงเล่นกับแอสตัน วิลล่า อยู่ช่วงสั้นๆ ในซีซั่น 2010/11 แต่มีเพียงผลงานกับอาร์เซน่อลเท่านั้นที่เขาจะได้รับการจดจำตลอดไป

27. เนมานย่า วิดิช

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟสไตล์อังกฤษที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปีได้เกิดขึ้นเมื่อนักเตะชาวเซอร์เบียคนหนึ่งเก็บข้าวของย้ายมาจากรัสเซีย เนมานย่า วิดิช มีคุณสมบัติทุกอย่างตามแบบฉบับตำรากองหลังเมืองผู้ดีที่ลุยแหลกแม้ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นการเทคตัวได้สูง, ไม่เล่นยาก และสภาพร่างกายที่อึดถึกราวกับคนเหล็ก

ถึงกระนั้นการสัมผัสฟุตบอลอังกฤษของวิดิชก็ไม่มีอะไรที่เรียบลื่นเลย เพราะเขาถูกความเร็วและความหนักหน่วงของพรีเมียร์ลีกเล่นงานอย่างหนักในช่วง 2-3 เดือนแรก แต่เขาก็สามารถตั้งสมาธิ, ปรับตัว และแข็งแกร่งขึ้น “ทุกครั้งที่ผมเดินผ่านยิม ผมจะเห็นเนมานย่าเล่นเวทอยู่ในนั้น” พอล สโคลส์ บอกเล่าเมื่อนึกย้อนถึงการตอบสนองของปราการหลังคนเหล็กต่อช่วงแรกๆ ที่ประสบปัญหา

หลังจากได้จับคู่กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ และมีพัฒนาการที่รุดหน้าอย่างรวดเร็ว วิดิชก็กลายเป็นหนึ่งในคู่เซ็นเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก ทีมปีศาจแดงในซีซั่น 2008/09 อาจถูกจดจำเพราะเหล่ากองหน้าถล่มประตูอย่างเตเบซ, รูนี่ย์, โรนัลโด้ และเบอร์บาตอฟ แต่บางทีส่วนที่น่าปลื้มยิ่งกว่าก็คือแนวรับที่สร้างสถิติเก็บคลีนชีทถึง 14 นัดอย่างไม่เชื่อในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น