ค่าตัวที่แพงไป ? เมื่อ แกเร็ธ เบล อาจจะไม่มีที่ยืน(ตัวจริง)ใน เรอัล มาดริด

Gareth Bale

FFT จะมาวิเคราะห์ฟอร์มช่วงหลังของ แกเร็ธ เบล และสถานการณ์ที่อาจทำให้เขาสูญเสียตำแหน่งตัวจริงอย่างถาวร…

นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ เรอัล มาดริด ในปี 2013 แกเร็ธ เบล แทบจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับตำแหน่งตัวจริงภายในทีม แต่บอกตามตรงว่า ต่อให้ไม่มี ปีกพญาวานร แล้ว ซีเนอดีน ซีดาน ก็ไม่จำเป็นต้องปวดหัวในการจัดทัพในเกมต่อๆไปอยู่ดี

หรือเราอาจจะบอกด้วยซ้ำว่า การไม่มี เบล ในทีม อาจจะดีกับ มาดริด มากกว่าก็เป็นได้ เพราะตั้งแต่โดนเปลี่ยนออกในเกมกับ บาเยิร์น มิวนิค ที่ เยอรมัน เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น สองตัวแทนของเขาต่างทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งคู่

คนแรก คือ อิสโก้ ที่ได้รับโอกาสในเกมกับ สปอร์ติ้ง กิฆอน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนยิงได้คนเดียวสองประตู ซึ่งหนึ่งในนั้นคือประตูชัยในนาทีสุดท้าย

Isco

อิสโก้ ฉลองหลังยิงใส่ กิฆอน

ในเกมเลคที่สองกับ บาเยิร์น นั้น แฟนๆใน ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว ต่างพากันร้องเพลงเรียกชื่อ อิสโก้ กันในช่วงวอร์มอัพ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลัง

ทว่าคนที่โดดเด่นมากๆก็คือ มาร์โก้ อเซนซิโอ ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงในเวลาต่อมา หลังซีดาน ปรับระบบมาเล่น 4-4-2 แบบรูปเพชร

โดย ดาวเตะเลือดสเปน เป็นคนโซโล่ยิงประตูปิดท้ายเข้าไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ

และหลังจากนี้ ชีวิตในเมืองกระทิงดุของ เบล อาจจะไม่ได้ง่ายเหมือนเดิมก็เป็นได้…

สำรองที่(ทีมอื่น)อิจฉา

ขุมกำลังในแนวรุกของ มาดริด มีมากมายเหลือเฟือ เพราะหากตัดมนุษย์ต่างดาวอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลูกรักของ ซีดาน อย่าง คาริม เบนเซม่า ออกไป พวกเขายังมีชื่อของแข้งอย่าง อิสโก้, อเซนซิโอ, ฮาเมส โรดริเกซ, ลูคัส บาสเกซ และ อัลบาโร โมราต้า ที่รอโอกาสข้างสนาม

ตัดมนุษย์ต่างดาวอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลูกรักของ ซีดาน อย่าง คาริม เบนเซม่า ออกไป พวกเขายังมีชื่อของแข้งอย่าง อิสโก้, อเซนซิโอ, ฮาเมส โรดริเกซ, ลูคัส บาสเกซ และ อัลบาโร โมราต้า

ซึ่งที่ผ่านมา ถ้า เบล ไม่เจ็บไม่ป่วย เขาก็เป็น 1 ใน 3 ประสานเคียงข้าง ซีอาร์ 7 และ เบนเซม่า เสมอ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่าตัวมหาศาล และความเป็นที่โปรดปรานของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ถึงขนาดที่ ปีกทีมชาติเวลส์ เคยถูกวางตำแหน่งให้เล่นหลังกองหน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ เบล อยากเล่นในสมัย ราฟา เบนิเตซ มาแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อ ซีดาน เข้ามา กุนซือเลือดเฟรนช์ ก็ปรับแผนมาเล่น 4-3-3 ดังเดิม ซึ่งแน่นอนว่า สามประสาน ‘BBC’ คือ ตัวเลือกแรกของทีมเสมอ

Cristiano Ronaldo

BBC ยังได้โอกาสเสมอ

แม้หลังๆมานี้ หลายคนจะบ่นระงมว่า หมดยุคของ ทรีโอ้ ชุดนี้แล้ว และเรียกร้องให้ดร็อปบางคนออกจาก 11 ตัวจริงบ้างซะที แต่บางส่วนก็เห็นต่าง พร้อมยืนยันว่าแค่ชื่อของ ‘BBC’ ก็ขู่กองหลังทุกทีมบนโลกได้แล้ว

โดยระบบ 4-3-3 เหมาะกับ “ราชันชุดขาว” ที่สุด เพราะว่ากองกลางอย่าง คาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช และ โทนี่ โครส จะลงเล่นพร้อมกัน และจะมีที่ว่างให้ เบนเซม่า กับ เบล เพราะไม่ว่ายังไง โรนัลโด้ ก็ห้ามดร็อปอยู่แล้ว

หัวร้อน

อันที่จริง ปีที่แล้วถือเป็นปีทองของ เบล เหมือนกัน เพราะ เมื่อได้ลงสนาม อดีตดาวเตะสเปอร์ส ยิงประตูสำคัญๆได้เยอะ จนมีส่วนช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะในลีก 12 เกมรวด พร้อมกับทำให้ช่องว่างคะแนนกับ บาร์เซโลน่า ในวันสุดท้ายเหลือเพียงแค่แต้มเดียว

โดย ซีซั่นที่แล้ว เบล ลงสนามในลีก 23 เกม พร้อมสร้างสถิติ 19 ประตู และ 10 แอสซิสต์ ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ

ซีซั่นที่แล้ว เบล ลงสนามในลีก 23 เกม พร้อมสร้างสถิติ 19 ประตู และ 10 แอสซิสต์ ซึ่งถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ

ทุกอย่างยังดีต่อเนื่องมาถึงฤดูกาลนี้ โดยนับถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว เบล ยิงไป 5 ลูกจาก 11 เกมลีกที่ลงสนาม ทว่าหายนะก็มาเยือนอีกครั้ง เมื่อ อดีตแบ็คเซาแธมป์ตัน เจ็บหนัก 3 เดือนที่หัวเข่า

หลังจากหายเจ็บกลับมา เบล ยิงใส่ เอสปันญ่อล ได้ 1 ลูกทันที แต่หลังจากวันนั้น สถิติของแข้งค่าตัว 85.3 ล้านปอนด์สะกดได้ว่า 8 เกม 1 ประตู 0 แอสซิสต์

ซึ่งมันห่างไกลจากมาตราฐานที่เขาเคยทำได้มากๆ

นอกจากนี้ ในเกมกับ ลาส พัลมาส เมื่อไม่นานมานี้ เบล ยังมาโดนใบแดงแบบโง่ๆ หลังไปเตะคู่แข่ง ก่อนที่จะโดนผลัก แล้วไปผลักคืน ซึ่งนี่ถือเป็นการโดนไล่ออกครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2008 เลยทีเดียว

Gareth Bale

ใบแดงล่าสุดในชีวิต

คู่แข่งฟอร์มโหด

นับตั้งแต่โดนไล่ออกในวันนั้น เบล ได้โอกาสลงเล่นอีก 388 นาที ทว่า แข้งวัย 26 ปี ไม่ได้มีส่วนร่วมกับประตูที่ทีมทำได้เลย โดย เบลทำประโยชน์นิดหน่อยในเกมกับ แอตฯ มาดริด และ เงียบสุดๆในเกมที่ มิวนิค ก่อนโดนเปลี่ยนออกให้ อเซนซิโอ ลงมา

ที่เจ็บปวดก็คือ อเซนซิโอ คือ คนเปิดบอลให้ โรนัลโด้ ยิงประตูชัยในเกมวันนั้น

อีกไม่กี่วันต่อมา อิสโก้ มาฉายแสงในเกมกับ กิฆอน ดังที่บอกไปในบรรทัดแรกๆ จนทำให้สื่อชื่อดังที่สนับสนุนทีมอย่าง AS เปิดโหวต 11 ตัวจริงในเกมนัดตัดสินกับ “เสือใต้” ซึ่งผลปรากฎว่า อิสโก้ เบียด เบล เข้ามาเล่นตำแหน่งตัวรุกฝั่งขวาแทนด้วย

Zidane

ซีดาน จะเอายังไงกับ เบล ต่อดี?

และสุดท้าย ซีดาน ก็เลือก อิสโก้ ในเกมกับ บาเยิร์นฯ จริงๆ ซึ่ง ดาวเตะทีมชาติสเปน ก็สร้างโอกาสได้บ้าง เช่นเดียวกับ อเซนซิโอ ที่ลงมาในครึ่งหลัง และแสดงให้เห็นว่า ทำไมทุกคนในประเทศถึงจับตาเขา

ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ทั้งสองจะไม่ได้โอกาสอย่างต่อเนื่อง ทว่าทั้งคู่ก็มีสถิติที่ไม่เลวเลย โดยเฉพาะ อิสโก้ ลงเล่นเกมลีกแค่ 15 เกม แต่ยิงไปถึง 9 ลูก

“มันน่ารู้สึกผิดนะที่เราได้เห็น อิสโก้ ลงเล่นแค่นี้” บรรณาธิการของ อาส อย่าง อัลเฟรโด้ เรลาโน่ กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ชีวิตต้องเลือก

ทั้งหมดหมายความว่า อิสโก้ และ อเซนซิโอ สามารถลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับ มาดริด ในเกม เอล กลาซิโก้ สุดสัปดาห์นี้ได้อย่าไม่ขัดเขิน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เบล อาจจะดูเหนือกว่าทั้งคู่ในเรื่องความเร็วและลูกกลางอากาศ ยามเมื่ออยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม แต่ด้วยอาการบาดเจ็บและการขาดความมั่นใจแบบนี้ อาจทำให้ สองนักเตะเลือดกระทิงดุ น่าจะเหมาะกว่า

เหมือนกับในซีซั่นก่อน เมื่อ โรนัลโด้ อยู่ในช่วงฟอร์มตก เบล ก็เลยได้ขึ้นมาเป็นสตาร์หลักในเกมรุก

ซึ่งหลังจากนี้ ซีดาน จำเป็นต้องพิจารณาและตัดสินใจในเรื่องของ เบล เพราะหาก ปีกค่าตัวแพง ยังเค้นฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ ทั้งหมดก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์ลาลีก้า ที่ มาดริด ไม่ได้มา 5 ปีแล้ว เช่นเดียวกับ การเป็นทีมแรกที่สามารถป้องกันแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้

และบททดสอบแรกกำลังจะมาถึงใน เอล กลาซิโก้ สุดสัปดาห์นี้นี่เอง

โปรดติดตามอย่างไม่กระพริบตา…

New features you'd love on FourFourTwo.com