คิดให้อ่าน: ราฮีม สเตอร์ลิง คนหมดใจ อยู่ไปก็ไร้ค่า?

แม้ล่าสุด ราฮีม สเตอร์ลิงจะออกมาขอความเห็นใจจากแฟนบอลว่าไม่ได้หน้าเงิน แค่อยากเล่นฟุตบอลเท่านั้น แต่ตอนนี้ความรู้สึกของแฟนหงส์ก็เหมือนแก้วที่ร้าวไปแล้ว

ราฮีม สเตอร์ลิง ลงเปิดตัวกับลิเวอร์พูลเป็นครั้งแรกในเกมที่หงส์แดงเฉือนชนะวีแกน แอตเลติก 2-1 เมื่อ 24 มีนาคม 2012 และเพียง 3 ปีถัดมาดาวรุ่งหงส์แดงโชว์ฟอร์มสุดยอด ลงสนามไปแล้ว 120 นัด และยิงไปแล้ว 22 ประตู จนกลายเป็นตัวหลักของลิเวอร์พูลที่นำทีมเก็บชัยชนะต่อเนื่องจนเบรนแดน ร็อดเจอร์ ไม่กล้าเสี่ยงจับนั่งสำรอง และหลายทีมยักษ์เงินหนาอยากคว้าตัวเข้าสังกัด เชลซี, อาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เรอัล มาดริด และแม้กระทั่งราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ก็ตกเป็นข่าวให้ความสนใจดาวยิงทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปีรายนี้

แฟนบอลเองก็จับตามองว่าเจ้าหนุ่มนี่จะเอายังไง

สัญญาของสเตอร์ลิงจะหมดลงหลังจบฤดูกาล 2016/17 โดยปัจจุบันนี้รับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.4 ล้านบาท) โดยลิเวอร์พูลเองก็ตามจีบ ยื่นสัญญาใหม่ให้สเตอร์ลิงเซ็นตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว แต่เจ้าหนุ่มก็คล้ายจะหาปากกาไม่เจอซะงั้น

ล่าสุดมีข่าวว่าลิเวอร์พูลยื่นสัญญาใหม่ อัพค่าเหนื่อยให้สเตอร์ลิงเกือบ 4 เท่า เป็น 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.8 ล้านบาท) แถมข่าวบางกระแสก็ยังว่ากันว่าหงส์แดงพร้อมจะอัพให้ถึงแสนห้าเลยด้วยซ้ำ คิดเป็นเงินไทยเบาๆ ก็ 7 ล้านนิดๆ เท่านั้นเอง!!! 

โนว....เจ้าหนุ่มนี่ยังเล่นตัว ไม่ต่อสัญญาอีก แม้ช่วงเตะทีมชาติที่ผ่านมาบีร็อดจะพระเอก จับสัญญาขึ้นหิ้งไว้ก่อนเพื่อให้สเตอร์ลิงได้มีสมาธิกับเกมทีมชาติ แต่พอเจ็บเท้าต้องเก็บกระเป๋ากลับแคมป์หงส์ เจ้านี่ก็ยังตีมึน ไม่หือไม่อือต่อไปอีก

ระหว่างที่สเตอร์ลิงตีนิ่งอยู่ ก็มีนักเตะรุ่นพี่เก๋าๆ อย่างลุงจอห์น บาร์นส์ หรือ เกล็นน์ ฮอดเดิ้ล ก็ออกมาเตือนแล้วว่าอย่าเพิ่งไปเลย อยู่กับหงส์ให้กระดูกแข็งอีกหน่อยแล้วค่อยไปแพงๆ ดีกว่ามั้ย 

สเตอร์ลิง เพิ่งออกมารำพันขอความเห็นใจจากแฟนบอล นี่ไม่ได้ทำเพื่อเงินนะ นี่แค่อยากเล่นฟุตบอลให้สนุก

พูดแบบนี้เราตีความว่าใจน่าจะไม่อยู่กับลิเวอร์พูลแล้ว อารมณ์ว่าอยากออกไปแตะขอบฟ้า แค่นับวันรอแล้วว่าจะไปเมื่อไหร่

ไหนๆ จะไม่อยู่แล้ว งั้นก็มาเล็งเลยก็แล้วกันว่าจะไปไหน

เชลซี

เป็นเจ้าแรกที่เปิดซองด้วยตัวเลข 48 ล้านปอนด์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่แม้จะมีเงินซื้อ สไตล์การเล่นก็ไปกันได้ เรามองว่ายังไม่ใช่เป้าหมายของสเตอร์ลิง การย้ายไปอยู่กับทีมคู่แข่งคู่แค้นในลีกเดียวกันมันจะต้องเจอแรงเสียดทานเยอะเกินไป 

ยังจำตอนที่ตอร์เรสย้ายไปดับอนาถกับเชลซีได้มั้ยล่ะ นั่นแหละ....เราก็เชื่อว่าถ้าไปเชลซีน่าจะไปแนวๆ นั้น 

ระบบฟุตบอลเชลซี 4-5-1 ใช้มิดฟิลด์สร้างเกมบุกขึ้นไปหาหน้าเป้าตัวเดียว กองหน้าของเชลซีส่วนใหญ่จะสูงใหญ่แข็งแกร่งเพื่อใช้จัดการพื้นที่หน้าประตู

แม้จะเชลซีมีความจำเป็นจะต้องหากองหน้าตัวเป้าโหดๆ ดุๆ เอาไว้ขู่กองหลัง และตอนนี้หน้าเดี่ยวเป็นดิเอโก้ คอสต้า แล้วสเตอร์ลิงจะกล้าไปเบียดแย่งตำแหน่งพี่เขาเหรอ?

เหตุผลอันดับต้นๆ ที่สเตอร์ลิงจะไปเชลซี น่าจะเป็นเพราะอยากไปชูถ้วยแชมป์ อยากไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกบ้าง

เรอัล มาดริด

น่าจะเป็นเป้าหมายใหญ่ที่สุดของสเตอร์ลิงในตอนนี้

เจ้าหนุ่มน่าจะอยากเป็น เอล กาลักติโก หนึ่งในสุดยอดนักเตะค่าตัวแพง แม้จะไม่เทียบเท่าสถิติ 85.3 ล้านปอนด์ของแกเร็ธ เบล ก็ตาม

ปลายเดือนมกราคมหลังจากมีข่าวว่าสเตอร์ลิงไม่ยอมเจรจากับหงส์แดง ราชันชุดขาวก็เป็นรายที่ 2 ที่เสนอเปิดซองค่าตัวสเตอร์ลิงที่ 50 ล้าน และอาจจะขยับเพิ่มวงเงินเป็น 65 ล้านถ้าปล่อยเบนเซมาออกจากทีม

และแทบจะเป็นธรรมเนียมของเรอัล มาดริด และฟลอเรนติโน่ เปเรซ ที่จะต้องซื้อตัวนักเตะให้เป็นข่าวฮือฮาอย่างน้อยฤดูกาลละ 1 คน และมองซ้ายมองขวาแล้วเราก็คิดว่าน่าจะคนนี้นี่แหละ 

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แม้จะฟังดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่ทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และเปเยกรินี่จะมีปัญหากับกองหน้าตัวจบสกอร์ที่ตอนนี้มีเพียงกุน อะเกวโร่ แถมยังพึ่งพายาย่า ตูเร่มากเกินไป 

แต่ 50 ล้านคือราคาที่เรือใบสีฟ้ายื่นเป็นค่าตัวสเตอร์ลิง 

การย้ายเข้ารังเอติฮัด สเตเดี้ยม จะมีโอกาสได้ลุยยุโรป ได้ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่แมนฯ ซิตี้ ยังคงไม่น่าจะขอบฟ้าที่สเตอร์ลิงใฝ่ฝัน

และด้วยราคาเท่านี้ เราเชื่อว่าเปเยกรินี่หากองหน้าดีๆ ตัวอื่นจากลีกอื่นมาแทนสเตอร์ลิงได้แน่ๆ 

อาร์เซนอล

ปัญหาของอาร์แซน เวงเกอร์ตอนนี้ไม่ใช่กองหน้าอย่างเดียวแล้ว 

เวงเกอร์มีกองหน้าและมิดฟิลด์เกมรุกชั้นยอดเกือบเต็มทีม และระบบ 4-1-4-1 ที่แสดงให้เห็นแล้วว่าระบบที่เหมาะสมต่างหากที่จะช่วยให้กองหน้าทำผลงานได้ดี

สิ่งที่เวงเกอร์และอาร์เซนอลต้องการตอนนี้คือกองหลังตัวใหญ่ เทคนิคดี มาเสริมแนวรับ และนายประตูเหนียวๆ ที่ไม่แจกส้มหล่นบ่อยๆ มากกว่า

แต่ไม่ว่าราฮีม สเตอร์ลิงจะตัดสินใจอย่างไร สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลในตอนนี้ เรามองว่าแฟนบอลก็คงรู้สึกผิดหวัง เสียความรู้สึกกับสเตอร์ลิงไปแล้วจนอาจจะไม่อยากเห็นหัวหอกดาวรุ่งอยู่กับทีมต่อไปแล้ว 

เมื่อหมดใจแล้ว อยู่ต่อไปก็ไม่มีค่า ยอมปล่อยให้สเตอร์ลิงออกไปค้นหาความท้าทายบนเส้นทางค้าแข้งต่อไปน่าจะดีกว่า