Blog

คับฟ้า : 10 นักเตะที่คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมประเทศตัวเองติดต่อกันเกิน 4 สมัย

เฮนริค มคิทาร์ยาน นั้นเป็นนักเตะที่ได้รับการยอมรับจากแฟนบอลทั่วโลก และเจ้าตัวก็มีฝีเท้าที่ต่างจากนักเตะร่วมชาติอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาก็ไม่ใช่นักเตะคนเดียวที่เก่งเกินหน้าเกินตาเพื่อนร่วมชาติ และนี่ก็คือ 10 นักเตะ ที่เรามองว่าพวกเขามีฝีเท้าที่โดดเด่นเหนือเพื่อนร่วมชาติ และสามารถการันตีได้ด้วยรางวัลที่ได้รับ

We are part of The Trust Project What is it?

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ (บัลแกเรีย)

นี่คือหนึ่งในนักเตะที่เรียกได้ว่าเป็นศิลปินลูกหนังอย่างแท้จริง เขามีทักษะการเล่นฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม สวยงาม และดูเพลินตาเป็นอย่างมาก แม้ในบางทีจะดูเหมือนนักเตะที่ขี้เกียจไปบ้างก็ตาม แต่การเล่นของดาวยิงรายนี้ก็เต็มไปด้วยประสิทธิภาพเสมอ

เบอร์บาตอฟเริ่มเล่นให้กับซีเอสเค โซเฟีย เป็นสโมสรแรกในระดับอาชีพ ก่อนที่เลเวอร์คูเซ่นจะไปคว้าตัวมาปลุกปั้น และโด่งดังถึงขีดสุดจากการลงเล่นให้กับสเปอร์ส และแมนฯ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก ก่อนจะค่อยๆ เข้าสู่ช่วงขาลงด้วยอายุที่มากขึ้นกับฟูแล่ม โมนาโก พีเอโอเค และเคราลา บลาสเตอร์ ทีมในอินเดีย

ส่วนชื่อเสียงในบัลแกเรียนั้น เบอร์บาตอฟก็ถือเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในบ้านในยุคของตัวเอง การันตีด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมฟุตบอลบัลแกเรีย 7 สมัย (2002, 2004, 2005, 2007-2010) และเจ้าตัวก็ถือเป็นหนึ่งในตำนานนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของดินแดนโยเกิร์ตเคียงข้างฮริสโต สตอรยคอฟ อดีตกองหน้าของบาร์เซโลน่า อย่างไม่ต้องสงสัยเลย

เฮนริค มคิทาร์ยาน (อาร์เมเนีย)

แม้ในปัจจุบัน มคิทาร์ยานจะยังมีฟอร์มการเล่นที่ไม่แน่นอนนักกับอาร์เซนอล แต่สำหรับแฟนบอลในชาติบ้านเกิดของตัวเองแล้ว เขาคือนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอาร์เมเนีย

มคิทาร์ยานเป็นนักเตะไม่กี่คนของอาร์เมเนียที่ได้เล่นให้กับทีมชั้นนำของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นชัคตาร์ โดเนสต์, ดอร์ทมุนด์ แมนฯ ยูไนเต็ด และอาร์เซนอล ถึงแม้เจ้าตัวยังทำผลงานได้ไม่สม่ำเสมอนักก็ตาม แต่เมื่อเพลย์เมคเกอร์รายนี้เล่นได้อย่างเข้าฟอร์มเมื่อไหร่ เขาคือหนึ่งในตัวทำเกมที่ดีที่สุดคนหนึ่งของยุโรปอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างที่เคยแสดงให้เห็นมาแล้วกับการเล่นให้ทัพเสือเหลืองที่เยอรมนี

และด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นเกินใครในประเทศ ทำให้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของอาร์เมเนียเป็นของมคิทาร์ยานมาแล้วถึง 8 สมัย (2009, 2011-2017) และเจ้าตัวก็คงจะกวาดเพิ่มได้อีกเรื่อยๆ เพราะปัจจุบัน เพลย์เมคเกอร์ของอาร์เซนอลรายนี้เพิ่งจะมีอายุ 29 ปีเท่านั้น

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (สวีเดน)

การเรียกตัวเองว่าเป็น ‘พระเจ้า’ อาจจะทำให้คนส่วนใหญ่นั้นหมั่นใส้เอาง่ายๆ แต่นั่นไม่ใช่กับซลาตัน อิบราฮิโมวิช เพราะฝีเท้าของเขาที่แสดงบนฟลอร์หญ้า ก็ถือว่าเหมาะสมแล้วกับการนิยามตัวเองอย่างนั้น

ไม่ว่าจะเล่นให้กับทีมไหน อิบราฮิโมวิชก็ตอบแทนสโมสรเหล่านั้นด้วยการพังประตูอย่างถล่มทลายเสมอ และถ้านับตั้งแต่ย้ายมาร่วมอินเตอร์ มิลาน ในฤดูกาล 2006/07 ก็ปรากฏว่า ไม่มีฤดูกาลไหนเลยที่เจ้าตัวจะทำประตูได้น้อยกว่า 10 ลูกต่อฤดูกาล หากเจ้าตัวได้อยู่กับต้นสังกัดจนจบฤดูกาล นอกจากนี้ เจ้าตัวยังประสบความสำเร็จในอาชีพด้วยการคว้าแชมป์ลีกมาแล้ว 4 ประเทศด้วยกัน

และด้วยฝีเท้าซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ก็ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมดาวยิงชาวสวีดิชรายนี้ ถึงคว้าตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสวีเดนได้ถึง 11 สมัย และเคยคว้ารางวัลดังกล่าวได้ถึง 10 สมัยติดอีกด้วย (2007-2016) เพราะฉะนั้นการที่อิบราฮิโมวิชจะเรียกตัวเองว่า ‘พระเจ้า’ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรนัก หากนำผลงานของเขามาเป็นตัวชี้วัด

ซามูเอล เอโต้ (แคเมอรูน)

ดาวยิงรายนี้เป็นนักเตะจากกาฬทวีปที่สร้างชื่อให้กับตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก เพราะเขาเป็นนักเตะจากแอฟริกันที่ได้ไปฝึกฝีเท้ากับเรอัล มาดริด ตั้งแต่อายุ 15 ปี อย่างไรก็ตาม เอโต้ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทัพราชันชุดขาวได้ ก่อนจะย้ายไปเล่นให้เรอัล มายอร์ก้า ในปี 2000

และเอโต้ก็สร้างชื่อขึ้นมาเป็นหนึ่งในดาวยิงที่ดีที่สุดของลา ลีก้า ในสมัยที่เล่นกับเรอัล มายอร์ก้า ซึ่งฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเจ้าตัวที่นั่นก็ทำให้เขาได้ย้ายมาร่วมทีมบาร์เซโลน่า และที่นี่เป็นที่ๆ ทำให้ดาวยิงแคเมอรูนสร้างชื่อเป็นดาวยิงระดับโลกอย่างแท้จริง ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลาน พร้อมกับประสบความสำเร็จร่วมกับทัพงูใหญ่อีกมากมายเช่นเดียวกับที่เคยทำได้สมัยเล่นให้บาร์เซโลน่า แต่หลังจากย้ายออกจากอิตาลี ฟอร์มของศูนย์หน้ารายนี้ก็ดรอปลงไปเล็กน้อยทว่าเอโต้ก็ยังคงความเป็นกองหน้าพิษสงจัดไว้อยู่เสมอ

เอโต้อาจจะไม่เคยได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของแคเมอรูน แต่นั่นก็เป็นเพราะว่า ประเทศของเขาไม่มีการมอบรางวัลดังกล่าวไงล่ะ แต่ถ้าถามว่าเจ้าตัวเคยได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกาหรือเปล่า เราก็ขอบอกเลยว่า เขาเป็นนักเตะที่คว้ารางวัลนี้ได้มากที่สุดที่ 4 สมัย เท่ากับยาย่า ตูเร่ มิดฟิลด์ตัวเก่งของไอวอรี่ โคสต์ และอเบดี เปเล่ อดีตกองหน้าตัวเก่งของทีมชาติกาน่า

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

แค่การคว้ารางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย ก็คงเพียงพอที่จะบอกได้ว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนังโลก

โรนัลโด้ฉายแววเด่นตั้งแต่เป็นนักเตะดาวรุ่งของสปอร์ติ้ง ลิสบอน ก่อนจะเป็นเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่หยิบชิ้นปลามันชิ้นนี่ไปเป็นของแมนฯ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ และปีกจอมสับรายนี้ก็ก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะของโลกอย่างเต็มตัว จากการลงเล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ก่อนจะย้ายไปตามฝันของตัวเองกับเรอัล มาดริด พร้อมกับสร้างชื่อด้วยการเป็นเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทัพราชันชุดขาว ขณะที่ปัจจุบัน ดาวเตะบัลลงดอร์ 5 สมัย กำลังมาสร้างตำนานบทใหม่ในศึกเซเรีย อา กับยูเวนตุส

ในเมื่อเจ้าตัวเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก การคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของประเทศก็ดูจะเป็นรางวัลเล็กๆ ไปเลย อย่างไรก็ตาม โรนัลโด้ก็คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของโปรตุเกสไปถึง 9 สมัย (2007-2009, 2011-2013, 2015-2017) แต่นั่นก็คงไม่น่าภูมิใจเท่าการที่เขาพาทีมชาติคว้าแชมป์ยูโรได้เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของชาติเมื่อปี 2016 หรอก