คีย์แรน เทียร์นีย์ : ฟูลแบ็คเซลติกวัย 19 ผู้เป็นเป้าหมายของอาร์เซนอล

อมีน รับบานี่ คอลัมนิสต์ของเราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับฟูลแบ็คจากสโมสรเซลติกรายนี้ ผู้ที่กำลังถูกจับตามองอย่างหนักจากหลายๆ ทีมในยุโรป โดยเฉพาะบาเยิร์น มิวนิคและยักษ์ใหญ่จากอังกฤษอีกหลายๆ ทีม

เรื่องเล่า 60 วินาที

FACT FILE

  • เกิดเมื่อ: 5 มิถุนายน 1997
  • สถานที่เกิด: ดักลาส, เกาะแมน
  • ตำแหน่ง: แบ็กซ้าย
  • สโมสร: เซลติก (52 นัด, 1 ประตู)
  • ทีมชาติ: สก็อตแลนด์ (2 เกม, 0 ประตู)

หลังจากที่เราได้ดูเทียร์นีย์วาดลวดลายในสนามได้เพียงแต่แว้บเดียว เราก็รู้ได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ดาวรุ่งธรรมดาๆ คนหนึ่ง ดังนั้นมันจึงไม่แปลที่ตอนนี้เขาคือเป้าหมายของบรรดาทมีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายๆ ทีม

เทียร์นีย์ไม่ใช่นักฟุตบอลที่มีทรงผมสุดจ๊าบหรือรอยสักที่แขนสุดเท่ เขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ใส่สตั๊ดสีดำล้วน เอาเสื้อใส่ในกางเกง และลงไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุดอยู่ในสนาม เขาเป็นนักฟุตบอลวัย 19 ปีที่มีทัศนคติต่อการเล่นฟุตบอลที่ดี ซึ่งนั่นทำให้ดาวเตะชาวสก็อตรายนี้ผลิตฟอร์มที่น่าประทับใจออกมาจนสามารถถีบตัวเองจากทีมชุดยู-19 ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ได้ด้วยเวลาไม่ถึง 18 เดือนด้วยซ้ำ

เทียร์นีย์ผู้เป็นแฟนบอลเซลติกมาตั้งแต่เด็กๆ เข้าร่วมอะคาเดมี่ของสโมสรตั้งแต่อายุได้ 7 ขวบ ก่อนที่จะค่อยๆ พัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ และสร้างชื่อให้กับตัวเองจนเป็นแบ็คซ้ายจอมบุกคนหนึ่งของทีม โดยเฉพาะเมื่อปี 2014 เมื่อเขาลงเล่นให้กับทีมสำรอง และจัดการยิงประตูสุดสวยจากกรอบเขตโทษของตัวเอง

ความจริงแล้วเส้นทางของเจ้าหนูรายนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลายอย่างที่ใครๆ คิด เพราะย้อนกลับไปเมื่อเดือนธันวาคม 2014 หลังจากที่เขาได้โอกาสเปลี่ยนตัวลงไปเล่นทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกให้กับเซลติก เขาดันโชคร้ายได้รับบาดเจ็บขาหักจนต้องพักรักษาตัวถึง 4 เดือนเต็ม อย่างไรก็ตาม เขาก็กลับมาลงสนามได้อีกครั้งและลงช่วยทีมเอาชนะดันดี ยูไนเต็ดไปได้ ซึ่งฟอร์มในวันนั้นของเขาก็ถูกว่าทำได้น่าประทับใจมากๆ เพราะแสดงออกให้เห็นถึงสิ่งที่เขามีและตวามตั้งใจยามอยู่ในสนาม

จริงๆ แล้วไม่ใช่เพียงแค่เซลติกเท่านั้นที่พึ่งในตัวเทียร์นีย์ เพราะทีมชาติสก็อตแลนด์ก็เช่นกัน โดยเทียร์นีย์ และ โอลิเวอร์ เบิร์ค ดาวรุ่งชาวสก็อตอีกราย เปรียบเสมือนตัวชูโรงของทัพตาร์ตันที่แฟนๆ คาดหวังว่าจะเป็นผู้พาทีมทำลายคำสาปและผ่านเข้าเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลรายการระดับทวีปได้เสียที

สาเหตุที่คุณควรรู้จัก

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เป็นที่รู้ๆ กันว่าความสัมพันธ์ระหว่างแฟนบอลและ รอนนี่ เดย์ลา อดีตกุนซือของทีมนั้นไม่ค่อยจะดีนัก ทว่าเรื่องหนึ่งที่แฟนๆ น่าจะต้องขอบคุณเขาก็คือความไว้ใจที่เขาให้โอกาสกับเทียร์นีย์

เจ้าหนูรายนี้เล่นได้เข้ากับแนวทางการทำทีมของเดย์ลาที่เน้นเกมบุกและเข้าทำแบบรวดเร็ว ซึ่งต้องยอมรับว่าในนัดเปิดสนามของฤดูกาลที่แล้วที่อดีตกุนซือรายนี้ให้โอกาสเทียร์นีย์ หลายๆ คนคงจะเกิดคำถามมากมายขึ้นในว่าเจ้าหนูนี่เป็นใคร มาจากไหน เพราะหากนับทั้งหมด นั่นเป็นเพียงการลงสนามครั้งที่ 3 เท่านั้นของเจ้าตัวในทีมชุดใหญ่ อย่างไรก็ตาม เทียร์นีย์ก็แสดงให้เห็นว่าเขาคือของจริง เขาค่อยๆ พัฒนาตัวเองเรื่อยๆ ทีละนัดๆ จนยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมมาได้สำเร็จ และคอยเรียนรู้จากรุ่นพี่อย่าง อมิลิโอ ออิซากียร์เร่ อดีตเจ้าของรางวัลนักเตะแห่งปีฤดูกาล 2010/11 แถมเทียร์นีย์ยังได้รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีฤดูกาลที่แล้วอีกด้วย  

สำหรับตอนนี้ ภายใต้การคุมทัพของเบรนแดน รอดเจอร์ส เทียร์นีย์ต้องพบกับความท้าทายที่มากขึ้นกว่าเดิม ทว่าเขาก็ตอบสนองได้ดีทีเดียวโดยเฉพาะในเกมที่มีแรงกดดันสูง อย่างเช่นเมื่อเดือนก่อนที่ เซลติก บดขยี้กลาสโกว์ เรนเจอร์ส คู่อริตลอดกาลไปแบบหมดรูป 5-1 แถมในเกมกับแมนฯซิตี้ที่พวกเขาเสมอกันไป 3-3 เทียร์นีย์ก็จัดการประกบ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ปีกความเร็วสูงของคู่แข่งได้เป็นอย่างดี และถึงแม้ว่าสเตอร์ลิ่งจะทำประตูได้ในวันนั้น แต่ต้องยอมรับว่า เทียร์นีย์ที่ทำไป 2 แอสซิสต์ดุจะเล่นได้ดีกว่าเสียอีก

นอกจากผลงานในสโมสรแล้ว ปัจจุบันเทียร์นีย์ก้ได้โอกาสติดทีมชาติชุดใหญ่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเขาได้ลงเล่น 90 นาทีเต็มในเกมที่พบกับสโลวาเกีย และแม้ว่าสุดท้ายในวันนั้น จะเป็นสก็อตแลนด์ที่แพ้ไปแบบหมดรูป แต่ฟูลแบ็คไฟแรงรายนี้ก็ทำผลงานได้พอใช้ได้และแจ้งเกิดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เทียร์นีย์ คือ 1 ในแข้งสก็อตแลนด์ที่ทำผลงานได้พอใช้ได้ในเกมกับสโลวาเกีย

จุดแข็ง

เช่นเดียวกับแบ็ครายอื่นๆ เทียร์นีย์เป็นนักเตะที่ชอบเติมขึ้นสูง ซึ่งบางทีอาจจะเรียกว่าจุดเด่นของเขาเลยก็ได้ เขาจะคอยเติมขึ้นสูงทุกๆ ครั้งที่มีโอกาส และพยายามใช้ความคล่องแคล่วว่องไวของเขาในการสร้างความแตกต่างให้กับทีม

บางครั้งเทียร์นีย์จะเติมจนสุดเส้นหลังและบางครั้งก็จะอยู่แค่บริเวณกรอบเขตโทษเพื่อที่พวกเขาเขาก็จะตัดเข้าด้านในเพื่อไปรับลูกเปิดจากริมเส้นอีกฝั่ง นอกจากนั้นเจ้าตัวยังมีทีเด็ดเป็นลูกยิงที่หนักหน่วงเอาเรื่องอีกด้วย

ด้านเกมรับ เทียร์นีย์ก็ไม่เป็นสองรองใคร เมื่อเขาเป็นนักเตะที่เข้าสกัดได้หนักหน่วงและแม่นยำ เขาเป็นคนที่พร้อมจะปะทะทุกเมื่อ นอกจากนี้ เขายังเป็นนักเตะที่คู่แข่งจะเอาชนในการดวลตัวงต่อตัวได้ยากมากๆ

จุดอ่อน

สิ่งที่เทียร์นีย์ควรจะพัฒนาให้เร็วที่สุดก็คือ การออกบอลยามที่ถูกกดดันหนักๆ โดนเฉพาะอย่างยิ่งในรายการฟุตบอลยุโรป เนื่องจากเทียร์นีย์มักจะเสียบอลในจังหวะอันตรายๆ บ่อยในปีนี้

พวกเขากล่าวว่า

ฟอร์มของเทียร์นีย์ทำให้รอดเจอร์ส ถึงขั้นออกมาชมเทียร์นีย์ด้วยตัวเอง “ผมเห็นเขาตั้งแต่ 2 วันแรกที่เข้ามาคุมทีม ซึ่งผมสามารถรู้ได้ทันทีเลยว่า เขาจะเป็นนักเตะคนสำคัญของผม” อดีตนายใหญ่ลิเวอร์พูลกล่าว “การได้ทำงานรวมกับนักเตะดาวรุ่งเก่งๆ แบบเขา และคนอื่นๆ  การได้เห็นพัฒนาการของพวกเขา มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ”

ร็อดเจอร์สโปรดปรานฟูลแบ็คดาวรุ่งรายนี้เป็นอย่างมาก

รู้หรือไม่

ครั้งหนึ่งเทียร์นีย์เคยเป็นเด็กเก็บบอลให้กับเซลติกในนัดที่เอาชนะบาร์เซโลนา 2-1 เมื่อปี 2012 และถัดมาอีก 4 ปี ตอนนี้เขาได้ลงดวลแข้งกับลิโอเนล เมสซี และ ซูเปอร์สตาร์อีกหลายๆ คนในถิ่นคัมป์นูแล้ว

จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป

เดือนที่ผ่านมานับว่าเป็นเดือนที่หนักที่สุดแล้วในเส้นทางค้าแข้งของเทียร์นีย์จนถึงเวลานี้ แต่เห็นได้ชัดว่าเขาก็สามารถผ่านมันมาได้พร้อมกับฟอร์มที่ไม่ได้ขี้เหร่อะไร ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่ตอนนี้ ทั้งอาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และบาเยิร์น มิวนิคต่างกำลังจ้องฟูลแบ็ครายนี้ตาเป็นมัน โดยพาะอาร์แซน เวงเกอร์ นายใหญ่แห่งค่ายปืนโตที่จัดการส่งหัวหน้าแมวมองมือดีอย่าง สตีฟ โรว์ลีย์ ไปดูฟอร์มถึงถิ่นมากกว่า 1 ครั้งแล้ว

แม้ว่าเทียร์นีย์จะได้รับความสนใจจากบรรดายักษ์ใหญ่หลายๆ ทีม แต่สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือการพัฒนาตัวเอง และรักษาฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวาเอาไว้ให้ได้แบบนี้ต่อไป แถมเขายังแสดงเจตนาที่ต้องการจะอยู่กับทีมต่อไปด้วยการเซ็นสัญญาฉบับใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย “ผมยังไม่ได้คิดจะย้ายไปไหน เมื่อปีที่แล้วผมพาตัวเองขึ้นมาทีมชุดใหญ่ได้ ดังนั้นในปีนี้ผมยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งและรักษาตำแหน่งตัวจริงไว้ให้ได้” เจ้าตัวเผย

สำหรับเป้าหมายของเทียร์นีย์ในตอนนี้ก็คงจะเป็นการพาต้นสังกัดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ให้ได้ และด้วยความที่เซลติกไม่ใช่ทีมที่จะปฏิเสธข้อเสนอก้อนโตจากทีมอื่นๆ ทำให้หากเทียร์นีย์สามารถช่วยทีมประสบความสำเร็จได้อีกในฤดูกาลนี้ มันจะเป็นเรื่องยากทีเดียวที่เราจะได้เห็นเขาค้าแข้งอยู่กับทีมต่อในฤดูกาลถัดไป