ขอเขียนด้วยคน : อดีตมือขวาโค้ช 'ช้างศึก' แฉทีมมาเลย์หลังโดนตะเพิด

พื้นที่คอลัมน์หลายๆแห่งอาจเคยอุทิศไว้ให้กับเรื่องราวมหากาพย์ระหว่าง กลันตัน เอฟเอ กับ สตีฟ ดาร์บี้ อดีตโค้ชของพวกเขาก็จริง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ดาร์บี้จะมาตีแผ่เรื่องราวจากถ้อยคำของเขาเองในตอนแรกของซีรี่ส์ที่มีชื่อว่า 'เรื่องนี้โค้ชขอเขียน' ที่จะทำให้คุณได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับเรื่องราวและปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลอาเซียน…

ผมถูกถามหลายครั้งว่าโกรธหรือไม่ที่กลันตันจ่ายเงินให้ผมล่าช้า

ก็เรียกว่าโกรธไม่ได้หรอก บางทีน่าจะใช้คำว่าหงุดหงิดและผิดหวังจะเหมาะสมมากกว่า

มันเป็นความผิดหวังที่กินเวลาถึงสองปี, ต้องเสียเวลามาอีเมลเป็นร้อยฉบับ, ไหนจะค่าธรรมเนียมศาล และคำถามที่ไม่มีคำตอบเพื่อหาข้อสรุป

มันเป็นความผิดหวังที่กินเวลาถึงสองปี, ต้องเสียเวลามาอีเมลเป็นร้อยฉบับ, ไหนจะค่าธรรมเนียมศาล และคำถามที่ไม่มีคำตอบเพื่อหาข้อสรุป

และมันก็คงยังไม่จบไม่สิ้นหรอก เมื่อคำพิพากษาออกมาเป็นภาษามลายู ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ซึ่งยังคงต้องมีการวิเคราะห์ในเชิงกฏหมายและความถูกต้องอีก

นอกจากนี้ในเรื่องของการตีแผ่ความจริงทั้งหมดออกมาก็ยังน่าผิดหวังด้วย ผมไม่มีปัญหาอะไรกับผู้ว่าจ้างที่ยกเลิกสัญญาลูกจ้างหรอก ถ้าหากทำด้วยความถูกต้องและชอบธรรม

แต่การยกเลิกสัญญาขณะที่ทีมเข้ารอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ, รั้งอันดับ 4 ของลีก และเพิ่งผ่านเกมเอเอฟซี คัพ อันน่าสยดสยองมาถือว่าไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย แต่นั่นก็ถือเป็นสิทธิ์ของผู้ว่าจ้างล่ะนะ

นอกจากนี้ผมยังพบว่าการตัดสินใจนั้นมาจากนักเตะ ก่อนที่ผมจะถูกบอกอย่างเป็นทางการ (ในร้านอาหารตอนเที่ยงคืน) ขณะเดียวกันยังได้มีการประกาศลงเฟซบุ๊คก่อนที่ผมจะรู้เสียอีก แต่ถ้านั่นคือวิธีที่สโมสรปรารถนาจะให้เป็นเรื่องอื้อฉาวก็สมใจอยากเขาแล้วล่ะ

ดาร์บี้เป็นโค้ชให้กับมุมไบและลาวหลังออกจากกลันตัน

ผมถูกเสนอตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคแทนเฮดโค้ช นี่เป็นตำแหน่งที่ผมได้พูดเสมอว่าจำเป็นอย่างมาก และคนที่จะเป็นได้จะต้องมีอิทธิพลมากในวงการลูกหนังมาเลย์ ถ้าไม่ใช่เฉพาะคนกลันตันอย่างเดียว และมีภูมิหลังในการเป็นนักเตะหรือว่าเป็นโค้ชในประเทศนี้มาก่อน

ผมถูกเสนอให้รับบทบาทดังกล่าว จากนั้นก็มีผู้บริหารระดับสูงของสโมสรคนหนึ่งบอกกับผมว่าถ้าผมรับตำแหน่งก็จะทำให้สัญญาจ้างงานของผมเป็นโมฆะ ผมควรจะลาออกเพื่อให้เงินยังอยู่ดีกว่า น่าเศร้าที่มันเป็นแผนที่หลายสโมสรพยายามใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกจ้างต่างชาติ บางครั้งมันก็ถูกเรียกว่าการพักงาน! มันช่างน่าอับอายและเสื่อมเสียจริงๆ ไม่ใช่แค่ลูกจ้างเท่านั้นหากแต่รวมถึงผู้ว่าจ้างด้วย

ใครจะเชื่อว่าวิธีการบอกเลิกแบบนี้มีอะไรมากไปกว่าการประหยัดเงินล่ะ?

โดยในตอนแรกคณะกรรมการของเอฟเอเอ็ม (สมาคมฟุตบอลมาเลเซีย) ตัดสินใจให้ทางกลันตันจ่ายเงินให้ผมเต็มจำนวนตามสัญญา แต่จากนั้นก็มีการอุทธรณ์ และแน่นอนว่าผมไม่มีปัญหากับสิ่งนั้น แม้บางครั้งมันจะดูน่าขบขันก็ตาม

คุยกับ อูลี่ สตีลิเก้ กุนซือเกาหลีใต้, ภาพ: เคเอฟเอ

ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่าผมหนีกลันตัน? หนีหรอ? อพาร์ทเม้นท์สะอาดสะอ้าน, รถยนต์เติมน้ำมันเต็มถัง และบิลล์ค่าใช้จ่ายส่วนตัวก็มีการจ่ายไปเรียบร้อยหลังจากผมถูกปลดได้สองสัปดาห์ นี่ไม่ใช่ท่าทีของคนที่พยายามจะออกจากเมืองแน่นอน

หลังจากที่ทนายของผมและตัวผมเองได้มีการเรียกร้องทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและปากเปล่าไปหลายครั้ง คณะกรรมการอุทธรณ์ก็ได้ตัดสินใจลดเงินชดเชยของผม เนื่องจากผมได้ไปรับงานคุมทีมที่อื่นหลังจากถูกกลันตันยกเลิกสัญญา (ผมคุมทีมในอินเดียน ซูเปอร์ลีก รวมถึงเป็นโค้ชทีมชาติลาว หลังออกจากมาเลเซีย)

อย่างไรก็ตามผมไม่เคยได้รับข้อมูลอะไรเลยว่าจะมีการจ่ายเงินให้เป็นจำนวนเท่าไหร่

(อ่านความเห็นของสตีฟที่มีต่อการซื้อตัวนักเตะและการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องของนักการเมืองได้ในหน้าถัดไป)