คิดว่าง่าย..แต่พาหายจากวงการ : 9 กุนซือชื่อดังที่ต้องพังกับการคุมชาติเล็ก

เป้าหมายของโค้ชส่วนใหญ่ก็คือการคุมทีมใหญ่ และประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับอาชีพของตัวเอง แต่ว่ามันก็ยังมีโค้ชอีกกลุ่มหนึ่งที่แม้ว่าจะมีชื่อเสียง แต่ก็เลือกที่จะลองของไปคุมทีมชาติเล็ก ๆ ซึ่งการลองของครั้งนี้มันทำให้พวกเขาอาจจะเข็ดกับทางเลือกของตัวเองเลยก็เป็นได้ และนี่คือกลุ่มโค้ชชอบลองของที่เราพูดถึง 

เอ็คตอร์ คูเปร์ (จอร์เจีย)

ยอดโค้ชชาว อาร์เจนไตน์ เคยโด่งดังในการคุมทีมระดับสโมสร กับการพาทีม บาเลนเซีย ได้รองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย ในปี 2000 และ 2001 รวมทั้งยังเกือบพา อินเตอร์ มิลาน ได้แชมป์ เซเรีย อา ในปี 2002

ด้วยดีกรีระดับ คูเปร์ แม้ว่าจะออกจาก อินเตอร์ มิลาน ก็ยังมีงานมาหาเขาไม่ขาดสาย จนกระทั่งในปี 2008 คูเปร์ จัดการลองของด้วยการไปรับงานคุมทีมชาติ จอร์เจีย ชาติเล็ก ๆ ของ ยุโรป ที่ยังไม่เคยมีประสบการณืไปเล่นในรายการใหญ่อย่างฟุตบอลโลก หรือการชิงแชมป์ทวีป

การมา จอร์เจีย ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดของ คูเปร์ การลองของครั้งนี้ของเขาไม่ได้ผล มันจบลงด้วยความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะว่า ตลอดการเล่นรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกของ จอร์เจีย พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะได้แม้แต่นัดเดียว และเมื่อสัญญาหมดลง มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ คูเปร์ จะไม่ได้รับการต่อสัญญาออกไป

ความล้มเหลวกับ จอร์เจีย ทำให้ คูเปร์ เสียเครดิตไปพอสมควร ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะเรียกมันกลับมาได้ โดยตอนนี้ คูเปร์ รับงานเป็นโค้ชของทีมชาติอียิปต์ ชาติระดับชั้นนำของทวีปแอฟริกาและพาทัพมัมมี่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 เป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

จากความสำเร็จที่เห็นชัดนนี้ดูแล้วเขาคงจะไม่เสี่ยงตัวเองกับการมารับงานกับชาติเล็ก ๆ อีกแล้ว

จูเซปเป้ จานนินี่ (เลบานอน)

นี่คือตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของ สโมสร อาแอส โรม่า ยอดทีมแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา โดยก่อนที่จะมี ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ ชายคนนี้คือเจ้าของฉายา "เจ้าชายหมาปา

หลังจากเลิกเล่น จานนินี่ ก็ผันตัวเองมามาทำงานด้านโค้ช โดยเขาคุมทีมระดับลีกล่าง ๆ ของอิตาลี หลายทีม จนได้เลื่อนชั้นขึ้นมาคุมทีม เวโรน่า

จานนินี่ มีความฝันมาตลอดว่าอยากจะเป็นโค้ชทีมชาติอิตาลี เขามองว่าควรจะเริ่มต้นกับการไปคุมทีมชาติอื่น ๆ ก่อนเพื่อสร้างสมดีกรีในงานโค้ชของตัวเองให้พร้อมสำหรับคุมทีม "อัซซูรี่"

ในปี 2013 จานนินี่ ได้ตอบรับข้อเสนอคุมทีมชาติ เลบานอน ทีมจากแดนตะวันออกกลาง ซึ่งนั่นเป็นเหมือนการปิดฉากอาชีพของตัวเองเลยก็ว่าได้

เพราะตลอดสองปีกับ เลบานอน มีเพียงแค่ศึก เอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือกที่ถล่มทีมชาติไทยเท่านั้นที่เป็นผลงานดี ๆ ของ จานนินี่ เพราะนอกจากนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความน่าผิดหวังทั้งสิ้น ก่อนที่เขาจะโดนปลดในเวลาต่อมา

และหลังจากออกจาก เลบานอน ก็ไม่มีชาติไหนๆกล้าจ้างเขาไปรับงานโค้ชอีกเลย จนกระทั่งในปี 2017 เขาได้งานใหม่กับสโมสร ราซิ่ง ฟอนดี้ ซึ่งเป็นสโมสรในระดับ กัลโช่ เซเรีย ซี

ไม่ใช่ว่าจะดูถูกฝีมืออะไรแต่ดูทรงเเล้วความฝันที่จะได้คุมทัพอัซซูรี่คงไม่ใช้สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับ จานนินี่ ง่ายๆอย่างแน่นอน

Pages