คำสาปแห่งยูโร? ย้อนรอย 9 นัดประเดิมสนามที่ 'สิงโตคำราม' ยังไม่ชนะใคร

นอกเหนือจากความจริงที่ว่าทีม "สิงโตคำราม" ยังไม่เคยคว้าแชมป์ยูโรได้เลย ก็ยังมีสถิติอีกอย่างที่ยังอยู่คงกระพันมาจนถึงปัจจุบันนั่นก็คือ... ทุกครั้งที่พวกเขาผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะพบกับชัยชนะในนัดแรก รวมถึงเกมกับรัสเซียเมื่อคืนนี้ด้วย และทีมงาน FFT TH จะมาแจกแจงให้แฟนานุแฟนได้ทราบกันว่า 9 ครั้งที่ผ่านมา พวกเขาเจอกับใคร ประเทศอะไรเป็นเจ้าภาพ ผลการแข่งขันออกมาเป็นอย่างไร และสุดท้ายพวกเขาไปไกลแค่ไหนในปีนั้น

1968, อิตาลี: อังกฤษ 0-1 ยูโกสลาเวีย

นี่คือปีที่ทัวร์นาเม้นต์เปลี่ยนชื่อจากยูโรเปี้ยน เนชั่นส์ คัพ มาเป็นยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ และนี่ยังเป็นครั้งแรกที่อังกฤษได้เล่นในเข้ารอบสุดท้ายรายการนี้อีกด้วย โดยคราวนั้นยังมีทีมเข้าร่วมอยู่แค่ 4 ทีมและเป็นแบบแพ้ตกรอบไม่ใช่พบกันหมด ซึ่งทาง “สิงโตคำราม” ได้พกดีกรีแชมป์โลกเมื่อ 2 ปีก่อนลงโม่แข้งกับยูโกสลาเวียด้วยสภาพที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากขาด เจฟฟ์ เฮิร์สต์ และ น็อบบี้ สไตลส์ ที่บาดเจ็บ และเป็น ดราแกน ซายิช ที่ทำประตูโทนในเกมนั้น ซ้ำร้าย อลัน มัลเลรี่ มาโดนไล่ออกในเกมนั้นอีกด้วย ทำให้เจ้าตัวเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษคนแรกที่โดนใบแดง เป็นเหตุให้ลูกทีมของ เซอร์ อัล์ฟ แรมซี่ย์​ ต้องชิงที่ 3 สหภาพโซเวียต ก่อนที่ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และเฮิร์สต์ที่หายเจ็บกลับมาจะช่วยกันยิงคนละลูกให้พลพรรค “ทรี ไลอ้อนส์” คว้าชัยเป็นการปลอบใจ

1980, อิตาลี: อังกฤษ 1-1 เบลเยี่ยม

“สิงโตคำราม” ยุคนั้นมี เควิน คีแกน เป็นตัวความหวัง จึงหมายมั่นปั้นมือว่าจะทำผลงานให้ดีให้ได้หลังจากที่ตกรอบคัดเลือกใน 2 ครั้งก่อนหน้า และดูเหมือนว่าจะเริ่มต้นได้สดใสเมื่อออกนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 26 จาก เรย์ วิลกิ้นส์ อดีตกองกลางของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ทีม “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ก็มาตีเสมอได้ในอีก 3 นาทีถัดมา แม้จะเสมอกับอิตาลีและชนะสเปนในนัดสุดท้ายแต่ก็ไม่เพียงพอให้ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้

1988, เยอรมันตะวันตก: อังกฤษ 0-1 ไอร์แลนด์

พลพรรค “ยักษ์เขียว” ได้เข้าร่วมสังคายนาในรอบสุดท้ายรายการนี้เป็นครั้งแรก ขณะที่ขุนพล “ทรี ไลอ้อนส์” ก็กลับมาอีกครั้งหลังจากตกรอบคัดเลือกเมื่อ 4 ปีก่อนหน้า พร้อมกับแนวรุกระดับพระกาฬอย่าง  แกรี่ ลินิเกอร์,​จอห์น บาร์นส์ และ ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ แต่กลายเป็นว่าโดนทีมน้องใหม่ลูบคมจากลูกโหม่งของ เรย์ ฮิวจ์ตัน ตั้งแต่นาทีที่ 6 ทั้งที่พยายามจะบุกอย่างหนักแต่ก็ไม่สามารถเจาะตาข่ายตีเสมอได้ทำให้ปราชัยในท้ายที่สุด และเป็นอีกครั้งที่ต้องกลับบ้านตั้งแต่รอบแรก หลังจากที่พ่ายต่อฮอลแลนด์และสหภาพโซเวียตในอีก 2 นัดถัดมา

1992, สวีเดน: อังกฤษ 0-0 เดนมาร์ก

เดนมาร์กชุดนั้นมีเวลาเตรียมตัวแค่อาทิตย์เดียวก่อนจะมาร่วมโม่แข้งครั้งนี้ในฐานะมวยแทน เนื่องจากยูโกสลาเวียที่เข้ารอบเกิดมีสงครามกลางเมืองจนถูกตัดสิทธิ์ แต่กลับเล่นงานอังกฤษที่มี “กุนซือหัวผักกาด” เกรแฮม เทย์เลอร์ กุมบังเหียนเสียจนเกือบเอาชนะได้ ทั้งที่มีดาวดังอย่าง แกรี่ ลินิเกอร์, สจ๊วร์ต เพียร์ซ และ เดวิด แพล็ทท์ นำทีมก็ตาม ก่อนที่พลพรรค “สิงโตคำราม” จะเสมอกับฝรั่งเศสและแพ้สวีเดนในนัดสุดท้าย ตกรอบแรกไปตามระเบียบ ส่วนทัพ “โคนม” ในฐานะทีมสแตนด์บายกลับคว้าแชมป์ได้อย่างพลิกความคาดหมาย