ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 50-41

มาต่อกับตอนล่าสุดซึ่งมีทั้ง 4 ฮีโร่ของเชลซี, ครึ่งหนึ่งจากคู่หูมหากาฬของพรีเมียร์ลีก และยอดนักเตะผู้ใช้หัวได้เก่งที่สุดในลีก

Words: Richard Edwards, Seb Stafford-Bloor, Jon Spurling, Alex Hess.

50. โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ

ด้วยทรงผมที่หวีเรียบร้อยและชั้นเชิงการจ่ายบอลที่ไม่ธรรมดา ดิ มัตเตโอคือตัวอย่างของดาวเตะเชิงสูงจากแดนมะกะโรนีสำหรับแฟนๆ ที่เคยหลงไหลแต่สไตล์คลุกฝุ่นคลุกดินของ เดนนิส ไวส์

หลังจากถูกนายใหญ่ รุด กุลลิท ดึงตัวมาจากลาซิโอ เมื่อซัมเมอร์ 1996 จนเป็นนักเตะสถิติค่าตัวสโมสร ณ เวลานั้น ดิ มัตเตโอได้เป็นเหมือนสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้นยุคใหม่ และไม่ได้หมายถึงเพียงลอนดอนตะวันออกเท่านั้น แต่เป็นทั้งพรีเมียร์ลีกเลย

และด้วยพลังการขับเคลื่อนของเจ้าตัว แข้งชาวอิตาลีก็สร้างสีสันในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์อยู่นาน 6 ฤดูกาล พร้อมกับทำประตูได้มากมาย (และตราตรึงอยู่บ่อยครั้ง) จากแดนกลางซึ่งรวมถึงประตูอันโด่งดังภายใน 42 วินาทีจากนัดชิงเอฟเอคัพปี 1997 ที่เอาชนะมิดเดิ้ลสโบรห์ เขาแขวนสตั๊ดในปี 2002 แล้วในภายหลังก็เป็นคนพาเชลซีคว้าแชมเปี้ยนส์ลีกได้อย่างไม่คาดฝันในฐานะผู้จัดการทีมเมื่อปี 2012

 

49. โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

ตอนที่โซลชาร์ย้ายมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นแทบจะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครรู้ข่าวเลย หลังจากถูกกลบฝังไปด้วยข่าวเด่นประจำวันหัวข้ออื่นหมด การคว้าตัวดาวยิงนอร์วีเจี้ยนแทบจะเหมือนการติดประกาศตามใบปลิว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันเกิดขึ้นเพราะทุกความสนใจในตอนนั้นเทไปให้กับการจะกระชากตัว อลัน เชียร์เรอร์ มายังโอลด์แทรฟฟอร์ด

และก็มีเพียงครั้งเดียว (ในซีซั่น 2002/03) ที่เขาซัดได้ถึง 20 ลูกรวมทุกรายการ แต่นั่นเป็นเพียงสิ่งที่บ่งบอกถึงบทบาทที่ยูไนเต็ดของเขาเท่านั้น แม้เขาจะถูกจดจำในฐานะตัวสำรองชั้นเยี่ยม แต่เขากลับไม่ใช่เพียงตัวที่จะลงมาพลิกเกมหรือแค่เพื่อเติมความสด เพราะทีเด็ดในการอ่านจุดอ่อนของคู่ต่อสู้จากข้างสนามบวกรวมกับสัญชาตญาณล่าประตูของเขานี่แหละที่ทำให้เพชฌฆาตหน้าทารกคนนี้อันตรายอย่างยิ่ง

อาชีพค้าแข้งของโซลชาร์นั้นคือผลผลิตจากไหวพริบของเขามากกว่าสิ่งที่ซ้อมในสนาม เขาอ่านเกมได้เจ๋งกว่าใครซึ่งนั่นคือสาเหตุที่ประตูมากมายของเขาเกิดขึ้นในจังหวะที่ตัวเองไม่มีใครตามประกบหรือได้ยืนกางมุ้งอย่างไม่น่าเชื่อ กระนั้นเขาก็ไม่ใช่แค่ศูนย์หน้า 5 หลารอยิงแต่ลูกง่ายๆ เพราะแต่ละลูกที่ทำได้มาจากฝีมือล้วนๆ แต่ก็ยังไม่วายที่ฝีเท้าไม่ธรรมดาแบบนี้กลับถูกหลงลืมกันไปเสียเป็นส่วนใหญ่

48. ลูก้า โมดริช

หนึ่งในสิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดตลอดการค้าแข้งในแผ่นดินอังกฤษของโมดริชก็คือการรู้จักปรับตัวจนได้ดิบได้ดี หลังย้ายมาจาก ดินาโม ซาเกร็บ ในปี 2008 พร้อมกิตติศัพท์อันเป็นที่เลื่องลือจากความสำเร็จในยูโร 2008 กับทีมชาติโครเอเชีย เขากลับเจอเกมการเล่นอันหนักหน่วงเล่นงานจนแผลงฤทธิ์ไม่ออก ท็อตแน่มของ ฆวนเด้ รามอส นั้นร้ายกาจยามรวมกันเป็นทีมก็จริง แต่โมดริชเหมือนอยู่วงนอกคำชื่นชมนี้ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 เดือนแรกที่เหมือนว่าตัวเองจะตัดสินใจพลาดมหันต์

แต่ปัญหาแค่นี้มันเเรื่องเล็ก หลังปรับตัวกับความหนักหน่วงได้ทันเวลาและได้บทบาททำเกมรุกในทีม แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ ได้อย่างอิสระก็เหมือนจะยิ่งเพิ่มพูนพรสวรรค์ของเขาขึ้นไปอีกระดับนับตั้งแต่นั้น พอเวลายิ่งผ่านไป ตัวเขาก็ยิ่งเจนจัดโดยไม่ได้ลดทอนทักษะการจ่ายบอลอันประณีตลงเลย

การย้ายไปเรอัล มาดริด ของเขาทำใครหลายคนใจสลาย ท่าทีของตัวเขาที่บีบให้เกิดการซื้อขายครั้งนี้ได้ทิ้งรูโหว่เอาไว้ในทีมอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็กลับเหมือนรู้สึกไม่เสียหายอะไรที่อย่างน้อยได้ยลโฉมนักเตะมีคลาสระดับนี้ โมดริชคือตัวแทนของความสวยงามอันหมดจดของการเล่นฟุตบอลและยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดที่เคยสวมเสื้อสเปอร์ส

47. เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก

หลังเข้ามาเหยียบไฮบิวรี่เมื่อสิงหาคม 1998 (พร้อมกับเจาะตาข่ายแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในนัดประเดิมของตัวเอง) ดาวเตะสวีดิชเจ้าของทรงผมหัวหนามก็ได้ลงเล่นให้ทีมอย่างไม่ค่อยสม่ำเสมอรวมทั้งโชว์ฟอร์มได้ไม่คงเส้นคงวาบ้างเป็นครั้งคราว

เรื่องนี้ดำเนินมาจนกระทั่งฤดูกาล 2001/02 ที่คว้าดับเบิ้ลแชมป์ ซึ่งเขากลายเป็นผู้จบสกอร์ที่มีทีเด็ดทีขาดที่สุดคนหนึ่งในอังกฤษ ด้วยความเข้าขากับ เดนนิส เบิร์กแคมป์ ชนิดมองตาก็รู้ใจ ลุงเบิร์กจึงถล่มประตูเป็นว่าเล่นด้วยการโฉบตามไปปิดงานลูกจ่ายทะลุช่องของเพื่อนร่วมทีมชาวดัตช์พร้อมกับงัดบอลข้ามตัวผู้รักษาประตูเข้าไป

ชัยชนะของอาร์เซน่อลเหนือท็อตแน่ม, โบลตัน, เวสต์แฮม และลิเวอร์พูลล้วนมาจากการอ่านเกมและการปิดบัญชีที่เฉียบขาดของลุงเบิร์กทั้งนั้น อาการบาดเจ็บสะโพกในระหว่างทำศึกฟุตบอลโลก 2002 กับทีมชาติสวีเดนได้ลดทอนฝีเท้าของเขาลงไป (“ความสามารถของผมหายไป 20 เปอร์เซ็นต์” เจ้าตัวยอมรับ) แต่เขาก็ยังคงเป็นชิ้นส่วนสำคัญในยุคไร้พ่ายและช่วงเวลาหลังจากนั้น แต่ยิ่งพูดถึงช่วงที่เขาลงเล่นกับเวสต์แฮมในภายหลังน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี