ขอเขียนด้วยคน : แกรี่ สตีเว่นส์ พูดถึงชีวิตโค้ชที่อาร์มี่และท่าเรือ

อดีตนักเตะของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ และ ทีมชาติอังกกฤษ แสดงทัศนคติต่อความโกลาหลของฟุตบอล ไทยลีก หลังถูกปลดออกจากตำแหน่งจากการไม่สามารถทำผลงานได้ตามเป้าหมาย

เมื่อผมมาคุมทีม อาร์มี่ ยูไนเต็ด ทีมจากประเทศไทยในปี 2014 ผมเข้ามาในช่วงปิดฤดูกาล นั่นทำให้ผมสามารถซื้อและขายนักเตะในทีมได้อย่างอิสระ หลังจากนั้นเราก็เล่นเกมปรีซีซั่นก่อนที่จะเริ่มฤดูกาลด้วยการชนะ 4 จาก 5 เกมและงานนี้ทำให้เราเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จ

จากนั้นเราก็แพ้ 3  เกมติดต่อกัน ผมกำลังพักผ่อนอยู่ก่อนจะรู้ตัวอีกทีผมก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง ผมไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น ทั้งหมดที่ผมสามารถพูดได้คือมันเป็นสโมสรของพวกเขาและพวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นได้ถ้าหากผมไม่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งนี้หรือผมได้ทำในสิ่งที่พวกเขาไม่ชอบใจพวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงมันผมคงต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นและจำเป็นต้องเห็นด้วยแบบเสียไม่ได้

ครั้งแรกที่ผมถูกเรียกตัวเข้าไปคุยนั้น ผมบอกตามตรงว่าผมสามารถนำทีมสต๊าฟของผมเขาไปในทีมบางส่วนแต่สิ่งที่ผมหวังมันก็ไม่เกิดขึ้น ท้ายที่สุดเเล้วผมก็ไม่ได้ลูกมือที่ผมต้องการ แต่ความจริงทั้งหมดคือผมคิดว่าสโมสรคงไม่มีความสุขมากนักสำหรับเรื่องนี้ เพราะทีมงานของผมยังอายุน้อยและดูไม่มีดีกรีมากพอสำหรับประเทศไทย

ผมชอบที่จะเรียนรู้จากเหล่าวันรุ่นเพราะพวกเขามักจะทำให้ผมเห็นมุมมองที่แตกต่าง แต่หนึ่งในซีเนียร์โค้ของทีมรู้สึกว่ามันจะเป็นการลดบทบาทของเขา ในมุมมองของผม ผมคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นแบบนั้นเราต้องมีทีมสต๊าฟที่มีขนาดใหญ่และแต่ละคนล้วนมีหน้าที่รับผิดชอบแตกต่างกันไป และผมคิดว่านี่คือจุดเริ่มต้นของตอนจบที่เกิดขึ้น เขาไม่ชอบในสิ่งที่ผมต้องการและผมเองก็เชื่อว่าเขามีอิทธิพลต่อสโมสรอย่างมากในการตัดสินใจแต่ละเรื่อง

ผมคิดว่าวัฒนธรรมของที่มีผลอย่างมากสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น ความรู้สึกแบบนี้เหมือนว่าผลที่ตามมาจะต้องไม่เป็นอย่างที่คุณต้องการแน่ๆ หลังจากนั้นพวกเขาก็เปลี่ยนโค้ช ก่อนเขาคนนั้นจะขึ้นแท่นเป็นเฮ้ดโค้ชของทีม และเขาคือเหตุผลที่การทำงานไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แน่นอนมันต้องใช้เวลาสำหรับการที่โค้ชจะเข้าใจนักเตะในทีมอย่างลึกซึ้งและให้นักเตะสามารถเล่นได้ตามที่เขาต้องการ และมันยังต้องใช้เวลาเพื่อให้นักเตะคิดถึงผลลัพท์ที่จะมาถึงสโมสร

เจ้าของทีมต้องการลบความคิดเหล่านี้ทิ้งไปและคิดเพียงแต่ว่ามันเป็นความผิดพลาดของผู้จัดการทีมอย่างชัดเจน เขามีโอกาสคุมทีมทั้งหมด 6 เกมและเขาชนะได้ไม่มากพอต่อให้หลังจากนั้น 6 คุณสามารถชนะทุกๆเกมที่ลงสนามแต่ทุกๆคนก็ยังคงคิดว่าโค้ชคือคำตอบของเรื่องแย่ๆอยู่ดีถ้า 6 เกมหลังจากนั้นคุณได้ลงสนามเจอกับทีมที่ระดับต่ำกว่าและโชคดีชนะซัก 2-3 เกมแต่คุณแพ้ 4 เกมมันไม่ได้หมายความคุณแย่มากมายอะไรหรอกนะ

แต่ถ้ามันเกิดขึ้น คุณคงหวังว่าพวกเขาจะไม่ตีราคาของคุณต่ำกว่าสิ่งที่คุณเป็น ตอนนั้นผมคิดว่าผมจะได้ทำในสิ่งที่วิเศษๆให้กับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ได้แต่ผมก็ไม่ได้รับโอกาสที่จะทำมัน อาร์มี่ อยู่ในโซนหนีตกชั้นในตอนนี้และไม่เคยกลับไปยืนผงาดบนครึ่งบนของตารางเลย บางทีพวกเขาอาจจะตกชั้นก็เป็นได้

มันคือความน่าผิดหวัง แต่ผมเรื่องนี้ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับผมมากนัก ผมรู้ว่าผมได้ทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ให้กับทีมๆนี้ในฐานะเฮ้ดโค้ช ผมพยายามที่จะชนะในทุกเกมที่ลงสนาม ผมเชื่อว่านี่คือหน้าที่ของผมและผมต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อแฟนบอลทุกๆคนเหมือนที่พวกเขามอบให้ทีมมาเสมอ ผมพยายามปรับปรุงและแก้ไขจุดอ่อนของนักเตะแต่ลละคนในทีม ถ้าพวกเขายังเป็นลูกทีมของผมนี่จะต้องเป็นปัญหาอย่างใหญ่หลวงของผมแน่

ผมชอบไลฟ์สไตล์ในประเทศไทยมากๆเลยนะ หลังจากที่ผมออกจากทีม อาร์มี่ ผมรับงานที่สโมสร การท่าเรือฯ ผมคิดว่าผมสามารถสามารถไปได้ดีกับ การท่าเรือ เจ้าของทีมคนใหม่ปลดโค้ชคนเดิมเมือการเเข่งขันผ่านไป 5 เกม และในอีก 5 เกมต่อมาพวกเขาก็แต่งตั้งผม ผมมีโอกาสคุมทีม 7 เกมและคุมทีมไปถึงช่วงครึ่งฤดูกาล และเมื่อตลาดซื้อขายเปิดขึ้นมันก็เป็นหน้าที่ที่เราต้องมองหาผู้เล่นใหม่เข้ามาในทีม

ผมกำลังจะตัดสินใจสำหรับครึ่งหลังของฤดูกาลหลังจากผมซื้อนักเตะบางคนเข้ามาเสริมทีม หลังจากนั้น 7 เกมผลการเเข่งขันของทีมยังไม่ดีขึ้น แต่ตอนนั้นเรากำลังเริ่มตั้งไข่และทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆจากนั้นพวกเขาก็ไล่ผมออก ผมต้องบอกว่า "ผมคิดว่าคุณจะให้โอกาสกับผม...และตอนนี้คุณซื้อนักเตะมาใหม่ 10 คนมันทำให้คุณเห็นได้ชัดเลยว่าที่มีอยู่ก่อนหน้านี้มันไม่ดีพอแล้วคุณสามารถทำอะไรได้บ้างล่ะ ?"

แน่นอนอย่างที่คุณรู้ๆกันตอนนี้พวกเขาไล่เฮดโค้ชออกไปแล้ว 2 คนหลังผ่านครึ่งทางของฤดูกาล แต่ผมไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้มันจะต้องมาเกิดกับผม ผมคิดว่าในท้ายที่สุดเเล้วพวกเขาตัดสินใจเลือกโค้ชที่เหมาะสมกับสโมสรมากที่สุด ผมรู้ดีว่าผมสามารถทำหน้าที่ของผมให้ดีได้ แต่มันก็เหมือนเดิมเป็นอีกครั้งที่เจ้าของสโมสรมีสิทธิ์ตัดสินใจและมันเป็นเงินลงทุนของพวกเขาเอง สโมสรย่อมมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่พวกเขาต้องการได้

ที่ประเทศไทยมันคือการต่อสู้ระหว่างสองผลลัพท์นั่นคือการต่อสัญญากับการไล่คุณออก หลังจากนั้นพวกเขาจะให้เงินชดเชยแก่คุณ หากคุณต่อสัญญากับทีมออกไป 2 ปี มันไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะจ่ายคุณครบเต็มสัญญา สิ่งที่พวกเขาต้องการคือจ่ายเงินให้คุณแบบเดือนต่อเดือน คุณจะได้รับสัญญาตามผลงานของคุณอีกสิ่งหนึ่งคือต่อให้คุณมีสัญญาระบุชัดเจนแต่พวกเขาก็จะหาทางเจรจาต่อรองสัญญาของคุณให้น้อยลงอยู่ดี

ผมเป็นโค้ชคนที่สามในฤดูกาลที่แล้วของ ท่าเรือ และพวกเขาสิ้นสุดด้วยการเปลี่ยนโค้ชถึง 5 คนซึ่งก็เจอจุดจบแบบไม่น่าเซอร์ไพรส์เหมือนกันทั้งหมด ด้วยความสัตย์จริงเลยนะไม่ว่าจะที่ไหนบนโลกนี้หากสโมสรแต่งตั้งโค้ชและมีเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามความคาดหมายมันจะโดนตีความว่าเป็นความผิดพลาดในการเลือกคนมาคุมทีมที่ไม่ถูกต้อง ไม่รู้เมือไรเหล่าผู้บริหารจะแสดงออกถึงความรับผิดชอบเหล่านี้บ้าง ?

ผมได้เรียนรู้มากมายจากที่นั้น คุณต้องพยายามปรับตัวของคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่สูญเสียแนวทางของคุณเอง นอกจากนี้ในเรื่องของวัฒนธรรมนั้นคุณเองก็ต้องปรับมันใหม่ด้วย ถ้าคุณอยู่ที่เมืองไทยคุณไม่สามารถตะคอกใส่หน้านักเตะได้ การรักษาภาพพจน์ในที่สาธารณะคือสิ่งที่สำคัญสำหรับวัฒนธรรมที่นั่น และถ้าหากคุณอยากตำหนิใครเเล้วล่ะก็คุณไม่ควรที่จะเจาะจงไปที่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ควรพูดรวมๆกับนักเตะ 3-4 คนที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา

อย่างไรก็ตามโดยรวมเเล้วผมมีช่วงเวลาที่ดีกับนักเตะเเละแฟนบอลของการท่าเรือนะ ผมกลับไปพบปะและพูดคุยกับประธานสโมสรอยู่บ้าง ผมคิดว่าผมไม่มีความเคียดเเค้นอะไรทั้งนั้น ประเทศไทยยังคงเป็นสถานที่ที่ดีสำหรับผมไม่เปลี่ยนแปลง

You can follow Gary on Twitter @GaryStevensUK