ข้ามาเพื่อสร้างชื่อ : 100 แข้งต่างชาติยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีก อันดับ 90-81

เรายังคงอยู่กับการสรรเสริญเหล่ายอดนักเตะจากทั่วโลกที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับพรีเมียร์ลีก

90. ฟิลิปป์ อัลแบร์

ด้วยท่วงท่าการเล่นที่ดูสบายและสไตล์ที่ดูสง่า ปราการหลังเบลเจี้ยนก็กลายเป็นที่เล่าขานในดินแดนไทน์ไซด์ การเติมเกมบุกของเขาช่วยให้นิวคาสเซิ่ลยิ่งเป็นต่อในการรุกคู่ต่อสู้จนทีมสาลิกาดงเฉียดจะได้ยุติช่วงเวลาไร้แชมป์อันแสนยาวนานของสโมสรลงได้

และในขณะที่ลูกชิพสุดงามในเกมที่ถล่มแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5-0 เมื่อตุลาคม 1996 นั้นคู่ควรกับการถูกยกย่องในพรีเมียร์ลีกไปอีกหลายปี คุณภาพในเกมรับของอัลแบร์เองก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

เขาได้ค้าแข้งกับนิวคาสเซิ่ลอยู่ 5 ปีซึ่งรวมกับการยืมตัวที่ฟูแล่มด้วย 1 ฤดูกาล ก่อนจะมุ่งสู่เบลเยี่ยมบ้านเกิดเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการค้าขายผักผลไม้เหมือนอย่างเราๆ ท่านๆ

89. เดิร์ก เคาท์

หลังจากถูกคว้าตัวมาในฐานะหัวหอกตัวเป้า เคาท์นั้นก็ดูเหมือนจะเป็นแค่กองหน้าอีกรายจากเอเรดิวิซี่ที่จะมาล้มเหลวกับการปรับตัวในพรีเมียร์ลีก แต่ก่อนที่เจ้าตัวจะสิ้นท่ากับการเป็นหัวหอก แข้งชาวดัตช์ได้ผันตัวเองไปเล่นปีกซะก่อน หรือถ้าจะเรียกให้ถูกกว่านั้นก็คือบทบาท Inside Forward ด้านขวาในระบบการเล่น 4-2-3-1 ซึ่งมีส่วนให้แท็คติกแนวนี้กลายเป็นที่ยอดฮิตในอีกทศวรรษต่อมา

เคาท์คือนักเตะผู้ปิดทองหลังพระในทีมลิเวอร์พูลชุดลงตัวที่สุดของ ราฟา เบนิเตซ ซึ่งทำผลงานกระฉูดที่สุดในฤดูกาล 2008/09 เมื่อพวกเขาปราชัยเพียง 2 นัดตลอดทั้งซีซั่นและชวดคว้าแชมป์ลีกไปเพียงนิดเดียว และก็ไม่น่าแปลกใจที่แฟนบอลในแอนด์ฟิลด์จะหลงรักผู้เล่นที่ทุ่มเทผิดหูผิดตาและถนัดยิงประตูในเกมสำคัญได้บ่อยๆ

88. จอร์จ บัวเต็ง

บัวเต็งคนนี้คือนักเตะประเภทที่ไม่ว่าจะย้ายไปสโมสรไหนแฟนบอลสโมสรนั้นก็รัก พอได้เห็นพ่อค้าแข้งแดนกังหันลงสนามในพรีเมียร์ลีกไปเกือบ 400 เกมให้ทั้งกับโคเวนทรี, แอสตัน วิลล่า, มิดเดิ้ลสโบรห์ และฮัลล์ ก็ยิ่งทำให้เห็นความรักใคร่นั้นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ในขณะที่ตัวเขาดูจะออกไปทางสไตล์ตัวตัดเกม แต่คุณสมบัติการเล่นที่ชัดเจนของบัวเต็งก็คือการตามไล่เก็บบอลมาเล่นให้จงได้ของเขานี่แหละ ถ้าถามว่าเขาเป็นกองกลางสุดยอดพรสวรรค์รึเปล่า เปล่าเลย แต่เขาเล่นด้วยความทุ่มเทชนิดถวายหัว และการดูเขาลงเล่นก็ให้ประสบการณ์ตื่นเต้นอยู่บ่อยๆ สำหรับคนที่ชื่นชอบสไตล์ดั้งเดิม

87. บาการี่ ซานญ่า

ตลอด 7 ปีที่อยู่กับอาร์เซน่อล ดาวเตะเฟร้นช์แมนคือตัวอย่างของความคงเส้นคงวาและฟูลแบ็คยุคใหม่ซึ่งต้องมีทั้งความเร็ว, การกล้าเข้าปะทะ และคอยเติมเกมอยู่ตลอดเวลา เท่าที่เห็นมาก็มีผู้เล่นในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมไม่มากนักที่โดดเด่นกว่าซานญ่าที่ลงมาพร้อมทรงผมถักเปียด้วยลูกปัดแล้วสะท้อนแสงอาทิตย์

เขาคว้าแชมป์ร่วมกับอาร์เซน่อลเพียงรายการเดียว นั่นก็คือเอฟเอคัพในปี 2014 ก่อนจะแสดงความตั้งใจในการโยกไปซบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาค่อยๆ เบียดขึ้นเป็นตัวหลักได้สำเร็จแม้ว่าอายุจะปาไป 34 แล้วซึ่งในช่วงหลังก็มีบ้างที่ต้องผ่อนการเติมทางฝั่งขวาลงไป