ข้ามรุ่น : 12 แข้งจิ๋วแบกอายุในศึกซีเกมส์ นับตั้งแต่กำหนดเกณฑ์

FFT TH ขอพาไปพบ 12 นักเตะแข้งจิ๋วที่ครั้งหนึ่งเคยแบกอายุไม่ถึง 18 ปี หาญกล้าท้าชนรุ่นพี่ในอาเซียน ด้วยการโชว์ฟอร์มสุดกระเดื่องในมหกรรมซีเกมส์ นับตั้งแต่กำหนดเกณฑ์อายุไม่เกิน 23 ปี เมื่อปี 2001 เป็นต้นมา

หลายคนก้าวมาเป็นตำนานของชาติ... และบางคนยังต้องรอเวลาพิสูจน์ตัวเองต่อไป มีใครกันบ้าง? ติดตามได้ที่นี่ 

ธีรเทพ วิโนทัย

: 14 ประตู แชมป์ 4 สมัย อายุก็แค่ตัวเลข

มนุษย์ลูกหนังที่ข้ามรุ่นเล่นกับรุ่นพี่มาตั้งแต่เด็ก จนแทบไม่เคยเล่นกับเพื่อนรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำตั้งแต่มัธยม…

ในวัย 14 ปี “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย สร้างความฮือฮาด้วยการข้ามรุ่น ติดทีมชุดอายุไม่เกิน 18 ปี ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ในชุดคว้าแชมป์ จตุรมิตร ร่วมกับ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เมื่อปี 2542 โดยที่เขาอยู่เพียงแค่ ม.2

ย้อนกลับไปในวัย 14 ปี “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย สร้างความฮือฮาด้วยการข้ามรุ่น ติดทีมชุดอายุไม่เกิน 18 ปี ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน ในชุดคว้าแชมป์ จตุรมิตร ร่วมกับ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เมื่อปี 2542 โดยที่เขาอยู่เพียงแค่ ม.2 ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมคือ ม.5 และ ม.6 กันทั้งนั้น

แล้วเมื่อเขาอายุได้ 16 ปี ก็สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการข้ามรุ่นแบบสุดกู่ด้วยการติดทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ลงเล่นในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 21 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการแข่งขันครั้งแรกที่มีการตั้งเกณฑ์อายุของนักกีฬา

ปีดังกล่าว “ลีซอ” เจ้าหนูจากชงโคม่วงทอง ถูกมองว่าเป็นเด็กเส้น เพราะฐานะทางบ้านถือว่าดี เป็นคนเมืองหลวงที่มีอันจะกินไม่ใช่น้อย แต่ความสามารถ และผลงานของเขาในสนามก็สยบคำวิจารณ์ทุกอย่าง

ลีซอ ลงสนามเป็นตัวจริง ในวัย 16 ปี และซัดประตูแรกตั้งแต่นาทีที่ 9 ในเกมที่เอาชนะ กัมพูชา 7-0 ในรอบแรก นัดแรก จากนั้นก็ยิงประตูโทน ดับ สิงคโปร์ 1-0 ในเกมที่สอง และนั่นคือ 2 ประตูแรกใน 2 เกมแรกของหนุ่มน้อยหน้ามนรายนี้

รอบรองชนะเลิศ ลีซอ นับสามด้วยการซัดประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ เอาชนะ อินโดนีเซีย 2-1 ก่อนที่ทีมชาติไทย จะคว้าแชมป์ไปในท้ายที่สุด ในปีดังกล่าว จากชัยชนะเหนือ มาเลเซีย 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ “เจ้าซอ” เด็กน้อยที่แบกอายุเป็นว่าเล่น และไม่เคยกลัวใคร

หลังจากนั้น ในปี 2003 ลีซอ ในวัย 18 ปี ที่มีประสบการณ์ฝึกฝีเท้ากับ คริสตัล พาเลซ ในลีกอังกฤษ ก็กลับมาเล่นซีเกมส์อีกครั้งที่ประเทศเวียดนาม และก็ซัดเพิ่มอีก 1 ประตูพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของแชมป์กับทีมชาติไทย สมัยที่ 2

ปี 2005 ฟอร์มของลีซอ เริ่มพีคขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการยิง 5 ประตู พาทีมชาติไทย คว้าแชมป์อีกครั้ง และเป็นสมัยที่สามของตนเอง โดยเขายิงในรอบรองชนะเลิศ 2 ลูกในเกมชนะ อินโดนีเซีย 3-1 และจัดการโชว์ของด้วยการตะบันแฮตทริค ถล่มเวียดนามในรอบชิงชนะเลิศ 3-0

ปิดท้ายด้วยปี 2007 ลีซอ ในวัย 22 ปี ยังอยู่ในอายุที่เข้าเกณฑ์ลงแข่งขันได้ เขาปิดท้ายซีเกมส์ สมัยที่สี่ลงอย่างสวยงาม ด้วยการเป็นแชมป์สมัยที่ 4 ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยยิงไปได้อีก 5 ประตู คว้ารองดาวซัลโวมาครอง พร้อมกับพาทีมชาติไทย เป็นแชมป์สมัยที่ 8 ติดต่อกันอีกด้วย

สิริรวมทั้งหมด 4 สมัยที่ ธีรเทพ วิโนทัย ลงแข่งขันซีเกมส์ ตั้งแต่อายุ 16 ปี เขาคว้าแชมป์ได้ทั้ง 4 ครั้ง และยิงรวมไปถึง 14 ประตู ซึ่งนับว่ายากมากที่ใครจะมาทำลายได้ เพราะหากคุณจะทำลายสถิติลีซอ ด้วยการคว้าแชมป์ ฟุตบอล ซีเกมส์ 5 สมัย คุณต้องลงเล่น และคว้าแชมป์ต่อเนื่องตั้งแต่อายุ 15 ขวบเลยทีเดียว!!!!

อิร์ฟาน ฟานดี้ อาหมัด

: แบกความเป็นพ่อไว้บนบ่า

ติดทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 18 ปี, ถูกส่งไปฝึกกับเอร์คูเลส ทีมดังในลีกรองของประเทศสเปน เมื่อวัย 15 ปี, เคยมีข่าวกับอาร์เซน่อล, เชลซี และ เอซี มิลาน สามยอดทีมในลีกยุโรป นี่ คือ ความมหัศจรรย์ของ “อิร์ฟาน ฟานดี้” แข้งดาวรุ่งแห่งประเทศสิงคโปร์

อิร์ฟาน ดาวรุ่งผู้แบกนามสกุลของบิดา ผู้เป็นตำนานแห่งทีมชาติสิงคโปร์อย่าง ฟานดี้ อาหมัด ไว้บนบ่า ก่อนที่ลูกไม้อย่างเขาจะหล่นไม่ไกลต้น ฉายแววยอดนักเตะได้ตั้งแต่อายุยังน้อย

อิร์ฟาน ดาวรุ่งผู้แบกนามสกุลของบิดา ผู้เป็นตำนานแห่งทีมชาติสิงคโปร์อย่าง ฟานดี้ อาหมัด ไว้บนบ่า ก่อนที่ลูกไม้อย่างเขาจะหล่นไม่ไกลต้น ฉายแววยอดนักเตะได้ตั้งแต่อายุยังน้อย… ปี 2013 อิร์ฟาน ในวัย 15 ปี เป็นหนึ่งในลิสต์ดาวรุ่งที่น่าจับตามองในย่านอาเซียนของ Goal.com และปีต่อมา เดอะ การ์เดี้ยน สื่อดังของโลก ก็จัดเขาอยู่ใน 40 อันดับนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงแห่งปี ฉะนั้น นี่คือนักเตะที่ชาวสิงคโปร์ให้ความหวังไว้มากที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว

ด้วยทักษะที่ยอดเยี่ยม, รูปร่างที่ดีมีความสูงถึง 186 เซนติเมตร และมีความเร็ว ทำให้เขาสามารถเล่นได้ทั้งกองหลัง, กองกลาง, ปีก และกองหน้า เรียกได้ว่า อิร์ฟานเคยผ่านการเล่นมาแล้วทุกตำแหน่งในช่วงเยาวชน

มีนาคม 2015 อิร์ฟาน ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติสิงคโปร์ ชุด ยู-23 ในวัยเพียงแค่ 17 ปี ก่อนซัด 2 ประตูในเกมรอบคัดเลือก ชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เสมอกับ มองโกเลีย 2-2 จนกระทั่งซีเกมส์ ปี 2015 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ อิร์ฟาน ฟานดี้ ก็ถูก ไอเดอร์ อิสคันดาร์ เรียกติดทีมใน ยู-23 อย่างต่อเนื่อง

เกมแรก อิร์ฟาน ไม่ได้ลงสนาม ในเกมชนะ ฟิลิปปินส์ 1-0 ก่อนถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 57 ในเกมต่อมาที่พบกับเมียนมา ระหว่างที่ยังเสมอกัน 1-1 แทนที่ของ ยง วู แสตนลี่ กองกลางของทีม แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ แถมเกมยังจบลงที่สกอร์พ่ายไป 1-2 อีกด้วย ทำให้สถานการณ์ของทีมอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างยิ่ง

และแล้วเกมที่สามกับ กัมพูชา เจ้าหนูวัย 17 ก็ได้โอกาสลงตัวจริงจนได้ พร้อมแผลงฤทธิ์ได้ทันทีด้วยการเป็นส่วนหนึ่งในการบดบังรัศมีของนายทวารกัมพูชา จนลูกฟรีคิกด้วยซ้ายของ ซาฟิรุล สุไลมาน เข้าอย่างสวยงาม ให้สิงคโปร์นำ 1-0 จากนั้นความเร็วของเขาก็วิ่งฉีกหนีแนวรับเข้าไปช้อนบอล แอสซิสต์ให้ ฟาริส รามลี่ ยิงง่ายๆ ให้สิงคโปร์นำ 2-0 ตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก ก่อนจะจบลงด้วยชัยชนะเหนือกัมพูชา 3-1 ในท้ายที่สุด

นัดสุดท้ายของรอบแรก สิงคโปร์ โคจรมาพบกับ อินโดนีเซีย ซึ่งขุนพล “เมอร์ไลอ้อน” จำเป็นต้องเอาชนะให้ได้เพื่อผ่านเข้ารอบ แต่ทว่า ไอเดอร์ อิสคันดาร์ กลับไม่ส่ง อิร์ฟาน ฟานดี้ ลงสนามเป็นตัวจริง ท่ามกลางเสียงความสงสัยของแฟนบอล แต่แล้วผลการแข่งขัน 0-0 หลังจบครึ่งแรก ก็ทำให้ อิร์ฟาน ต้องถูกส่งลงสนามแทนที่ของ เอมี่ เรชา กองหน้าเบอร์ 9 แต่จนแล้วจนรอด ประตูเดียวของเกมก็มาเกิดขึ้นในนาทีที่ 47 จากจังหวะยิงสุดสวยของ อิวาน ไดมาส แข้งอินโดนีเซีย และก็ทำให้สิงคโปร์ต้องปิดฉากเร็วกว่าที่คาดคิดในศึกฟุตบอลซีเกมส์ 2015 ที่บ้านของตนเอง

แม้จะจบซีเกมส์ครั้งแรกไม่สวยนัก แต่จากนั้น เขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ ตั้งแต่อายุ 19 ปี เมื่อปลายปี 2016 จากโอกาสของ ว.สุนทรมูรติ กุนซือทีมชาติสิงคโปร์ และได้ออกสตาร์ทตัวจริงเป็นครั้งแรกในเกมกับ ฮ่องกง อีกด้วย

ปัจจุบัน อิร์ฟาน ฟานดี้ ในวัยย่าง 20 ปี เป็นตัวหลักของสโมสร โฮม ยูไนเต็ด และก้าวขึ้นไปมีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ต่อเนื่องอย่างน่าภาคภูมิใจเช่นคุณพ่อของเขา

Pages