ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 60-51

ตอนล่าสุดของเรามีทั้งสองหัวหอกของเชลซี และสามแข้งนำเข้าจากทีมที่เคยตกชั้น

60. แฮร์รี่ คีลล์

หลังจากระเบิดฟอร์มจนเป็นดั่งเพชรน้ำเอกของลีดส์ในชุดเดียวกับเหล่าขุนพลยังเติร์ก คีลล์ก็ย้ายไปอยู่ลิเวอร์พูล ในปี 2003 พร้อมแบกความคาดหวังที่เขาต้องมาเป็นคนตอบโจทย์การเชื่อมเกมที่หายไประหว่างมิดฟิลด์และแดนหน้าที่อาจแปลงโฉมให้ทีมที่ดูดีมีอนาคตของ เชราร์ อุลลิเย่ร์ นั้นผันตัวจากเพียงทีมที่ลุ้นแชมป์ไปเป็นทีมที่คว้าแชมป์

แต่อะไรๆ กลับไม่เป็นไปตามนั้นเพราะช่วงเวลาในถิ่นแอนด์ฟิลด์ของเขาเจอแต่อาการบาดเจ็บสารพัดด้านคอยรุมเร้า สุดท้ายภาพฝันของอุลลิเย่ร์ที่จะวางให้คีลล์ลงไปทะลวงแนวรับร่วมกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ ไมเคิล โอเว่น ในช่วงฟอร์มฮ็อทนั้นมีอันต้องเป็นได้เพียงความฝัน แต่ระยะเวลา 13 ปีในลีกสูงสุดอังกฤษของเขานั้นได้ฝากผลงานเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะประตูสุดสวยหลายๆ ลูก และผู้คนมากมายจะย้อนกลับมาดูอาชีพค้าแข้งของเขาพร้อมกับตกใจนิดๆ ถึงครั้งหนึ่งที่เขาได้ทำให้เราระทึกกับการชมเกมมากขนาดนี้

59. ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่

คาร์วัลโญ่คือส่วนหนึ่งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ หอบหิ้วมาด้วยเมื่อครั้งเข้ารับงานที่เชลซีในปี 2004 ซึ่งตัวเขาก็ก้าวมายังสแตมฟอร์ดบริดจ์ในฐานะแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่จนได้ใช้เวลาในชายคานี้ไปอีก 6 ปีเพื่อพิสูจน์คุณค่าตัวเอง

สำหรับความคุ้มค่าการย้ายทีมในตอนนั้นเป็นมากกว่าเพียงการเสริมผู้เล่นที่มูรินโญ่รู้จักดี เพราะมันยังสร้างการจับคู่ที่ลงตัวกับ จอห์น เทอร์รี่ หากคาร์วัลโญ่คือตัวไล่บอล เทอร์รี่ก็เป็นคนยืนคุมพื้นที่ พวกเขาถนัดกันไปคนละด้านนและยากที่จะอธิบายได้ในความหมายเดียว คาร์วัลโญ่อ่านเกมได้ดีและครองบอลได้เยี่ยมด้วย แต่มันกลับเป็นความต่างที่ลงตัวสำหรับพวกเขา

ทั้งสองคือหัวใจหลักในแนวรับที่สร้างผลงานเสียเพียง 15 ประตูในซีซั่น 2014/15 ไว้อย่างไม่น่าเชื่อ และโดนเจาะประตูไปอีกเพียง 47 ลูกเท่านั้นในอีก 2 ฤดูกาลรวมกัน และจากผลงานความเหนียวแน่นนั้นเองก็นำมาซึ่ง 3 แชมป์พรีเมียร์ลีก, 4 แชมป์เอฟเอคัพ, 2 แชมป์ลีกคัพ และตัวเลขการลงสนามเหนาะๆ ที่ 210 เกม พร้อมกับได้ย้ายไปเรอัล มาดริด ไม่เลวเลยทีเดียว

58. ปาโบล ซาบาเลต้า

ในฐานะขวัญใจชาวประชาอย่างที่เป็นมาในฐานะผู้เล่น ซาบาเลต้าคือรุ่นใหญ่ในยุคปัจจุบันของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ปัญหาของการยืนระยะได้นานที่มาพร้อมกับราคาค่างวด ตอนนี้ถือเป็นฤดูกาลที่ 9 ในแผ่นดินอังกฤษของเจ้าตัว โดยดาวเตะอาร์เจนไตน์นั้นผ่านจุดพีคของตัวเองไปแล้วจนเริ่มที่จะรักษาผลงานไว้ได้ยากขึ้น แต่ยังไงเขาก็เป็นผู้เล่นที่ไม่ธรรมดาเลย ฟูลแบ็คสมัยใหม่มักต้องมีความเร็วและทีเด็ดในเกมบุก แต่ซาบาเลต้ากลับสร้างชื่อได้จากการทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องในเกือบทุกส่วนของเกมการเล่น

ด้วยความเข้าใจแท็คติกในระดับสุดยอดซึ่งสังเกตได้ว่าเขามักจะอยู่ได้ถูกที่ถูกเวลาเสมอนั้นทำให้เขาน่าจะเป็นแบ็คขวาที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกในระหว่างปี 2012 ถึง 2015 และยังคงมีบทบาทสำคัญกับทีมต่อไป

 

57. จิลแบร์โต้ ซิลวา

กองกลางบราซิเลี่ยนดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 ได้จารึกชื่อตัวเองไว้ในประวัติศาสตร์อาร์เซน่อล โดยการทำประตูได้เร็วที่สุด (ยิงให้ทีมปืนใหญ่ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกเจอกับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นภายใน 20 วินาที) และเป็นคนเปิดซิงประตูแรกของพวกเขาในรังเหย้าแห่งใหม่อย่างเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมนัดที่เจอแอสตัน วิลล่า ในปี 2006

ในเรื่องของความสำคัญนั้น เขาคือกำแพงทนแดดทนฝนในยุคไร้พ่ายของอาร์เซน่อลเมื่อซีซั่น 2003/04 ยั้งทั้งปรับตัวถอยลงไปคอยแบ่งเบาภาระแบ็คโฟร์และเติมขึ้นไปช่วยเกมรุก ด้วยสไตล์ไม่เห็นแก่ตัวของจิลแบร์โต้กอปรกับการทำประตูได้ไม่ใช่น้อยๆ จึงทำให้เขาเป็นที่รักใคร่ของทั้งเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลไปโดยปริยาย